Friday, 29 December 2017

Satsumaji (さつま路)

ถ้าพูดถึงคาโกชิม่า ของขึ้นชื่ออันดับแรกเลยคือคุโรบุตะ หรือหมูดำ  ซึ่งแน่นอนว่าขากินอย่างพีคงไม่พลาดแน่นอน จริงๆทำการบ้านหาร้านมาเยอะเหมือนกัน แต่เดินดุ่มๆเจอร้านนี้ หน้าร้านดูดีเลยต้องขอลองหน่อย


ร้านชื่อ Satsumaji ตั้งอยู่ย่านชอปปิ้ง Tenmonkan เลยค่ะ ร้านดูโก้หรู ตอนพีไปนี่ก็เลยเที่ยงแล้ว ร้านแอบเงียบเหมือนกัน ไปถึงก็สั่งเลยค่ะ เซ็ทชาบูคุโรบุตะ ราคา2000กว่าๆเยนเท่านั้น ซึ่งรู้สึกว่าราคาย่อมเยาว์มาก ถ้าเป็นเมืองใหญ่ ยิ่งเป็นคุโรบุตะ ราคาคงยิ่งแพงเข้าไปใหญ่ ความชอบอย่างหนึ่งของพีคือร้านที่คาโกชิม่า มาคนเดียวก็กินได้นะคะชาบูเนี่ย นักเดินทางคนเดียวไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดเมนูเด็ดเลย



คุณพนักงานจะเอาหม้อมาตั้ง หม้อใหญ่มากค่ะ มาคนเดียวก็ได้หม้อใหญ่ หลังจากนั้นก็จะเอาน้ำจิ้มพอนสึกับจานเนื้อหมูที่มีเต้าหู้ ผักกาดขาว เห็ดและตั้งโอ๋มาเสิร์ฟก่อน พอเรากินไปเรื่อยๆ เค้าจะเอาอุด้งกับข้าวมาเสิร์ฟค่ะ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้ารู้ว่าตอนไหนต้องเอามาได้ไง แต่เอาเป็นว่าไม่ทันได้ขอเค้าก็ยกมาให้แล้ว

สารภาพว่าพีไม่ใช่คนอินกับคุโรบุตะเท่าไหร่ ใจจริงคิดว่ามันเป็นแค่กิมมิคเพราะกินที่ไทยก็ไม่รู้สึกต่างอะไร แต่พอได้กินคุโรบุตะที่คาโกชิม่า คือเปลี่ยนความคิดไปเลยค่ะ มันหวานและอร่อยมาก เข้ากับพอนสึสุดๆ พอนสึตอนกินกับเต้าหู้ พีรู้สึกว่ามันเปรี้ยวมาก แต่พอกินกับเนื้อหมู มันดึงความหวานของหมูออกมาแล้วกลมกล่อมมาก อร่อยมาก เห็นจานตอนแรกก็กลัวไม่อิ่ม แต่พอกินจริงๆแล้วก็อิ่มนะคะ ขนาดกำลังดีเลย


ในเซ็ทมีของหวานให้ด้วยค่ะ วันที่พีไป ของหวานเป็นโยกังมันม่วง (จะคล้ายๆวุ้นแต่ไม่กรอบเท่า) ดูแปลกแต่อร่อยนะคะ ขอให้ได้ลอง

ร้านนี้เอาจริงๆเรตติ้งไม่ได้สูงมาก แต่ด้วยความสดและของมีคุณภาพพีให้ผ่าน แต่ที่ประทับใจคือพนักงานที่ให้บริการ เซอร์วิสดีมากค่ะ ปกติญี่ปุ่นก็เซอร์วิสดีอยู่แล้ว ร้านนี้ยิ่งพิเศษเข้าไปใหญ่ ประทับใจ ขอแนะนำค่ะ

Satsumaji (さつま路)
Kagoshima, Japan
Tabelog: https://tabelog.com/kagoshima/A4601/A460101/46000050/







Monday, 11 December 2017

Miyazaki food tour: สุดยอดร้านเด็ดในมิยาซากิ (Hello Niku Bar + Ogura)

เมื่อเดือนที่แล้วพีได้ไปทัวร์คิวชูมา เป็นการเที่ยวคิวชูครั้งแรก(ทั้งๆที่แวะไปฟุกุโอกะมา2-3ครั้งแล้ว) ทริปนี้เลือกไปที่ที่แปลกออกไปจากปกติตื่นตาตื่นใจมาก แล้วได้ไปเจอกับเพื่อนด้วยเลยได้กินอะไรแปลกๆ ที่ปกติไปคนเดียวจะกินไม่ได้ด้วย (ฮ่า) เริ่มต้นที่หมายแรกของทริปนี้ที่มิยาซากิ (Miyazaki) กันเลย

มิยาซากิเป็นจังหวัดทางใต้ของเกาะคิวชู บรรยากาศเมืองให้อารมณ์แคลิฟอเนียมาก จะเจอต้นปาล์มในเมือง นอกเมืองก็เป็นภูมิประเทศริมทะเล แต่ตอนพีไปนอกจากหนาวแล้ว ยังเจอฝนอีกต่างหาก ของขึ้นชื่อของมิยาซากิคือไก่กับเนื้อวัวค่ะ ดังนั้นพีและเพื่อนก็เลยออกตามหาของดีราคาไม่แรงกัน เริ่มต้นด้วยเนื้อวัวมิยาซากิก่อน ความหน้าแปลกใจคือ แม้วัวมิยาซากิจะดัง แต่กลับไม่ค่อยมีร้านอาหารที่เอาเนื้อวัวมาทำนัก เพราะเมนูไก่ของมิยาซากิจัดว่าดังกว่ามาก พีก็ลองหาร้านที่ขายเมนูเนื้อวัวราคาไม่แรงเลยมาเจอร้านHello Niku Bar (29+831=860 HELLO 肉バル ハロー) ซึ่งอยู่ไม่ไกลย่านทาจิบานะ ที่เป็นย่านช๊อปปิ้ง/กินดื่มของมิยาซากิ

ร้านจัดสไตล์บิสโทร นั่งชิลด์ กินดื่มสไตล์ฝรั่ง ตอนเข้าร้านไปเจออารมณ์คู่รักนั่งเดทกันอยู่2โต๊ะ แต่เจอพลังสาวโสด3คนไป ราบคาบค่ะ ฮ่า ขอบอกว่าร้านนี้คือhidden gemจริงๆของมิยาซากิ พีและเพื่อนคือประทับใจมาก  ครัวเป็นopen เห็นกันจะๆว่าเชฟทำอะไรอย่างไรให้กิน


เมนูแรก "ชิคเค่นนัมบัง" เมนูขึ้นชื่อ อาหารประจำจังหวัดมิยาซากิค่ะ ว่ากันว่าไก่ทอดซอสนัมบังนี่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดมิยาซากินี่แหละค่ะ ซอสนัมบังจริงๆก็คือทาร์ทาร์ซอสนี่แหละค่ะ เอาจริงๆไม่ได้คาดหวังเพราะร้านนี้เป็นร้านเนื้อจะทำไก่ให้อร่อยก็คงไม่น่าใช่ แต่ว่า ขอบอกว่าอร่อยมากจริงๆ ไก่ทอดข้างในชุ่มฉ่ำ ซอสกลมกล่อม 


จานต่อไปเป็นของกินเล่นที่ดูง่ายๆ แต่อยากโชว์ให้ดูว่าร้านนี้เค้าใส่ใจจริงๆ สั่ง มันฝรั่งแผ่นกินกับซอสอะโวคาโด้ ปรากฎว่าเค้าทอดมันฝรั่งเองค่ะ โอ้โห ยอมใจมากๆ มันเรียบง่ายแต่ทำเองทั้งหมด ไม่มีคำว่าเล่นง่าย ลัดขั้นตอนเลย


มาถึงจานหลักของงาน เป็นสเต๊กเนื้อวัวมิยาซากิ พีสั่งแบบsirloinไป ไม่ได้บอกว่าต้องการแบบไหนด้วย แต่ทางร้านทำแบบmedium rareมาให้ เนื้อนุ่มมาก ฉ่ำมาก ดีมาก อร่อยมาก ขึ้นสวรรค์ค่ะ ที่ให้จิ้มมีเกลือ พริกไทย มัสตาร์ด และวาซาบิมา ส่วนตัวพีชอบแบบจิ้มวาซาบิมาก วาซาบิสดดึงรสชาติของเนื้อวัวออกมาดีมาก พอกินจานนี้แล้วทุกคนให้10คะแนนเต็มเลยสำหรับร้านนี้ ประทับใจมาก แนะนำสุดๆถ้ามีใครไปมิยาซากิ ต้องไปกินให้ได้เลย 

Hello Niku Bar (29+831=860 HELLO 肉バル)
Miyazaki, Japan
Open: 11:30~14:30/17:30~0:00 (Weekday)
         : 17.00 ~ 0.00 (Saturday)




เอ่ยถึงไก่ทอดซอสนัมบังไปตอนต้นแล้ว ก็ขอแนะนำร้านที่ดังสุดๆในเรื่องไก่ทอดซอสนัมบังของมิยาซากิ ร้านนี้ชื่อ Ogura (おぐら) เป็นเหมือนแฟมิลี่เรสตัวรองท์ (ความหมายภาษาไทยก็น่าจะเป็นเหมือนร้านอาหารที่เน้นขายอาหารที่คนทั้งครอบครัวไปกินได้ ไม่ได้เน้นกินเหล้า สายชิลด์ หรือมีความพิเศษใดๆ) พีไปกินคือร้านสาขาแรก ตั้งอยู่ในซอยด้านหลังห้างYamakata บนถนนTachibana ความโชคดีคือไปกินวันธรรมดาหลังเที่ยงไปแล้ว ไม่ต้องรอคิวค่ะ


ร้านดูบ้านๆมากๆ
มาถึงเราก็ต้องสั่งเมนูดังของร้านนั่นคือ Ogura no Chicken Nambang เป็นเซ็ทไก่ทอดซอสนัมบังมาคู่กับข้าว ขอบอกว่าไก่ทำพีอะเมสซิ่งอีกแล้ว กรอบนอก นุ่มใน ไก่ชุ่มฉ่ำมาก ไม่มีคำว่าแห้ง ทำได้ดีมาก  ไก่คือชิ้นใหญ่มาก ข้าวก็จ้านใหญ่ ขอบอกเลยว่าอิ่มมาก คุ้มค่ามาก พีรู้สึกว่าซอสของร้านโอกุระจะออกแทงกี้ หรือมีรสเปรี้ยวหน่อยๆกว่าของHello niku bar ถ้าต้องให้คะแนนก็แน่นอนว่าโอกุระคงชนะไปสำหรับเมนูนี้ ต้องแวะมาชิมกันให้ได้เลยนะคะสำหรับต้นตำหรับไก่ทอดซอสนัมบัง




Ogura (おぐら 本店)
Miyazaki, Japan
Tabelog: https://tabelog.com/miyazaki/A4501/A450101/45000012/

Saturday, 23 September 2017

Lunch in Ebisu: ตะลุยร้านดังย่านเอบิสึ (AFURI + Hiragi Taiyaki)

ห่างหายไปซะนาน วันนี้พีกลับมาแล้วค่ะ วันนี้จะพาไปตะลุยกินแถวเอบิสึ ที่เอบิสึจะมีเหมือนถนนราเมง คือมีร้านราเมงดังๆตั้งอยู่ใกล้ๆกันให้เลือกชิมหลายแบบหลายสไตล์ วันนี้พีจะพาไปลองราเมงที่แหวกแปลกแนวชื่อดัง AFURIกันค่ะ 


ร้านAFURI มีหลายสาขา โดยสาขาแม่อยู่ที่นากะเมกุโร แต่ถ้านับความไปมาง่ายพีว่าที่เอบิสึนี่เดินมาง่ายนะคะ สะดวกทั้งคนมาทางJR และsubway ร้านเปิด11โมงถึงตี5 (ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด) แนะนำว่าถ้ามีเวลาให้มาตอนร้านเปิด หรือเลี่ยงช่วงมื้ออาหาร เพราะร้านเป็นเคาท์เตอร์ ที่นั่งไม่เยอะ แนะนำให้ทำการบ้านมาก่อนนะคะ เพราะต้องกดคูปองจากตู้เอา ร้านนี้ดังซุปราเมงซึ่งเป็นซุปไก่+ดาชิ และใส่น้ำyuzu (ผลไม้ตระกูลส้ม/มะนาว มีความคล้ายพวกเกรปฟรุตแต่จะหอมกว่ามาก) เมนูแนะนำคือ Yuzu Shio Ramen เป็นsignature dishของร้านค่ะ พอเรากดจากตู้ไปนั่งแล้ว คุณพนักงานจะมาถามว่าจะใส่น้ำมันไก่ (鶏油 - Chiyu)ตัวไหน ระหว่าง淡麗 (tanrei) กับ まろ味 (maroaji) ซึ่งตัวหลังจะเข้มข้นมากกว่าทำให้ซุปข้นขึ้นด้วย


พีก็สั่งตามเมนูแนะนำ ขอchiyuเป็น Maroaji ถามว่ามันทำให้เข้มข้นไหม เอาจริงๆก็ไม่นะคะ ซุปไก่คล่องคอดื่มง่าย ไม่เค็ม ไม่ข้นแบบทงคตสึราเมง (ซึ่งพีชอบมากกกกกก) กลิ่นyuzuหอมมาก ส่วนตัวการใส่yuzuไม่ได้ทำให้รสชาติเปรี้ยวหรืออะไร เป็นเหมือนกลิ่นที่หอมขึ้น ทำให้ไม่เลี่ยนมากกว่า ตัวชาชูชิ้นใหญ่รสชาติดีค่ะ ร้านนี้เป็นร้านที่ทุกคนควรไปลองถ้าชอบราเมง แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบความเค็ม ความมัน ความข้นของซุปเลยไม่รู้สึกว่าอินมากเท่าไหร่ค่ะ

AFURI 恵比寿 (AFURI Ebisu)
Tokyo, Japan




กินคาวแล้วต้องกินหวานนะคะ ที่เอบิสึมีร้านไทยากิชื่อดังอยู่ร้านนึง ชื่อ Hiiragi ร้านนี้ดังสุดๆเรียกว่าใครมาแถวนี้ต้องกินให้ได้ เพราะเค้าใช้ถั่วแดงผสมกับถั่วขาวเป็นไส้ กรอบอร่อย ช่วงที่พีไปมีซอฟ์ทเสิร์ฟขายคู่กับไทยากิด้วย เหมาะกับอากาศร้อนๆมาก แนะนำสุดๆค่ะ ราคาไม่แพงด้วย




Hiragi (たいやき ひいらぎ)
Tokyo, Japan
Website: http://www.taiyakihiiragi.com/
Tabelog: https://tabelog.com/tokyo/A1303/A130302/13026096/


Sunday, 25 June 2017

Hakata ramen Shin-Shin (博多らーめん Shin-Shin)

วันนี้ขอพาไปชิมทงคตสึราเมงที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยกินมาค่ะ ขอพาท่านไป Shin-Shin ramen ซึ่งร้านนี้มีสาขาแค่ในฮากาตะ(ฟุกุโอกะ)เท่านั้น สมกับที่ทงคตสึราเมงเป็นของดีของขึ้นชื่อของฮากาตะ สาขาที่พีไปอยู่ที่ห้าง Kitte ซึ่งติดกับสถานีJR/ใต้ดินฮากาตะ สาขานี้ไม่ใช่สาขาแม่ แต่เปิดถึงห้าทุ่ม ไปมาสะดวก ขอแนะนำ เพราะถ้าจะกินสาขาแม่ต้องเข้าไปที่เทนจิน (แต่พีก็อยากไปสาขาแม่เพราะอยากไปดูลายเซ็นคนดังของญี่ปุ่นที่มีเต็มร้าน)

พีมีโอกาสได้รู้จักShin-Shin ramenจากนักร้อง/นักดนตรีญี่ปุ่น ที่เวลาไปทัวร์ฟุกุโอกะแล้วมักจะทวีตรูปราเมงร้านนี้มาโชว์ พีเลยคิดว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ทริปนี้มีโอกาสแวะไปฮากาตะแค่1วันก็ต้องขอลอง

เนื่องจากไปกินช่วงกลางวัน มีLunch menu set เลยขอเป็นราเมง+ชาฮั่น (ข้าวผัด) เซ็ทแบบอื่นก็มีนะคะทั้งกับข้าวปั้นและเกี้ยวซ่า จริงๆของดังของฮากาตะอีกอย่างคือยากิราเมง หรือราเมงแบบผัด ซึ่งShin-Shinก็ดังเหมือนกัน แต่ไม่มีโอกาส เอาไว้คราวหน้าจะต้องจัดแน่นอน คราวนี้ขอเป็นทงคตสึราเมงธรรมดา + ทอปปิ้งไข่ต้ม (เป็นคนต้องกินราเมงกะไข่ทุกครั้ง ไม่สามารถไม่กินได้)

โฉมหน้าราเมงสุดอร่อย
เซ็ทที่สั่ง โปรดสังเกตว่าชามใหญ่มาก


ซดน้ำซุปคำแรก เข้มข้น กลมกล่อม แต่ไม่เลี่ยนเลย ไม่หนักด้วย อร่อยมาก ตาโตลุกวาว บอกเลยว่าไม่เคยกินเจ้าไหนที่อร่อยเท่านี้มาก่อน จะราเมงข้อสอบ อิปปุโดหรือใดๆ บอกเลยว่าอร่อยมากที่สุด (นี่จากใจสาวกอิปปุโดนะเนี่ย) เส้นเล็กเหนียวนุ่ม ดีงามมากๆ พิมพ์ไปก็น้ำลายไหลในความดีงามส่วนข้าวผัดก็ธรรมดาค่ะ แต่หอมกระทะจริง พระเอกที่แท้จริงคือราเมงตรงหน้า

คนอ่านอาจจะบอก อินี่โอเวอร์รึป่าว ท้าให้ลองค่ะ ใครไปฟุกุโอกะ ขอให้ได้ลองShin-Shin แล้วคุณจะรู้ว่าทงคตสึราเมงที่แท้จริงมันดีขนาดไหน


Hakata ramen Shin-Shin KITTE Hakata ten (博多らーめん Shin-Shin KITTE博多店)
KITTE Hakata B1F
Hakata, Fukuoka, Japan



Monday, 1 May 2017

Hysteric Jam (ヒステリックジャム )

สวัสดีค่ะ บล๊อกนี้เป็นบล๊อกข้ามเดือนมาก ตกค้างตั้งแต่ทริปปีใหม่ที่คันไซ จนอีกไม่กี่อึดใจจะไปญี่ปุ่นอีกแล้วก็กลับมาอัพเดทสักหน่อย วันนี้จะพาไปกินเครปไฮโซโบว์ใหญ่ที่โกเบค่ะ เรื่องของเรื่องคือเห็นร้านนี้ในฟีดอินสตาแกรมของfoodieคนญี่ปุ่นที่พีตามอยู่ มันดูเป็นเครปที่มากกว่าเครปที่เคยเห็นเคยกินฮาราจูกุมาก พอสบโอกาสไปตะลุยโอซาก้าตอนปีใหม่ก็เลยหาทางไปโกเบให้ได้เพื่อสิ่งนี้

ร้านนี้ชื่อร้าน Hysteric Jam ค่ะ นางก็เป็นร้านเครปธรรมดาที่เราเคยเห็นแบบธรรมดา มีทั้งไส้คาวไส้หวาน แต่นางจะมีพรีเมียมเครปอยู่5แบบที่จะทำออกมาแฟนซีกว่าคนอื่น คือ เครมบรูเล่ (ตัวนี้คือดังอันดับ1 เพราะเค้าเผาหน้าตาให้แข็งเหมือนเครมบรูเล่ธรรมดาด้วย) ทีรามิสุ มัตฉะทีรามิสุ มองบลัง และรัมเรซิ่น

(ตัวอย่างรูปค่ะ)

วิธีสั่งคือเราก็เข้าคิวไปสั่งและจ่ายเงินก่อน แล้วเค้าจะให้ป้ายคิว เราก็ไปต่ออีกแถวเพื่อรอรับ ข้างในมีคนทำเครปอยู่ประมาณ4-5คน ก็จะทำได้4-5อันในแต่ละรอบ คนเยอะแต่รอไม่นานมาก ถือว่าระบบเค้าดีค่ะ

พีสั่งมัตฉะทีรามิสุเพราะกลัวเครมบรูเล่จะเลี่ยนไป และก่อนหน้าเพิ่งกินแพนเค้กมารอน (เกาลัด) บนสวนสมุนไพรมา หน้าตาสวยงามเหมือนตัวโชว์เด๊ะๆ



รสชาติดีค่ะ ข้างล่างจะเป็นครีมสดผสมมัตฉะ ข้อเสียคือต้องระวังตัวผงมัตฉะจะร่วงและสำลัก ขอบอกว่าอิ่มพอดีแทนมื้ออาหารได้เลย ถ้าไปแถวนั้นอีกก็อยากลองเครมบรูเล่บ้างเพราะได้ยินสาวญี่ปุ่นกรี๊ดกร๊าดว่าอร่อยมากๆ งานนี้คงได้ไปซ้ำแน่นอน


ヒステリックジャム Hysteric Jam
Sannomiya, Kobe, Japan
Website: http://hysteric-jam.com/


Friday, 19 August 2016

Ichibiki イチビキ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน นาโอะห่างหายกับการเขียนเอนทรี่ไปนานมากกกกก ต้องกราบขออภัยคุณผู้อ่านที่ติดตามอ่านด้วยนะคะ (มีมั้ยนะ คนติดตาม หุหุ) จริงๆ ร้านอาหารที่นาโอะจะลงในเอนทรี่นี้นาโอะก็ดองเอาไว้จนเค็มได้ที่กำลังดีเลยละค่ะ ไปกินร้านนี้มาพร้อมพิมมิยะตั้งแต่วันพ่อปี 2014 นี่จะ 2 ปีแล้ววว มันเพิ่งจะมาเขียนรีวิว ราคงราคาอาหารอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วนะคะคุณผู้อ่าน ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ

เอนทรี่นี้นาโอะจะรีวิวร้านข้าวหน้าปลาไหลอันดับ 1 ของเมืองนาโงย่า คุณผู้อ่านคงจะพอทราบกันมาบ้างว่านาโงย่าเค้าก็ดังเรื่องปลาไหลอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเมนู Hitsumabushi นาโอะกับพิมมิยะเคยทานเมนูนี้ครั้งแรกที่นาโงย่าเมื่อหลายปีก่อนที่ร้านดัง Atsuta Houraiken あつた蓬莱軒 ตอนนั้นก็ติดอกติดใจกันมากมาย มารอบนี้ก็อยากจะกินอีก แต่อยากเปลี่ยนร้านบ้าง จริงๆ ก็ไปทาน Atsuta Houraiken มาอีกรอบนะคะ แต่เป็นสาขาในห้าง

ร้านที่รีวิวในเอนทรี่นี้ชื่อว่า Ichibiki イチビキ ได้คะแนน review ในเวบ tabelog.com ถึง 3.8 คะแนน (จริงๆ ตอนปี 2014 นางได้เยอะกว่านี้นะ นี่เปิดดูใหม่ คะแนนอยู่ที่ 3.8 แล้ว) และแน่นอนค่ะ เมนูอันดับ 1 ของร้านก็คือ Hitsumabushi ท่านผู้อ่านที่ไม่รู้จักว่า Hitsumabushi คือเมนูอะไร แนะนำให้อ่านเอนทรี่ Atsuta Houraiken あつた蓬莱軒 ของพิมมิยะก่อนนะคะ จะได้เข้าใจ (แหนะ มันแอบขี้เกียจอธิบาย)

Ichibiki เป็นร้านตึกแถวค่ะ หน้าร้านและภายในร้านดูเก่าแก่โบราณ มันยิ่งแลดูแล้วมโนเอาว่า ปลาไหลเค้าต้องอร่อยแน่ๆ เล้ย วันนั้นมัวแต่ต๊ะต่อนยอนไม่ยอมไปต่อแถวรอร้านเปิด (ก็มันหนาวอะ) มัวแต่เดินอยู่ใต้ดิน เดินไปหน้าร้านเวลาพอดีร้านเปิดเป๊ะ ปรากฏว่า แถวยาวมากกก โฮ แต่ก็ไม่ย่อท้อค่ะ ยืนตากลมรอไป (หนาวจริงๆ หนุ่มญี่ปุ่นที่ยืนอยู่ด้านหน้าต้องยืนเขย่าอยู่ตลอดเวลา)

ป้ายหน้าร้าน

หน้าต่างจากนอกร้านที่มองเห็นพ่อครัวกำลังย่างปลาไหล

เมนู

หลังจากยืนรออยู่นาน (สารภาพว่าจำไม่ได้ว่ารอนานแค่ไหน จำได้แค่ว่านานมาก นานพอๆ กับไปกินซูชิได) ในที่สุดเราสองคนก็ได้เข้ามาในร้านค่ะ เข้าไปในร้านยังต้องเข้าไปรออี๊ก พอได้โต๊ะนั่งก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงค่ะ สั่งเลย Hitsumabushi 2 ที่ นอกจากต่อแถวรอเข้าร้านนานแล้ว รออาหารยังนานด้วย น่าจะเป็นเพราะว่าปลาไหลย่างหมดล็อตพอดี เลยต้องรอล็อตใหม่ค่ะ นาโอะกับพิมมิยะหิวโซ หน้าเริ่มมืด พออาหารมามือไม้สั่น ถ่ายรูปมาไม่ค่อยจะชัด ฮ่าๆ

พอเข้ามาในร้านจะเห็นพ่อครัวย่างปลาในห้องครัวค่ะ

เมนู

Hitsumabushi Set


นาโอะกับพิมมิยะยืนยันค่ะว่าปลาไหลย่างของร้าน Ichibiki นี้ กรอบนอกนุ่มใน ซอสที่ย่างก็รสชาติกำลังดี ไม่หวานเท่าของร้าน Atsuta Houraiken โดยรวมแล้วรสชาติปลาไหลสูสีกับร้าน Kabuto かぶと ร้านปลาไหลย่างอันดับ 1 ของโตเกียวเลยค่ะ นาโอะกับพิมมิยะต้องรีบกลับเพราะต้องบินกลับกทม. เลยต้องรีบกินๆๆๆ แล้ววิ่งกลับสถานีรถไฟ ไม่ได้กินแบบดื่มด่ำมากนัก นาโอะเลยต้องไปซ่อมอีกรอบตอนไปนาโงย่ารอบถัดไป ก็ยังคอนเฟิร์มนะคะว่าปลาไหลรสชาติดีมาก กรอบนอกนุ่มใน แต่รอบที่ 2 ลูกค้าไม่เยอะเท่าวันที่นาโอะไปกินกับพิมมิยะ เลยรอไม่นาน ปลาไหลย่างเสร็จไว้ก่อนแล้ว อาจจะไม่ร้อนและใหม่เท่าวันที่กินกับพิมมิยะ แต่อร่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ

ถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปเที่ยวนาโงย่า อย่าลืมไปลอง Hitsumabushi ของร้าน Ichibiki นะคะ รับรองไม่ผิดหวังค่า

ร้านเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์
มื้อกลางวัน 11:30-13:00 (แนะนำให้ไปรอตั้งแต่ 11 โมงค่ะ จะได้เข้าไปกินเป็นเซตแรก)
มื้อเย็น 17:00-20:00


แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Thursday, 28 July 2016

Day trip in Ehime - ไปเที่ยว Ehime กัน!

ช่วงนี้แอบเห็นกระแสการเที่ยวแถบShikokuในเมืองไทย พีเลยจะขออาสาเป็นไกด์(เวอร์ชั่นเร่งรีบ) พาเดินกินแถบเมืองมัตสึยาม่า (Matsuyama) และโดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen) ที่จังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) ในเอนทรี่นี้

การเดินกินของพีครั้งนี้ เงื่อนเวลาที่แท้จริงคือครึ่งวันเท่านั้นค่ะ พีนั่งรถไฟเที่ยวแรกจากทาคามัตสึ (ออก7โมงกว่า) มาถึงมัตสึยาม่าก็ใกล้ๆ10โมงแล้ว แล้วเย็นวันนั้นพีก็มีนัดซะด้วย ทำให้กิจกรรมการกินต้องลุล่วงภายใน 6 ชั่วโมง โชคดีที่ระหว่างโดโกะออนเซ็นกับตัวเมืองมัตสึยาม่าไม่ห่างกันมาก นั่งรถรางไม่เกิน 15 นาทีถึง ทำให้กิจกรรมลุล่วงไปได้ด้วยดี

มาพูดถึงจังหวัดเอฮิเมะกันบ้าง จังหวัดเอฮิเมะอยู่ทางปลายของเกาะชิโกกุ ฝั่งตรงข้ามกับฮิโรชิม่า ของขึ้นชื่อของเอฮิเมะคือ "ส้ม" ส่วนอาหารที่ดังของเอฮิเมะ คือข้าวปลาไท (Taimeshi) ซึ่งกรรมวิธีในการทำจะแตกต่างกันไปแล้วแต่เมือง คือมีทั้งที่เอาปลาไททั้งตัวลงไปอบกับข้าวในหม้อ หรือแบบที่แล่ปลาไทสดๆจิ้มซอสกินกับข้าวสวย ซึ่งแบบหลังเค้าจะเรียกว่าเป็นสไตล์ของเมืองอุวาจิม่า (Uwajima no taimeshi)

พี่ตามเสาะหาร้านที่ขายข้าวปลาไทสไตล์อุวาจิม่าก่อนเดินทางทริปนี้ เพราะเปิดเพจการท่องเที่ยวเอฮิเมะแล้วเห็นรูป มันน่ากินมากค่ะ ปลาสดๆ เนื้อใสๆ ถึงขนาดบอกเพื่อนเลยว่าไม่ว่าเราจะไม่ไปไหน ไม่กินอะไร แต่เราต้องกินสิ่งนี้ให้ได้ หาไปหามา เจอร้าน Goshiki (五志喜) ร้านดังสุดๆของมัตสึยาม่า จริงๆร้านนี้เค้าดังเรื่องของเส้นโซเมน 5 สี (ดังชื่อร้าน) แต่เค้าก็มีเซ็ทข้าวปลาไทราคาย่อมเยาว์ขายตอนกลางวัน ก็เลยรีบจรลีไปที่ร้านโดยไว


เมนู

เปรียบเทียบกับของจริง

บอกเลยว่าดูมันเป็นเซ็ทที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ นอกจากจะมีเนื้อปลาไทที่แล่มาให้กับซอสแล้ว ยังมีเครื่องเคียงสารพัด รวมไปถึงโซเมนที่เลือกได้ด้วยว่าจะจัดแบบร้อนหรือเย็น (พีเลือกแบบเย็น)



เนื้อปลาสดมากค่ะ เนื้อใสสุดๆ วิธีกิน เราสามารถจิ้มซอสกินเหมือนซาชิมิก็ได้ หรือจะเอาปลาไปจุ่มซอสแล้วเอามาวางบนข้าวแล้วตามด้วยสาหร่าย ชิโสะ และวาซาบิก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความชอบของเรา ร้านนี้คือถ้าใครไปมัตสึยาม่าแล้วมองหาของกิน อยากแนะนำเลย ยิ่งกลางวันจะได้ราคาไม่แพง ร้านค่อนข้างดังเพราะลายเซ็นต์ดาราคนดังนี่เพียบผนังร้านเลยค่ะ

Goshiki (五志喜)
Okaido, Matsuyama, Ehime
Website: http://www.goshiki-soumen.co.jp/
Tabelog: http://tabelog.com/ehime/A3801/A380101/38000375/





จบจากมื้อกลางวัน เราก็นั่งรถรางมาโดโกะออนเซ็นต่อ อย่างที่บอกว่าโดโกะออนเซ็นไม่ไกลจากตัวเมือง มัตสึยาม่ามาก นั่งรถรางสุดสายก็มาถึงแล้ว โดโกะออนเซ็นเป็นเมืองน้ำแร่ที่เค้าว่ากันว่ามีน้ำแร่ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

พอออกจากสถานีรถไฟมา เราจะเห็นนาฬิกาใหญ่ตั้งอยู่ ถ้าไปตรงเวลาที่ตี จะมีละครจากนิยาย "Botchan" ออกมาค่ะ



พี่โชคดีที่ไปตรงเวลาพอดี เลยได้ยืนดูนาฬิกา ออกมาร่ายรำตามเสียงเพลง น่ารักดีนะคะ หลังจากนั้นเราก็จะเดินตามตรอกชอปปิ้งเข้าไปด้านในคะ ตรอกชอปปิ้ง 2 ข้างทางมีร้านขายของฝากเยอะมาก กระซิบว่าควรมาซื้อของฝากที่นี่ ถ้ามาเที่ยวมัตสึยาม่า เพราะมีของทุกอย่าง ขนมทุกแบบ และที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดเอฮิเมะ นั่นคือ"ส้ม" ค่ะ



สุดสายปลายทางตรอกชอปปิ้ง จะเจอโดโกะ ออนเซน ฮงคัน หรือโรงอาบน้ำสาธารณะ ที่นี่ถ้าใครอยากแช่ออนเซ็น แนะนำเลยค่ะ ได้ข่าวว่าบริการแจ่มอยู่ แต่พีไม่มีเวลาเลยได้แค่ด้อมๆมองๆถ่ายภาพ ว่ากันว่ามิยาซากิซังแห่งStudio Ghibli ได้แรงบันดาลใจจากโรงอาบน้ำนี้ ไปเป็นต้นแบบของอาคารในเรื่อง Spirited Away



ขากลับก็เดินซื้อของฝากแวะตามทาง เค้าบอกว่ามาถึงโดโกะออนเซ็น เราต้องได้กินซอฟ์ทครีมมิกัง (ส้ม) เดินมาเจอร้าน Rokujiya ร้านขายขนมดังของโดโกะออนเซ็น มีซอฟ์ทครีมกดตู้ขายอยู่ มี 2 รสให้เลือกค่ะ ระหว่างวานิลลา กับ iyo mikan หรือรสส้มอิโยะคัง ตอนแรกแอบหวาดหวั่นเหมือนกันว่า ส้มที่มีรสเปรี่ยวเอามาทำไอศครีมที่เป็นนมๆมันจะดีหรอ ปรากฎว่าดีค่ะ อร่อยมากเลย ร้านนี้ร้านใหญ่ ถ้าเดินจากสถานีไปโดโกะออนเซนฮงคัน ร้านจะอยู่ซ้ายมือก่อนทางที่ถูกบังคับเลี้ยวซ้าย เสียดายว่าซื้อขนมจากร้านอื่นมาเต็มที่แล้วเลยไม่ได้ลองขนมของร้านนี้ ถ้าได้กลับไปต้องไม่พลาดแน่นอน

Rokujiya (六時屋道後店)
Dogo Onsen, Ehime
Website: http://www.rokujiya.co.jp/index.shtml
Tabelog: http://tabelog.com/ehime/A3801/A380101/38006818/



หวังว่าทุกคนที่มีแผนจะไปเอฮิเมะคงได้ไอเดียจากเอนทรี่นี้ พีก็แอบเสียดายเพราะอยากไปวัด และปราสาท แต่เวลาจำกัดมาก ถ้ามีโอกาสก็คงอยากไปซ้ำที่ชิโกกุอีกแน่ๆ ธรรมชาติและบรรยากาศดีมากเลยค่ะ ช่วงที่ไปเป็นปลายพฤษภาคมที่ไม่ร้อนเลย ในขณะที่ภูมิภาคอื่นคือร้อนแล้ว อาหารก็อร่อย คนชิโกกุก็ใจดี สนุกมาก  แถมท้ายให้หน่อยว่า ถ้าจะมาชิโกกุให้นั่งเครื่องภายในประเทศต่อมาจะดีกว่า เพราะนั่งรถไฟมันหลายต่อมาก