Sunday, 30 September 2012

Utsunomiya Min Min (宇都宮みんみん) & Nikko Chaya (日光茶屋)

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน

คุณผู้อ่านที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือเคยศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาบ้าง คงรู้จัก Nikko กันใช่มั้ยคะ นาโอะเองไปญี่ปุ่นมาก็หลายครั้ง อยากบอกว่าแพลนจะไป Nikko มาก็หลายครั้ง แต่พลาดทุกครั้งไป ฝนตกบ้าง (ขี้เกียจออกนอกเมือง) เวลาไม่ได้บ้าง คราวนี้เลยมุ่งมั่นมากว่าจะต้องไปให้ถึง Nikko ให้ได้ เมื่อถึงเวลาแพลนต้องไปเที่ยว Nikko สิ่งที่นาโอะ (และเพื่อนร่วมบล็อกทั้งสองท่าน) ต้องทำเสมอคือหาร้านอร่อย เนื่องจาก Nikko เองนั้น อาหารที่โด่งดังในเมืองของเค้าคือ Yuba (ก้อนฟองเต้าหู้) นาโอะไม่ค่อยชอบกินฟองเต้าหู้ ก็เลยลองหาอย่างอื่นตามทางผ่านจากโตเกียวไป Nikko ดู ถ้าเราเดินทางโดย Shinkansen จากโตเกียวไป Nikko จะต้องมาเปลี่ยนเป็นรถไฟ Local ที่สถานี Utsunomiya นี้ เมื่อลองหาข้อมูล (จริงๆ พีแนะนำด้วย) ก็พบว่า เกี๊ยวซ่า เป็นอาหาร the must ของเมืองนี้เลยทีเดียว

นาโอะเลยมุ่งมั่นมากๆ ว่าวันที่ไปนิกโก้ เราจะมาแวะทานมื้อบ่ายกันที่ Utsunomiya แล้วค่อยกลับโตเกียว ร้านที่นาโอะจะมาแนะนำวันนี้ชื่อว่า Utsunomiya Min Min ร้านนี้มีสาขามากมายในเมือง Utsunomiya เลยค่ะ แต่นาโอะอยากลองไปชิมสาขาต้นตำรับของเค้า ซึ่งอยู่ห่างจากสถานี JR Utsunomiya ประมาณ 20 นาที (เดินแบบคนไทย)
หน้าร้าน

เมนูของร้านนี้มีไม่กี่อย่างค่ะ เค้าขายแค่เกี๊ยวซ่าอย่างเดียว มีแบบทอดในกะทะ (Yaki), ทอด Deep Fried (Age) และแบบต้มค่ะ (ในเมนูจะเรียงจากซ้ายไปขวา สองรายการหลังคือ ข้าวกับเบียร์ค่ะ) นาโอะอยากทานทั้งแบบ Yaki กับ Age ก็เลยสั่งมาอยากละจานก่อนค่ะ


เมนู


เครื่องปรุง

เครื่องปรุงจะมี โชยุ, น้ำส้ม และพริก ค่ะ เราต้องปรุงเอง ไม่มีน้ำจิ้มเกี๊ยวซ่าสำเร็จเหมือนตามร้านราเมงทั่วไป นาโอะชอบน้ำมันพริกของเค้ามากเลยค่ะ เผ็ดสะใจคนไทยแน่นอน อิอิ


เตาทอดเกี๊ยวซ่า

รออยู่พักนึงค่ะ เพราะลูกค้าในร้านเยอะอยู่ ขนาดนาโอะไปบ่ายๆ เวลาที่ไม่ใช่มื้ออาหารแล้วนะ ในที่สุดก็มาแล้ว เกี๊ยวซ่า 1 ที่ จะมีเกี๊ยวซ่าอยู่ 6 ชิ้นค่ะ หลังจากลองชิมทั้งสองแบบแล้ว นาโอะกับคุณผู้ชายยกให้ Yaki อร่อยกว่าค่ะ จริงๆ Age ก็อร่อยนะคะ แต่ว่าพอหายร้อนแล้วมันแอบแข็งนิดนึง ไม่เหมาะกับคนเหงือกไม่มีแรง (อย่างนาโอะ) เท่าไหร่ แต่ถ้ายังร้อนๆ นี่ กรอบกรุบอร่อยมากเลยค่ะ

ไส้เกี๊ยวซ่าปริมาณกำลังดี รสชาติดีมากค่ะ ถ้าทานแบบ Yaki จะได้ความเหนียวนุ่มของแป้งเกี๊ยวซ่า ขอบอกว่า เป็นเกี๊ยวซ่าที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยทานมาในญี่ปุ่นเลยค่ะ บวกกับน้ำจิ้มที่ต้องปรุงเอง ทำให้ได้รสชาติถูกปากแต่ละคนไป ยิ่งทำให้เกี๊ยวซ่าของ Min Min อร่อยทวีคูณณณณณณณ

พอทานสองจานนี้เสร็จต้องสั่งเบิ้ล Yaki มาอีก 1 ที่อะค่ะ มันอร่อยจริงๆ


เกี๊ยวซ่าแบบทอดในกะทะ


เกี๊ยวซ่าแบบทอด Deep Fried


ไส้เกี๊ยวซ่า

เอนทรี่นี้พิเศษค่ะ นาโอะขอแถมแนะนำร้านน้ำแข็งใสที่ Nikko ให้คุณผู้อ่านได้ไปลองชิมค่ะ ร้านนี้ชื่อร้าน Nikko Chaya ค่ะ ร้านนี้อยู่ก่อนถึงทางเข้าศาลเจ้า Toshogu ค่ะ ทางเดินไปร้านจะมีป้ายมาวางไว้ค่ะ มีรูปน้ำแข็งใสอยู่ สังเกตขวามือของทางเดินเข้าศาลเจ้า Toshogu ไว้นะคะ แล้วจะเห็นป้ายชี้ไปทางร้านค่ะ


หน้าร้าน


เมนูภาษาอังกฤษ

น้ำแข็งใสร้านนี้เค้าบอกว่าเค้าผลิตน้ำแข็งมาจากน้ำแร่ธรรมชาติของ Nikko ค่ะ โดยเค้าจะนำน้ำแร่ธรรมชาติไปแช่แข็งแล้วค่อยน้ำมาขายให้พวกเราค่ะ นาโอะสั่งน้ำแข็งใสชาเขียว+ถั่วแดงค่ะ น้ำเชื่อมปริมาณกำลังดีค่ะ รสชาติไม่หวานจนเกินไป หอมกลิ่นชาเขียวค่ะ ที่สำคัญ เกร็ดน้ำแข็งอร่อยมากกกกกกกกกค่ะ ส่วนถั่วแดงก็รสชาติดีมาตรฐานทั่วไปค่ะ


น้ำแข็งใสชาเขียวถั่วแดง


ถั่วแดง

ถ้าคุณผู้อ่านมีแพลนจะไปเที่ยว Nikko ก็อย่าลืมแวะทานเกี๊ยวซ่าอร่อยๆ ที่ Utsunomiya นะคะ ถ้ามีเวลาแวะไม่นานนัก แนะนำร้าน Min Min สาขาใกล้ๆ สถานีค่ะ ตรงลานจอดรถข้างหลัง JR Utsunomiya ค่ะ

แผนที่สาขาต้นตำรับ
 
View Utsunomiya in a larger map 

 แผนที่สาขาใกล้สถานี
 
View Utsunomiya in a larger map

 แล้วพบกันใหม่ค่ะ
 nao~*

Wednesday, 26 September 2012

Suzuki Enchaten 寿ゞき園茶店

สวัสดีค่ะ สัปดาห์ที่แล้วพิมมิยะ นาโอะ และเอสซังเพิ่งหนีไปรับลมร้อนที่ Nagano กันมาหมาดๆ เมืองนี้อยู่ทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น ผู้คนไม่พลุกพล่าน ริมถนนตามทางเดินไปวัด Zenkouji ก็น่ารัก พิมมิยะชอบมากเลยค่ะ อยากไปอีก แถมทริปนี้เรายังได้หม่ำซอฟท์ครีมชาเขียวอร่อยๆกันอีกด้วย โชคดีที่ร้านไม่ไกลจากสถานีรถไฟ JR Nagano เท่าไหร่ พออิ่มอกอิ่มใจจากการทานซอฟท์ครีมที่ร้านนี้เราก็เดินทอดน่องต่อไปยังวัดเซ็นโคจิกัน

หน้าร้าน Suzuki Enchaten ชื่อร้านเขียนแบบที่เห็นในรูปนี่แหละค่ะ อ่านยากสุดๆ 

                             
อีกป้ายนึง


ไอศครีมของร้านนี้เป็น Soft cream (คนญี่ปุ่นเรียกว่า โซะ-ฟุ-โตะ) ซึ่งเป็นไอศครีมแบบที่นิยมขายในญี่ปุ่น ไปเที่ยวเมืองไหนก็ต้องเห็นมีขายกันเกลื่อน แต่ของร้านนี้เค้าเด็ดดวงจริงๆนะค้า~

เมนูไม่มีภาษาอังกฤษแม้แต่ตัวเดียว ฮ่า~ สรุปว่ามีให้เลือกแบบใส่โคนกับใส่ถ้วยนั่งทานในร้านนะคะ ส่วนรสชาติก็มีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน คือ Matcha, Vanilla แล้วก็ Mixed ทุกเมนูราคาเท่ากันหมด คือ 280 เยน 


เสิร์ฟมาในถ้วยและถาดเก๋ๆ แค่เห็นก็กรี๊ดแล้วค่ะ


ตัวซอฟท์ครีมชาเขียวรสชาติเข้มข้น ผสมผสานความหวานกับความขมของชาได้อย่างลงตัว ตัดด้วยรสชาติของมัทฉะร้อนๆที่เสิร์ฟมาให้จิบคู่กัน สุดยอดค่ะ!! ส่วนถั่วแดงที่ใส่มาให้ก็ออกแนวเมล็ดกลมๆ ต่างจากถั่วแดงบ้านเราที่เมล็ดยาวๆ แต่สรุปว่าอร่อยมาก เข้ากันดีกับไอศครีมชาเขียวจริงๆ


แบบผสม ตัวซอฟท์ครีมวานิลลาก็หอม มันดี ติตรงที่หวานไปนิดส์นึงค่ะ แค่นิดเดียวเท่านั้น สุดท้ายทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าแบบมัทฉะอย่างเดียวอร่อยกว่า


ที่จริงร้านนี้เค้าเป็นร้านขายใบชาค่ะ จะเห็นว่ามีชาวางขายอยู่มากมาย รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ชงชาด้วย


แพคเกจสวยงามชวนให้เสียทรัพย์เป็นยิ่งนัก ^^"


ร้านนี้เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 11 โมงเช้า ไปจนถึง 5 โมงเย็น หรือ 6 โมงครึ่ง ขึ้นกับฤดูกาล ถ้าเป็นหน้าหนาวจะปิดเร็วหน่อย ใครอยากชิมก็ต้องไปเร็วนิดนึงนะคะ :D



วันนี้ขออำลาไปเท่านี้ก่อนนะคะ ถ้ามีโอกาส เอนทรี่หน้าพิมมิยะจะมานำเสนอร้านอาหารที่เบลเยียม หลังจากดองมานาน แหะ..แหะ.. 

ピム宮 ~ pimmiya 

Sunday, 23 September 2012

Le Jardin D'Antoinette at Palais Renaissance


เมื่ออาทิตย์ก่อนพีหลบฝนจากเมืองไทยไปทำธุระที่สิงคโปร์มา ธุระแน่นมาก ไม่ได้ชอปปิ้งละลายทรัพย์เลย แต่ก็ได้นัดเจอเพื่อนหลายคน จนแทบจะเรียกว่าเป็น reunion trip เลยก็ได้ หนึ่งในเพื่อนที่ได้เจอกันก็คือบลอกเกอร์สาวจากมาเลเซีย MK จากบลอก Sleepwalking in Tokyo พีเคยเจอกับ MK ตอนเค้ามาเที่ยวเมืองไทยแล้ว คราวนี้เราก็ย้ายไปเจอกันที่สิงคโปร์แทน

นัดเจอกันสถานที่ยอดนิยมคือถนนออชาร์ด เดินเล่นกันสักแป๊ป ก็ไปแวะจิบชาตอนบ่ายทานขนมกันที่ Le Jardin D'Antoinette at Palais Renaissance ร้านนี้เป็นราคาสาขาของร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังของสิงคโปร์ชื่อ Antoinette เห็นว่าเชฟใหญ่ของร้าน เชฟ Pang Kok Keong ได้รับรางวัลจากการทำพวก pastry มาหลายปีมาก ร้านนี้ช่วงหลังดูเป็นที่นิยมมากในหมู่คนชอบขนมในสิงคโปร์ พีเห็นแล้วก็น้ำลายไหล เลยชวน MK กับเพื่อนไปลองร้านนี้

ร้านนี้เค้ายกสวนหลังวังแวร์ชายมาไว้ในห้างเลยทีเดียว เก้าอี้สไตล์หลุยส์ แม้กระทั่งเก้าอี้เด็ก ดูหรูหรามีระดับน่าดูเลย

 มากันสามคนก็สั่งขนมกันสามอย่าง จริงๆร้านนี้เค้าชาดัง แต่ชาเค้าเป็นชาร้อน แล้วเราเดินกันมาร้อนๆ กินชาร้อนอีกก็ไม่ไหว เราสามคนก็เลย สั่งเครื่องดื่มเย็นซึ่งรสชาติก็เฉยๆ คราวหน้าอยากลองสั่งชาดูบ้าง มาดูขนมกันดีกว่า

อย่างแรก "FORBIDDEN FRUIT" ซึ่งเค้าอธิบายไว้ใน Antoinette Facebook ว่า "green apple mousse, green apple jelly, roasted caramelized green apple, maple cremeux and financier sponge" - หลักๆก็คือมีส่วนผสมของแอปเปิ้ลเขียว รสชาติแบบเบาๆไม่จัดจ้าน กลิ่นแล้วสดชื่นมาก อร่อยค่ะ

ถัดมาเป็น "FRAMBOISIER - vanilla cream cheese mousse, raspberry jelly, vanilla creme chantilly, fresh berries, almond crumble" ตัวนี้พีว่าเฉยๆมาก อร่อยก็อร่อยนะคะ แต่มันไม่สมกับเป็นขนมที่แบบ to die for

ชิ้นสุดท้าย LE ROYALE - dark chocolate mousse, almond succes, chocolate genoise with rum, almond hazelnut feullitine อันนี้แฟนชอคโกแลตห้ามพลาดเด็ดขาด เข้มข้น อร่อยมาก ไม่หวานเท่าไหร่ คิดว่าอันนี้ถ้ากินกับชาคงอร่อยมาก เพราะจะได้ชาตัดความเข้มข้นได้ดี 

ใครแวะไปสิงคโปร์ก็ลองไปหาขนมอร่อยๆทานกันได้ที่ Antoinette นะคะ


Antoinette at Palais Renaissance
B1F, Palais Renaissance
Orchard Road, Singapore
Website: http://www.antoinette.com.sg/
MRT Station: Orchard


View Larger Map

Sunday, 2 September 2012

Shiraogi ~ しらおぎ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน

เริ่มเดือนก.ย.ก็ใกล้ฤดูใบไม้ร่วงเข้ามาทุกทีแล้ว หลังจากฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นฤดูหนาว พอพูดถึงฤดูหนาว หลายๆ คนก็ต้องนึกถึงหมู่บ้านมรดกโลก Shirakawa-go ใช่มั้ยคะ วันนี้นาโอะเลยจะแนะนำร้านอาหารในหมู่บ้านนี้ไว้เป็นทางเลือกให้คุณผู้อ่านค่ะ

ร้านนี้ชื่อว่า Shiraogi เป็นร้านขายอาหารญี่ปุ่นที่ค่อนข้างหลากหลายพอสมควรค่ะ ร้านอยู่ไม่ไกลจากสะพานแขวนที่ข้ามมาจากท่ารถบัสเท่าไหร่นัก เดินข้ามสะพานแขวนมา พอถึงถนนเส้นหลักของหมู่บ้านก็เลี้ยวซ้ายค่ะ ร้านจะอยู่ตรงลานจอดรถขวามือ

ป้ายหน้าร้านค่ะ (โดนหิมะบังมิดเลย)

ประตูร้านละกัน

บรรยากาศภายในร้าน

มีน้ำชาให้บริการตัวเอง


เมนูแบบเซต

เมนูอื่นๆ

นาโอะสั่งข้าวหน้าหมูทอด (ของโปรด) ของคุณผู้ชายสั่ง Iwana Soba Set (1500 Yen) แล้วของพิมมิยะสั่งข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอดค่ะ


Iwana Soba Set

น้ำซุปโซบะรสชาติกลมกล่อมกำลังดีค่ะ เครื่องเคียงที่ให้มาก็อร่อยมาก มีโซบะชามเบ่อเริ้มแล้วยังมีข้าวให้อีกหนึ่งถ้วยด้วยค่ะ นาโอะว่าคุ้มจริงๆ ส่วนข้าวหน้าหมูทอด เนื้อหมูชิ้นหนามากค่ะ มีมันนิดหน่อยและเนื้อนุ่มกำลังดี ส่วนข้าวหน้าแกงกะหรี่ของพิมมะยะก็รสชาติดีค่ะ (พิมมิยะบอกมา) เนื้อหมูก็น่าจะเหมือนๆ กับของนาโอะ

ข้าวหน้าหมูทอด

หมูชิ้นหนา

ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด

ตอนที่นาโอะไป เป็นช่วงหน้าหนาว (มากๆ) ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ ร้านเลยคนไม่เยอะมากค่ะ บรรยากาศในร้านก็ดูอบอุ่นทำให้แทบจะไม่อยากเดินออกไปข้างนอกอีกเลยค่ะ ถ้าคุณผู้อ่านแวะไป Shirakawa-go แล้วอยากหาร้านอาหารรสชาติดี บรรยากาศน่านั่ง ลองแวะร้าน Shiraogi นะคะ


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao~*