Sunday, 25 June 2017

Hakata ramen Shin-Shin (博多らーめん Shin-Shin)

วันนี้ขอพาไปชิมทงคตสึราเมงที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยกินมาค่ะ ขอพาท่านไป Shin-Shin ramen ซึ่งร้านนี้มีสาขาแค่ในฮากาตะ(ฟุกุโอกะ)เท่านั้น สมกับที่ทงคตสึราเมงเป็นของดีของขึ้นชื่อของฮากาตะ สาขาที่พีไปอยู่ที่ห้าง Kitte ซึ่งติดกับสถานีJR/ใต้ดินฮากาตะ สาขานี้ไม่ใช่สาขาแม่ แต่เปิดถึงห้าทุ่ม ไปมาสะดวก ขอแนะนำ เพราะถ้าจะกินสาขาแม่ต้องเข้าไปที่เทนจิน (แต่พีก็อยากไปสาขาแม่เพราะอยากไปดูลายเซ็นคนดังของญี่ปุ่นที่มีเต็มร้าน)

พีมีโอกาสได้รู้จักShin-Shin ramenจากนักร้อง/นักดนตรีญี่ปุ่น ที่เวลาไปทัวร์ฟุกุโอกะแล้วมักจะทวีตรูปราเมงร้านนี้มาโชว์ พีเลยคิดว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ทริปนี้มีโอกาสแวะไปฮากาตะแค่1วันก็ต้องขอลอง

เนื่องจากไปกินช่วงกลางวัน มีLunch menu set เลยขอเป็นราเมง+ชาฮั่น (ข้าวผัด) เซ็ทแบบอื่นก็มีนะคะทั้งกับข้าวปั้นและเกี้ยวซ่า จริงๆของดังของฮากาตะอีกอย่างคือยากิราเมง หรือราเมงแบบผัด ซึ่งShin-Shinก็ดังเหมือนกัน แต่ไม่มีโอกาส เอาไว้คราวหน้าจะต้องจัดแน่นอน คราวนี้ขอเป็นทงคตสึราเมงธรรมดา + ทอปปิ้งไข่ต้ม (เป็นคนต้องกินราเมงกะไข่ทุกครั้ง ไม่สามารถไม่กินได้)

โฉมหน้าราเมงสุดอร่อย
เซ็ทที่สั่ง โปรดสังเกตว่าชามใหญ่มาก


ซดน้ำซุปคำแรก เข้มข้น กลมกล่อม แต่ไม่เลี่ยนเลย ไม่หนักด้วย อร่อยมาก ตาโตลุกวาว บอกเลยว่าไม่เคยกินเจ้าไหนที่อร่อยเท่านี้มาก่อน จะราเมงข้อสอบ อิปปุโดหรือใดๆ บอกเลยว่าอร่อยมากที่สุด (นี่จากใจสาวกอิปปุโดนะเนี่ย) เส้นเล็กเหนียวนุ่ม ดีงามมากๆ พิมพ์ไปก็น้ำลายไหลในความดีงามส่วนข้าวผัดก็ธรรมดาค่ะ แต่หอมกระทะจริง พระเอกที่แท้จริงคือราเมงตรงหน้า

คนอ่านอาจจะบอก อินี่โอเวอร์รึป่าว ท้าให้ลองค่ะ ใครไปฟุกุโอกะ ขอให้ได้ลองShin-Shin แล้วคุณจะรู้ว่าทงคตสึราเมงที่แท้จริงมันดีขนาดไหน


Hakata ramen Shin-Shin KITTE Hakata ten (博多らーめん Shin-Shin KITTE博多店)
KITTE Hakata B1F
Hakata, Fukuoka, Japan



Monday, 1 May 2017

Hysteric Jam (ヒステリックジャム )

สวัสดีค่ะ บล๊อกนี้เป็นบล๊อกข้ามเดือนมาก ตกค้างตั้งแต่ทริปปีใหม่ที่คันไซ จนอีกไม่กี่อึดใจจะไปญี่ปุ่นอีกแล้วก็กลับมาอัพเดทสักหน่อย วันนี้จะพาไปกินเครปไฮโซโบว์ใหญ่ที่โกเบค่ะ เรื่องของเรื่องคือเห็นร้านนี้ในฟีดอินสตาแกรมของfoodieคนญี่ปุ่นที่พีตามอยู่ มันดูเป็นเครปที่มากกว่าเครปที่เคยเห็นเคยกินฮาราจูกุมาก พอสบโอกาสไปตะลุยโอซาก้าตอนปีใหม่ก็เลยหาทางไปโกเบให้ได้เพื่อสิ่งนี้

ร้านนี้ชื่อร้าน Hysteric Jam ค่ะ นางก็เป็นร้านเครปธรรมดาที่เราเคยเห็นแบบธรรมดา มีทั้งไส้คาวไส้หวาน แต่นางจะมีพรีเมียมเครปอยู่5แบบที่จะทำออกมาแฟนซีกว่าคนอื่น คือ เครมบรูเล่ (ตัวนี้คือดังอันดับ1 เพราะเค้าเผาหน้าตาให้แข็งเหมือนเครมบรูเล่ธรรมดาด้วย) ทีรามิสุ มัตฉะทีรามิสุ มองบลัง และรัมเรซิ่น

(ตัวอย่างรูปค่ะ)

วิธีสั่งคือเราก็เข้าคิวไปสั่งและจ่ายเงินก่อน แล้วเค้าจะให้ป้ายคิว เราก็ไปต่ออีกแถวเพื่อรอรับ ข้างในมีคนทำเครปอยู่ประมาณ4-5คน ก็จะทำได้4-5อันในแต่ละรอบ คนเยอะแต่รอไม่นานมาก ถือว่าระบบเค้าดีค่ะ

พีสั่งมัตฉะทีรามิสุเพราะกลัวเครมบรูเล่จะเลี่ยนไป และก่อนหน้าเพิ่งกินแพนเค้กมารอน (เกาลัด) บนสวนสมุนไพรมา หน้าตาสวยงามเหมือนตัวโชว์เด๊ะๆ



รสชาติดีค่ะ ข้างล่างจะเป็นครีมสดผสมมัตฉะ ข้อเสียคือต้องระวังตัวผงมัตฉะจะร่วงและสำลัก ขอบอกว่าอิ่มพอดีแทนมื้ออาหารได้เลย ถ้าไปแถวนั้นอีกก็อยากลองเครมบรูเล่บ้างเพราะได้ยินสาวญี่ปุ่นกรี๊ดกร๊าดว่าอร่อยมากๆ งานนี้คงได้ไปซ้ำแน่นอน


ヒステリックジャム Hysteric Jam
Sannomiya, Kobe, Japan
Website: http://hysteric-jam.com/


Friday, 19 August 2016

Ichibiki イチビキ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน นาโอะห่างหายกับการเขียนเอนทรี่ไปนานมากกกกก ต้องกราบขออภัยคุณผู้อ่านที่ติดตามอ่านด้วยนะคะ (มีมั้ยนะ คนติดตาม หุหุ) จริงๆ ร้านอาหารที่นาโอะจะลงในเอนทรี่นี้นาโอะก็ดองเอาไว้จนเค็มได้ที่กำลังดีเลยละค่ะ ไปกินร้านนี้มาพร้อมพิมมิยะตั้งแต่วันพ่อปี 2014 นี่จะ 2 ปีแล้ววว มันเพิ่งจะมาเขียนรีวิว ราคงราคาอาหารอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วนะคะคุณผู้อ่าน ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ

เอนทรี่นี้นาโอะจะรีวิวร้านข้าวหน้าปลาไหลอันดับ 1 ของเมืองนาโงย่า คุณผู้อ่านคงจะพอทราบกันมาบ้างว่านาโงย่าเค้าก็ดังเรื่องปลาไหลอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเมนู Hitsumabushi นาโอะกับพิมมิยะเคยทานเมนูนี้ครั้งแรกที่นาโงย่าเมื่อหลายปีก่อนที่ร้านดัง Atsuta Houraiken あつた蓬莱軒 ตอนนั้นก็ติดอกติดใจกันมากมาย มารอบนี้ก็อยากจะกินอีก แต่อยากเปลี่ยนร้านบ้าง จริงๆ ก็ไปทาน Atsuta Houraiken มาอีกรอบนะคะ แต่เป็นสาขาในห้าง

ร้านที่รีวิวในเอนทรี่นี้ชื่อว่า Ichibiki イチビキ ได้คะแนน review ในเวบ tabelog.com ถึง 3.8 คะแนน (จริงๆ ตอนปี 2014 นางได้เยอะกว่านี้นะ นี่เปิดดูใหม่ คะแนนอยู่ที่ 3.8 แล้ว) และแน่นอนค่ะ เมนูอันดับ 1 ของร้านก็คือ Hitsumabushi ท่านผู้อ่านที่ไม่รู้จักว่า Hitsumabushi คือเมนูอะไร แนะนำให้อ่านเอนทรี่ Atsuta Houraiken あつた蓬莱軒 ของพิมมิยะก่อนนะคะ จะได้เข้าใจ (แหนะ มันแอบขี้เกียจอธิบาย)

Ichibiki เป็นร้านตึกแถวค่ะ หน้าร้านและภายในร้านดูเก่าแก่โบราณ มันยิ่งแลดูแล้วมโนเอาว่า ปลาไหลเค้าต้องอร่อยแน่ๆ เล้ย วันนั้นมัวแต่ต๊ะต่อนยอนไม่ยอมไปต่อแถวรอร้านเปิด (ก็มันหนาวอะ) มัวแต่เดินอยู่ใต้ดิน เดินไปหน้าร้านเวลาพอดีร้านเปิดเป๊ะ ปรากฏว่า แถวยาวมากกก โฮ แต่ก็ไม่ย่อท้อค่ะ ยืนตากลมรอไป (หนาวจริงๆ หนุ่มญี่ปุ่นที่ยืนอยู่ด้านหน้าต้องยืนเขย่าอยู่ตลอดเวลา)

ป้ายหน้าร้าน

หน้าต่างจากนอกร้านที่มองเห็นพ่อครัวกำลังย่างปลาไหล

เมนู

หลังจากยืนรออยู่นาน (สารภาพว่าจำไม่ได้ว่ารอนานแค่ไหน จำได้แค่ว่านานมาก นานพอๆ กับไปกินซูชิได) ในที่สุดเราสองคนก็ได้เข้ามาในร้านค่ะ เข้าไปในร้านยังต้องเข้าไปรออี๊ก พอได้โต๊ะนั่งก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงค่ะ สั่งเลย Hitsumabushi 2 ที่ นอกจากต่อแถวรอเข้าร้านนานแล้ว รออาหารยังนานด้วย น่าจะเป็นเพราะว่าปลาไหลย่างหมดล็อตพอดี เลยต้องรอล็อตใหม่ค่ะ นาโอะกับพิมมิยะหิวโซ หน้าเริ่มมืด พออาหารมามือไม้สั่น ถ่ายรูปมาไม่ค่อยจะชัด ฮ่าๆ

พอเข้ามาในร้านจะเห็นพ่อครัวย่างปลาในห้องครัวค่ะ

เมนู

Hitsumabushi Set


นาโอะกับพิมมิยะยืนยันค่ะว่าปลาไหลย่างของร้าน Ichibiki นี้ กรอบนอกนุ่มใน ซอสที่ย่างก็รสชาติกำลังดี ไม่หวานเท่าของร้าน Atsuta Houraiken โดยรวมแล้วรสชาติปลาไหลสูสีกับร้าน Kabuto かぶと ร้านปลาไหลย่างอันดับ 1 ของโตเกียวเลยค่ะ นาโอะกับพิมมิยะต้องรีบกลับเพราะต้องบินกลับกทม. เลยต้องรีบกินๆๆๆ แล้ววิ่งกลับสถานีรถไฟ ไม่ได้กินแบบดื่มด่ำมากนัก นาโอะเลยต้องไปซ่อมอีกรอบตอนไปนาโงย่ารอบถัดไป ก็ยังคอนเฟิร์มนะคะว่าปลาไหลรสชาติดีมาก กรอบนอกนุ่มใน แต่รอบที่ 2 ลูกค้าไม่เยอะเท่าวันที่นาโอะไปกินกับพิมมิยะ เลยรอไม่นาน ปลาไหลย่างเสร็จไว้ก่อนแล้ว อาจจะไม่ร้อนและใหม่เท่าวันที่กินกับพิมมิยะ แต่อร่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ

ถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปเที่ยวนาโงย่า อย่าลืมไปลอง Hitsumabushi ของร้าน Ichibiki นะคะ รับรองไม่ผิดหวังค่า

ร้านเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์
มื้อกลางวัน 11:30-13:00 (แนะนำให้ไปรอตั้งแต่ 11 โมงค่ะ จะได้เข้าไปกินเป็นเซตแรก)
มื้อเย็น 17:00-20:00


แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Thursday, 28 July 2016

Day trip in Ehime - ไปเที่ยว Ehime กัน!

ช่วงนี้แอบเห็นกระแสการเที่ยวแถบShikokuในเมืองไทย พีเลยจะขออาสาเป็นไกด์(เวอร์ชั่นเร่งรีบ) พาเดินกินแถบเมืองมัตสึยาม่า (Matsuyama) และโดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen) ที่จังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) ในเอนทรี่นี้

การเดินกินของพีครั้งนี้ เงื่อนเวลาที่แท้จริงคือครึ่งวันเท่านั้นค่ะ พีนั่งรถไฟเที่ยวแรกจากทาคามัตสึ (ออก7โมงกว่า) มาถึงมัตสึยาม่าก็ใกล้ๆ10โมงแล้ว แล้วเย็นวันนั้นพีก็มีนัดซะด้วย ทำให้กิจกรรมการกินต้องลุล่วงภายใน 6 ชั่วโมง โชคดีที่ระหว่างโดโกะออนเซ็นกับตัวเมืองมัตสึยาม่าไม่ห่างกันมาก นั่งรถรางไม่เกิน 15 นาทีถึง ทำให้กิจกรรมลุล่วงไปได้ด้วยดี

มาพูดถึงจังหวัดเอฮิเมะกันบ้าง จังหวัดเอฮิเมะอยู่ทางปลายของเกาะชิโกกุ ฝั่งตรงข้ามกับฮิโรชิม่า ของขึ้นชื่อของเอฮิเมะคือ "ส้ม" ส่วนอาหารที่ดังของเอฮิเมะ คือข้าวปลาไท (Taimeshi) ซึ่งกรรมวิธีในการทำจะแตกต่างกันไปแล้วแต่เมือง คือมีทั้งที่เอาปลาไททั้งตัวลงไปอบกับข้าวในหม้อ หรือแบบที่แล่ปลาไทสดๆจิ้มซอสกินกับข้าวสวย ซึ่งแบบหลังเค้าจะเรียกว่าเป็นสไตล์ของเมืองอุวาจิม่า (Uwajima no taimeshi)

พี่ตามเสาะหาร้านที่ขายข้าวปลาไทสไตล์อุวาจิม่าก่อนเดินทางทริปนี้ เพราะเปิดเพจการท่องเที่ยวเอฮิเมะแล้วเห็นรูป มันน่ากินมากค่ะ ปลาสดๆ เนื้อใสๆ ถึงขนาดบอกเพื่อนเลยว่าไม่ว่าเราจะไม่ไปไหน ไม่กินอะไร แต่เราต้องกินสิ่งนี้ให้ได้ หาไปหามา เจอร้าน Goshiki (五志喜) ร้านดังสุดๆของมัตสึยาม่า จริงๆร้านนี้เค้าดังเรื่องของเส้นโซเมน 5 สี (ดังชื่อร้าน) แต่เค้าก็มีเซ็ทข้าวปลาไทราคาย่อมเยาว์ขายตอนกลางวัน ก็เลยรีบจรลีไปที่ร้านโดยไว


เมนู

เปรียบเทียบกับของจริง

บอกเลยว่าดูมันเป็นเซ็ทที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ นอกจากจะมีเนื้อปลาไทที่แล่มาให้กับซอสแล้ว ยังมีเครื่องเคียงสารพัด รวมไปถึงโซเมนที่เลือกได้ด้วยว่าจะจัดแบบร้อนหรือเย็น (พีเลือกแบบเย็น)



เนื้อปลาสดมากค่ะ เนื้อใสสุดๆ วิธีกิน เราสามารถจิ้มซอสกินเหมือนซาชิมิก็ได้ หรือจะเอาปลาไปจุ่มซอสแล้วเอามาวางบนข้าวแล้วตามด้วยสาหร่าย ชิโสะ และวาซาบิก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความชอบของเรา ร้านนี้คือถ้าใครไปมัตสึยาม่าแล้วมองหาของกิน อยากแนะนำเลย ยิ่งกลางวันจะได้ราคาไม่แพง ร้านค่อนข้างดังเพราะลายเซ็นต์ดาราคนดังนี่เพียบผนังร้านเลยค่ะ

Goshiki (五志喜)
Okaido, Matsuyama, Ehime
Website: http://www.goshiki-soumen.co.jp/
Tabelog: http://tabelog.com/ehime/A3801/A380101/38000375/





จบจากมื้อกลางวัน เราก็นั่งรถรางมาโดโกะออนเซ็นต่อ อย่างที่บอกว่าโดโกะออนเซ็นไม่ไกลจากตัวเมือง มัตสึยาม่ามาก นั่งรถรางสุดสายก็มาถึงแล้ว โดโกะออนเซ็นเป็นเมืองน้ำแร่ที่เค้าว่ากันว่ามีน้ำแร่ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

พอออกจากสถานีรถไฟมา เราจะเห็นนาฬิกาใหญ่ตั้งอยู่ ถ้าไปตรงเวลาที่ตี จะมีละครจากนิยาย "Botchan" ออกมาค่ะ



พี่โชคดีที่ไปตรงเวลาพอดี เลยได้ยืนดูนาฬิกา ออกมาร่ายรำตามเสียงเพลง น่ารักดีนะคะ หลังจากนั้นเราก็จะเดินตามตรอกชอปปิ้งเข้าไปด้านในคะ ตรอกชอปปิ้ง 2 ข้างทางมีร้านขายของฝากเยอะมาก กระซิบว่าควรมาซื้อของฝากที่นี่ ถ้ามาเที่ยวมัตสึยาม่า เพราะมีของทุกอย่าง ขนมทุกแบบ และที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดเอฮิเมะ นั่นคือ"ส้ม" ค่ะ



สุดสายปลายทางตรอกชอปปิ้ง จะเจอโดโกะ ออนเซน ฮงคัน หรือโรงอาบน้ำสาธารณะ ที่นี่ถ้าใครอยากแช่ออนเซ็น แนะนำเลยค่ะ ได้ข่าวว่าบริการแจ่มอยู่ แต่พีไม่มีเวลาเลยได้แค่ด้อมๆมองๆถ่ายภาพ ว่ากันว่ามิยาซากิซังแห่งStudio Ghibli ได้แรงบันดาลใจจากโรงอาบน้ำนี้ ไปเป็นต้นแบบของอาคารในเรื่อง Spirited Away



ขากลับก็เดินซื้อของฝากแวะตามทาง เค้าบอกว่ามาถึงโดโกะออนเซ็น เราต้องได้กินซอฟ์ทครีมมิกัง (ส้ม) เดินมาเจอร้าน Rokujiya ร้านขายขนมดังของโดโกะออนเซ็น มีซอฟ์ทครีมกดตู้ขายอยู่ มี 2 รสให้เลือกค่ะ ระหว่างวานิลลา กับ iyo mikan หรือรสส้มอิโยะคัง ตอนแรกแอบหวาดหวั่นเหมือนกันว่า ส้มที่มีรสเปรี่ยวเอามาทำไอศครีมที่เป็นนมๆมันจะดีหรอ ปรากฎว่าดีค่ะ อร่อยมากเลย ร้านนี้ร้านใหญ่ ถ้าเดินจากสถานีไปโดโกะออนเซนฮงคัน ร้านจะอยู่ซ้ายมือก่อนทางที่ถูกบังคับเลี้ยวซ้าย เสียดายว่าซื้อขนมจากร้านอื่นมาเต็มที่แล้วเลยไม่ได้ลองขนมของร้านนี้ ถ้าได้กลับไปต้องไม่พลาดแน่นอน

Rokujiya (六時屋道後店)
Dogo Onsen, Ehime
Website: http://www.rokujiya.co.jp/index.shtml
Tabelog: http://tabelog.com/ehime/A3801/A380101/38006818/



หวังว่าทุกคนที่มีแผนจะไปเอฮิเมะคงได้ไอเดียจากเอนทรี่นี้ พีก็แอบเสียดายเพราะอยากไปวัด และปราสาท แต่เวลาจำกัดมาก ถ้ามีโอกาสก็คงอยากไปซ้ำที่ชิโกกุอีกแน่ๆ ธรรมชาติและบรรยากาศดีมากเลยค่ะ ช่วงที่ไปเป็นปลายพฤษภาคมที่ไม่ร้อนเลย ในขณะที่ภูมิภาคอื่นคือร้อนแล้ว อาหารก็อร่อย คนชิโกกุก็ใจดี สนุกมาก  แถมท้ายให้หน่อยว่า ถ้าจะมาชิโกกุให้นั่งเครื่องภายในประเทศต่อมาจะดีกว่า เพราะนั่งรถไฟมันหลายต่อมาก 

Friday, 8 July 2016

Battle of udon: Udon Ichiba (うどん市場) vs Kawafuku (川福)

กลับมาตามสัญญากับการต่อสู้หาร้านอุด้งแสนอร่อยในทาคามัตสึ ใช้ชีวิตอยู่ที่ทาคามัตสึ 2 วัน ได้ลองอุด้งไป 2 มื้อถ้วน (ใจจริงอยากลองให้มากกว่านั้น แต่เวลาไม่ได้ ข้อเสียของการมาเมืองที่ต่างจังหวัดก็คือ3ทุ่ม ทุกอย่างก็ปิดหมดแล้ว ก็ต้องฝากท้องกับคอมบินิเท่านั้น)

โอเคกลับเข้าเรื่องของเรา ร้านแรกที่จะแนะนำ หาง่ายมาก ถ้ามาทาคามัตสึ ต้องมาเดินย่านเฮียวโกะมาจิ ย่านชอปปิ้งที่มีหลังคามุง เดินง่ายเดินสะดวก จากถนนหลักเลี้ยวซ้ายจะเจอร้านทางซ้ายมือ ชื่อร้าน Udon Ichiba (うどん市場) 


หน้าร้าน

เมนูภาษาอังกฤษหน้าร้าน

ร้านนี้เป็นแบบบริการตัวเองค่ะ เดินเข้าไปถึงไปบอกเมนูอุด้งที่เราเลือก คุณป้าก็จะลวกให้ พอรับแล้วก็ไปเลือกของทอด หรืออินาริซูชิที่มีอยู่ แล้วค่อยคิดเงิน แบบร้านอุด้งจากญี่ปุ่นที่มาเปิดที่ไทย(ซึ่งเค้าก็ว่าต้นตำหรับมาจากเมืองมารุกาเมะ ที่จังหวัดคากาว่านี่แหละค่ะ) 


พีเลือกเมนูอันดับ1ของร้านก็คือ Olive tamago niku bukkake udon หรืออุด้งเนื้อแบบแห้งใส่ไข่มะกอก ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าไข่มะกอกคืออะไร แต่พอไปอ่านพบว่าของดังของคากาว่าอีกอย่างคือมะกอกค่ะ เค้าเลยเอาไข่ไปหมักในน้ำมันมะกอกแล้วค่อยนำมาลวก รูปลักษณ์มันก็ไข่ขาวจะขุ่นกว่าปกติ แต่ถ้าถามถึงรสชาติ ก็เหมือนไข่ลวกธรรมดานะคะ พีเลือกชิกุวะทอดมากับอินาริซูชิอีกก้อน อินาริซูชิมาตรฐานค่ะ แต่ชิกุวะคือดีมาก กรอบมาก ไม่เคยเจอใครทอดได้กรอบได้ดีขนาดนี้มาก่อน ดีมากอร่อยมาก ชอบมาก อยากกลับไปกินอีกซ้ำๆย้ำๆ ปลื้มใจ


มาส่วนของอุด้งกันบ้าง หนึบๆแต่ไม่ใช่เคี้ยวยาก ตัวเนื้อกับซุปคลุกคลิกที่ติดมา อร่อยค่ะ กินเสร็จแล้วก็อย่าลืมเทเศษอาหารทิ้งแล้วเก็บชามด้วยนะคะ ร้านนี้เหมาะกับการกินง่าย กินสะดวก ไม่ต้องพิธีมาก แถมราคาถูก จำได้ว่าในถาดนั้นน่าจะไม่เกิน700เยนนะคะ แถมอุด้งเป็นไซส์กลางอีกต่างหาก

Udon Ichiba (うどん市場)
Hyogomachi, Takamatsu, Kagawa




มาถึงร้านถัดไป ร้านนี้เดินลึกเข้ามาจากเดิมพอสมควร ชื่อร้าน Kawafuku (川福) วันที่พีไปกินคือวันศุกร์ตอนบ่ายโมงกว่าๆได้ ขอบอกว่าไม่มีคนเลยค่ะ เงียบมากหน้าร้านในร้าน เลยโผล่หน้าเข้าไปแล้วถามคุณป้าว่ายังเปิดใช่ไหมคะ คุณป้าบอกเปิดจ๊ะ เลยเข้าไปนั่งสั่งอาหารกัน ขอบอกว่ามื้อนั้นหิวมากเพราะเดินทางไกลมาอาหารเช้ามีแค่ข้าวปั้นก้อนเดียว เลยสั่งโอเด้งหัวไชเท้าไปกับคอนยาขุ ถามคุณป้าว่าควรสั่งเมนูไหน แนะนำให้ที คุณป้าแนะนำเป็น saru tempura udon จัดไปเลยค่ะ


โอเด้งคือดีงามมากค่ะ หัวไชเท้าชุ่มไปด้วยซุปที่รสชาติกลมกล่อม อร่อยมาก คอนยาขุดูโง่ๆ แต่ดีมากจริงๆ อร่อยมาก เกิดมาไม่เคยกินโอเด้งที่ไหนดีเท่าที่นี่มาก่อนในชีวิต เพื่อนที่ไปด้วยไม่กินตอนแรก เลยบังคับนางให้ชิม (ฮ่า) นางบอกอร่อยดีเหมือนกัน


มาถึงซารุ เทมปุระคือดี กรอบ อร่อยไม่ต้องจิ้มอะไรทั้งนั้น เมืองนี้เค้ายังไงนะ ทำของทอดอร่อยทุกอย่างเลย ตัวซุปที่จุ่มก็กล่อมกลมค่ะ ไม่เข้มไปอ่อนไป อุด้งร้านนี้คือดีจริงๆ อร่อยมาก ปริมาณเหมือนน้อยแต่เยอะมากค่ะ ชอบเส้นของร้านนี้มากกว่าudon ichiba ประทับใจในความอร่อยจริงๆ 

Kawafuku (川福)
Takamatsu, Kagawa




เอาจริงจะให้ยกมือว่าคาวาฟุคุชนะไปก็คงไม่ได้เพราะร้านมีลักษณะต่างกัน เอาเป็นว่าใครได้ลองแล้วก็มาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ ว่าชอบร้านไหนมากกว่ากัน 

Monday, 4 July 2016

Ikkaku (一鶴)

สวัสดีค่ะทุกท่าน เมื่อเดือนก่อนพีเพิ่งไปตะลุยญี่ปุ่นแถบชิโกกุมา รู้สึกดีใจมากที่ได้เก็บเกาะใหญ่ในญี่ปุ่น4เกาะครบแล้ว (เป้าหมายต่อไปคงเป็นไปให้ครบทุกจังหวัดแน่นอน ฮ่า) ก่อนไปทำการบ้านเยอะมาก เพราะเวลาค่อนข้างจำกัด อีกทั้งแถบชิโกกุเองต้องยอมรับว่าการเดินทางโดยรถสาธารณะไม่ได้สะดวกมากนัก (ใครเคยดูละครญี่ปุ่นที่ว่าป้ายนี้มีรถไฟผ่านแค่ชั่วโมงละขบวน แบบนั้นเลยค่ะ)  ร้านอร่อยมักไม่มีรถบัสหรือรถไฟผ่าน เราเลยต้องวางแผนดีๆ แถมทริปนี้มีเพื่อนไปด้วยค่ะ คนเที่ยวคนเดียวแบบพีก็แอบเกร็งนิดหน่อย แล้วเพื่อนเป็นคนมุสลิม อินโดนีเซีย เราเลยต้องงดหมูทุกเมนู (งดราเมงทั้งทริปเลย)

เกริ่นมาซะนาน ขอเปิดตัวเอนทรี่แรกด้วยร้านอาหารที่คากาว่า ถ้าพูดถึงจังหวัดคากาว่า หลายคนคงรู้ว่าชื่อเล่นของจังหวัดนี้ว่าเป็นจังหวัดอุด้ง อุด้งของที่นี่ชื่อเสียงโด่งดังมาก แต่ว่า...เอนทรี่นี้เราจะไม่ได้พูดถึงอุด้งค่ะ (ฮ่า) ไว้เอนทรี่หน้า อุด้งมาแน่นอน แต่เอนทรี่นี้ ขอนำเสนอร้านที่พีประทับใจสุดๆเลย เรียกว่ากินมาก็หลายที่ไม่น่าเชื่อว่าเมนูง่ายๆแค่นี้ก็ชนะทุกอย่างได้


ร้านนี้ชื่อ Ikkaku (一鶴) อยู่ที่ทาคามัตสึ ขายไก่ย่างเป็นหลักค่ะ แต่ไก่ที่นี่พิเศษคือมีสองแบบคือ โอยะโดริ (ไก่เด็ก เนื้อนุ่ม) กับ ฮินะโดริ (ไก่แก่ เนื้อเหนียว) เมนูนอกจากนี้มีจะมีข้าวอบไก่ ข้าวปั้น ซุป และกับแกล้มเล็กๆน้อยๆ พีไปที่ร้านตอนเกือบทุ่ม วันศุกร์ หน้าร้านไม่มีคิวเลยค่ะ ได้ใจมากๆ เปิดประตูไป ยืนเข้าคิวกันประมาณ 4 คิวได้ ในร้านคือแน่นมาก เพราะมนุษย์ออฟฟิซเลิกงานมาสังสรรค์ ยืนรอโต๊ะประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้โต๊ะค่ะ (รูปข้างบนคือถ่ายตอนกินเสร็จสักสามทุ่มได้ คิวยังทะลักอยู่เลย)



ใครพูด/อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ไม่ต้องกลัวค่ะ ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษ



ไก่ย่างต้องมาคู่เบียร์เย็นๆค่ะ พีสั่งแบบฮินะโดริ ส่วนเพื่อนสั่งโอยะโดริ แบบฮินะ ทางร้านจะบากเนื้อไก่มาให้เพื่อที่เราจะได้กัดกินง่าย วิธีกินคือเอาทิชชู่พันปลายแล้วหยิบขึ้นมากัดกินแบบที่เค้าทำกันในฟลิ้นสโตนค่ะ บอกเลยว่าดีใจมาก เพราะใฝ่ฝันอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เป็นการกินแบบดูเถื่อนๆดี

ตอนยืนรอโต๊ะ พีก็ยืนดูครัวเค้าทำ เค้าจะเอาไก่ไปย่างแล้วเอาเข้าไปอบอีกที หนังไก่จะกรอบ เนื้อจะนุ่มชุ่มฉ่ำมาก ไก่เสิร์ฟคู่กะหล่ำปลีกรอบๆตัดเลี่ยนค่ะ ใครเป็นเกาท์ กลัวอ้วน คิดว่าไม่เหมาะกับร้านนี้เลย เพราะน้ำมันไก่ชุ่มอร่อยมาก


พีและเพื่อนสั่งข้าวอบไก่มากิน ข้าวโรยด้วยไข่ฝอยมีขิงดองแนม มาพร้อมกับผักดองและซุปใส ที่เห็นลอยๆอยู่ คือหนังไก่ค่ะ ถึงได้บอกว่าใจไม่ถึงไม่แนะนำจริงๆ (ฮ่า) แต่เห็นแบบนี้ คือซุปใสดื่มง่ายมาก ไม่เลี่ยน ไม่มีน้ำมันลอย มื้อนี้ดีงามจริงๆ แล้วร้านนี้เป็นร้านดังของทาคามัตสึจริงๆค่ะ อุด้งอาจจะมีชื่อเสียง แต่ถ้ามาทาคามัตสึ ต้องกินอิคคาขุค่ะ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด 

(มารู้ทีหลังว่าร้านนี้มีสาขาที่โยโกฮาม่ากับโอซาก้า แต่พีไม่รู้เหมือนกันว่ารสชาติจะสู้ที่นี่ได้ไหม ถ้ามีโอกาสลองจะเอามาอัพเดทนะคะ)


一鶴 (Ikkaku)
Takamatsu, Kagawa
Website: http://www.ikkaku.co.jp/




Sunday, 26 June 2016

Hakkasan

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้พวกเรา 3 สาวห่างหายจากการอัพบล็อกไปนานพอสมควรเนื่องจากภารกิจรัดตัว ระหว่างรอนาโอะกับพีมาปล่อยของเด็ด พิมมิยะขออนุญาตรีวิวติ่มซำของร้าน Hakkasan ที่เพิ่งมีโอกาสได้ไปชิมมานะคะ 

ร้าน Hakkasan เป็นร้านอาหารกวางตุ้งที่มีสาขาอยู่หลายประเทศ อย่างนิวยอร์ด ดูไบ มุมไบ หรือใกล้บ้านเราอย่างเซี่ยงไฮ้นี่เค้าก็มีสาขานะคะ สำหรับที่ลอนดอนซึ่งเป็นประเทศแม่ของร้านนี้ก็มี 2 สาขาด้วยกัน คือ Hanway Place กับ Mayfair สาขาที่พิมมิยะไปคือที่ Hanway Place ถือเป็นสาขาแรกของร้านนี้ เปิดตั้งแต่ปี 2001 แล้วก็ได้ 1 ดาวมิชลินในปี 2003 และยังครองตำแหน่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน โดยเชฟหลักของที่นี่คือ Chef Tong Chee Hwee ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกร้านนี้มาตั้งแต่แรกเลยค่ะ ก็เลยเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พิมมิยะเลือกสาขานี้แทนที่ Mayfair เพราะเป็นคนที่มีความเชื่อส่วนบุคคลว่าสาขาแม่ย่อมอร่อยที่สุด จริงไม่จริงอันนี้ไม่แน่ใจนะคะ คหสต.ล้วนๆ 555

ที่ตัดสินใจไปทานติ่มซำมื้อเที่ยงเพราะว่าคุณสามี (>//<) ชอบทานติ่มซำค่ะ แล้วก็ถ้าดันไปดินเนอร์อาหารจีนกันแค่ 2 คนเกรงว่าจานจะใหญ่ ชิมได้ไม่หลากหลายเมนู เลยสรุปกันที่ติ่มซำมื้อเที่ยงนี่แหละ (แค่ไปกินติ่มซำยังสั่งได้ไม่กี่เมนูเองค่ะ คืออิ่มจริงจัง) พิมมิยะเลยจัดการจองโต๊ะผ่านเว็บไซต์ของร้านก่อนออกจากกรุงเทพฯ เนื่องจากกลัวโต๊ะจะเต็ม เดี๋ยวอดกิน แหะๆๆ



ตอนไปเราเดินทางไปโดยรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Tottenham Court Road ค่ะ หลงทางกันเล็กน้อยเพราะตรงนั้นกำลังมีงานก่อสร้างอยู่ สรุปว่าฉิวเฉียดกับเวลาที่จองโต๊ะไว้พอดี


หน้าร้านค่ะ ถ้าไม่สังเกตดีๆแทบจะไม่รู้ว่าเป็นร้านนี้ ฮ่า



สำหรับเมนู สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของร้าน http://hakkasan.com/ ได้ค่ะ อาหารก็จะมีทั้งอาหารกวางตุ้งแบบแท้ๆ และแบบ fusion ให้เลือกชิมกัน

บรรยากาศของร้าน คือเงียบมาก จะจองล่วงหน้าไปทำไม ฮ่า~ หรืออาจจะเพราะเป็นกลางวันวันธรรมดา ถ้ามื้อเย็นคนน่าจะเยอะกว่านี้มั้งคะ





ที่จริงร้านเค้ามี Dim Sum platter ให้สั่งนะคะ เห็นโต๊ะข้างๆสั่งอยู่ จะมีของนึ่งอยู่ประมาณ 4 อย่าง แต่พิมมิยะไม่ได้สั่งเพราะอยากลองหลายๆเมนู สำหรับของนึ่งที่สั่งมาก็เป็นขนมจีบกุ้งและหมู (Pork and prawn shumai) สนนราคา ณ วันที่ไป (6/6/16) อยู่ที่ £5.50 ค่ะ เข่งนี้อร่อย เนื้อหมูกับกุ้งด้านในชุ่มฉ่ำ รสชาติกำลังพอดี พิมมิยะไม่ได้จิ้มซีอิ๊วขาวที่เค้าให้มาเลย (ไม่แน่ใจว่ามีจิ๊กโฉ่วให้รึเปล่านะคะ ไม่ได้ขอ) ส่วนคุณสามีจิ้มกับน้ำพริกเผาของทางร้าน ปลาบปลื้มมาก



ต่อมาเป็นฮะเก๋า เข่งละ £6.00 กับขนมจีบหอยเชลล์โรยหน้าไข่ปลา (Scallop shumai with tobiko cavier) £7.50 ดีงามทั้ง 2 เข่งพอๆกับขนมจีบกุ้งและหมูค่ะ เห็นจากรูปนี่เหมือนแต่ละคำจะไม่ใหญ่ แต่จริงๆแล้วใหญ่กว่าติ่มซำที่บ้านเรานะคะ


ส่วนอันนี้เป็น Lobster noodle roll with Royal Supreme Stock with cloud ear and shiitake --  ชื่อยาวมาก (£9.80) อันนี้เฉยๆ จืดชืด ไม่คุ้มอย่างแรงค่ะ เนื้อลอบสเตอร์ข้างในสด เด้งดี แต่รสชาติไม่ผ่าน รู้งี้สั่ง Gold leaf lobster dumpling with lychee and mustard มาดีกว่า โฮ~ ตัดสินใจผิดพลาด T^T


มาถึงของทอดกันมั่ง จานนี้คือ Crispy duck roll (£8.00) จานนี้เป็นแป้งแบบเดียวกับที่ทานกับเป็ดปักกิ่ง ห่อเนื้อเป็ดทอดที่เอามายีๆ แตงกวา และต้นหอม จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆแบบเดียวกับเป็ดปักกิ่ง พิมมิยะไม่ปลื้มเมนูนี้ค่ะ เพราะไม่ชอบต้นหอมเป็นการส่วนตัว (เหมือนพีซังเลย) ส่วนคุณสามีก็บอกว่าเมนูนี้เฉยๆค่ะ ตัวพิมมิยะเองชอบเป็ดแนวนี้ของ Four Seasons กับ Gold Mine มากกว่า อันนั้นห่อเอง ไม่ใส่ต้นหอม 555


Golden fried Lobster and cheese roll (£8.80) จานนี้ดีกว่าเยอะค่ะ เป็นลอบสเตอร์สับผสมกับชีส ห่อด้วยเส้นหมี่แล้วเอาไปทอด รองด้วยผักอะไรซักอย่างทอด (อย่างกับไก่มะนาว ฮ่า) ไม่ได้ถึงกับขั้นชีสเยิ้มๆแต่ก็มีกลิ่นหอมของชีสและลอบสเตอร์ดีค่ะ อร่อยโดยที่ไม่ต้องจิ้มอะไร ส่วนคุณสามีจิ้มน้ำพริกเผาตามฟอร์ม อิอิ



และสุดท้าย อันนี้ยกนิ้วโป้งให้ 4 นิ้วเลย (จากทั้งพิมมิยะและคุณสามี) มันคือ Grilled lamb dumpling with Szechuan pepper (£5.80) ตอนแรกที่สั่งก็ยังนึกภาพไม่ค่อยออก สรุปเป็นแนวเกี๊ยวซ่าไส้เนื้อแกะสับค่ะ แป้งด้านนอกบาง กรอบมาก ส่วนไส้ข้างในนี่ juicy แบบสุดๆ ไม่เหม็นสาบเนื้อแกะด้วย รสชาติก็ดี จะกินเปล่าๆหรือจะจิ้มกับน้ำพริกเผาก็ได้ เรียกว่าทำออกมาได้แหวกแนวและอร่อยมาก กัดเข้าไปคำแรกนี่ตาลุกวาวเลยค่ะ ต้องขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายรูปด้านในของเกี๊ยวอันนี้มา คือมันหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว ฮ่า..








สิริรวมมื้อนั้น 7 จานก็อิ่มกันซะแล้ว เลยไม่ได้สั่งเมนูอื่นกันต่อ เรียกเก็บค่าเสียหายได้ตามรูปค่ะ 





สรุปมื้อนั้นอิ่มอร่อยสมคำร่ำลือ แต่ถ้าไม่มี 2 จานนั้น (lobster noodle roll กับ crispy duck roll) จะดีมากค่ะ ฮ่่า~ ราคาโดยรวมก็ไม่ได้แรงอย่างที่คิด ส่วนความอร่อยนั้นขนาดวันรุ่งขึ้นคุณสามียังรบเร้าอยากกลับไปกินอีก แต่พิมมิยะมีภารกิจอื่นอีก ฮีเลยอดไป แหะๆ (ขอโทษนะคะที่รัก) ไว้มีโอกาสพิมมิยะจะมารีวิวร้านอื่นๆให้ชมกันนะคะ แต่วันนี้คงต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ค่ะ :D

ピム宮 ~ pimmiya 

Hakkasan Hanway Place
8 Hanway Pl, Fitzrovia, London W1T 1HD, UK