Tuesday, 30 October 2012

Dandoy

มาถึงเอนทรี่ที่ 2 ของเบลเยียมแล้วนะคะ ถัดจากชอคโกแลตอร่อยๆ คราวนี้เราจะไปทาน Belgian waffles แบบออริจินัลกันค่ะ 

ที่ประเทศเบลเยียม แท้ที่จริงแล้วมีวัฟเฟิลหลากหลายชนิดมาก แต่ที่ฮิตๆกันจะมี 2 แบบ คือ Brussels กับ Liège waffles 

แบบแรก -- Brussels อารมณ์วัฟเฟิลที่คนอเมริกันชอบทานกัน (กรุณานึกถึงวัฟเฟิลของ A&W ประมาณนั้นเลย) แต่ที่แตกต่างกันก็คือของเบลเยียมด้านนอกจะกรอบกว่า และมักจะทำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม 

ส่วนแบบ Liège เนื้อจะออกแนวหนึบๆ โรยด้วยน้ำตาลกรวดก่อนเอาไปอบ เวลาทานร้อนๆด้านนอกจะเยิ้มๆ น่าทานมั่กๆ >_<  นิยมทำเป็นแผ่นกลมๆ ใครนึกไม่ออก ลองจินตนาการภาพวัฟเฟิลชิ้นละสิบกว่าบาทที่ขายตามโลตัส บิ๊กซีบ้านเรา หรือถ้าจะให้ไฮโซกว่านั้นก็ของ Zinneken's ร้านวัฟเฟิลสัญชาติอเมริกันที่ขาย Belgian waffles ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือแบบ Liège นี่เองค่ะ พิมมิยะก็เล็งๆไว้ว่าจะไปลองวัฟเฟิลของร้านนี้มั่ง ที่ผ่านมายังไม่สบโอกาสได้ชิมซักที ได้แต่ทานวัฟเฟิลของบู๊ธที่ขายในโลตัสไปพลางๆ ซึ่งพิมมิยะก็ว่าอร่อยดีนะคะ แหะๆ 

ก่อนจะเดินทางไปเบลเยียมพิมมิยะก็ลองหาข้อมูลร้านวัฟเฟิลที่โน่นดู โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นร้านอร่อย และมีที่ให้นั่งรับประทานชิลด์ๆในร้าน มาลงเอยที่ร้าน Dandoy แม้บางเสียงจะค่อนแคะว่าเป็น tourist trap ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่เค้าว่าอร่อยกัน ก็เลยตัดสินใจเลือกร้านนี้ค่ะ แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะอร่อยกว่าร้านอื่นที่ได้ทานในทริปนั้นเลย :D

ร้านอยู่ห่างจาก Grand Place มาแค่ไม่กี่เมตร ด้านล่างเป็นเคาน์เตอร์ให้ซื้อกลับบ้าน ส่วน tea room อยู่ชั้น 2




เค้าโชว์การทำวัฟเฟิลให้เห็นกันจะๆเลย แบบ Brussels ก็ใช้วิธีผสมแป้งในถัง แล้วค่อยหยอดแป้งเหลวๆลงในพิมพ์ ส่วนแบบ Liège เนื้อแป้งจะหนักกว่า เลยใช้วิธีปั้นเป็นก้อนๆแล้วเอาไปโปะในพิมพ์ (นึกไม่ออกกรุณาลอบสังเกตการณ์ที่โลตัสหรือบิ๊กซีบ้านเราละกันนะคะ)



มาแล้วๆ แบบ A&W เอ๊ย.. แบบ Brussels ราดซอสราสพ์เบอร์รี่ (5.60 €) เสิร์ฟพร้อมวิปครีม ทั้งวัฟเฟิล ซอสที่ออกเปรี้ยวนิดๆ แล้วก็วิปครีมเข้ากันได้ดีมาก อร่อยค่ะ 



แบบ Liège ราดชอคโกแลตซอส (4.50 €) อันแรกว่าอร่อยแล้ว พิมมิยะปลื้มอันนี้มากกว่าอีกค่ะ เนื้อแป้งเหนียวนุ่ม ติดใจอ่า~ อยากทานอีก



สำหรับใครที่อยากลองทานอย่างอื่น ร้านเค้าก็มีทาร์ท คีช แพนเค้ก ไอศครีม บิสกิต ฯลฯ ให้เลือกกันจุใจ ส่วนกาแฟ คุณถุงกระซิบมาว่าก็ธรรมดา ไม่ได้โดดเด่นอะไร (ไม่เหมือนกาแฟของลาดูเร อันนั้นเริ่ดมว้ากกก) แต่วัฟเฟิลของเค้าอร่อยค่ะ ใครที่มีโอกาสไปถึงถิ่นต้นตำรับ อย่าลืมไปลองชิมดูนะคะ :D


Dandoy
Rue au Beurre 31 1000 Brussels


ピム宮 ~ pimmiya

Saturday, 27 October 2012

Moriya (モーリヤ)


ถ้าไปโกเบแล้วไม่ได้ทานเนื้อโกเบคงถือว่าไปไม่ถึงเมืองโกเบแน่ๆ ทำการบ้านมาจากเมืองไทยหาร้านเสต๊กเนื้อโกเบมา มาสะดุดตาที่ร้าน โมริยะ  (モーリヤ) เห็นว่ามีเซทอาหารกลางวันราคาเป็นมิตร พีเลยตัดสินใจเลือกร้านนี้ตั้งแต่เมืองไทย


พอเครื่องลงโยนกระเป๋าทิ้งที่โรงแรมที่โอซาก้าแล้ว พีก็นั่งรถรีบไปโกเบเลย กลัวว่าถ้ามาช้าติดเที่ยงจะรอคิวนาน แล้วก็เป็นอย่างที่คิด โชคดีมากเพราะมาถึงก็เหลือที่หน้าเคาเตอร์เทปปันว่างแค่ที่เดียว จริงๆมีโต๊ะว่างอยู่ แต่อุตส่าห์มาตั้งไกล เราควรต้องนั่งริงไซด์ติดเคาเตอร์เทปปันเท่านั้น


พีสั่งเซทลันช์เป็น 菊安土井 (KIKUYASU DOI) (A4, BMS value No. 6 or 7) SIRLOIN STEAK 170 g ราคาเซทละ 6,200 เยน ถือว่าราคาย่อมเยาว์มาก ในเซทจะมีซุป สลัด ข้าวหรือขนมปัง ชาหรือกาแฟ เลือกได้ว่าร้อนหรือเย็น


เค้าจะเริ่มเสิร์ฟด้วยซุปก่อน ตอนพีไปเป็นซุป Vichyssoise เย็น (ซุป Vichyssoise คือซุปที่ใส่ลีค หอมใหญ่ มันฝรั่งแล้วปั่นรวมกัน) รสชาติอ่อนๆ กินแล้วสดชื่นดีเหมาะกับอากาศร้อนของญี่ปุ่นมาก แต่ถ้าถาม Vichyssoise ที่ Triplets Brasseries ที่หลังสวนนี่อร่อยกว่านะคะ

สลัด
เนื้อ A4 ของเรา

หลังจากนั้น สลัดก็ตามมา แต่ไฮไลท์จริงๆคือ เค้าจะเอาเนื้อที่เราสั่งมาวางให้เราดูก่อน เชฟ (คนที่เห็นในเวบไซต์ของร้านเลยน่ะค่ะ) เตือนว่า อย่าลืมถ่ายรูปนะ แหม คุณเชฟช่างโปรมาก หลังจากนั้นเค้าก็จะถามว่าอยากได้เนื้อสุกขนาดไหน ใจจริงพีอยากได้แบบ medium rare แต่ก็ถามเค้าว่าช่วยแนะนำหน่อยว่าควรเป็นขนาดไหน ใจตรงกันค่ะ เค้าแนะนำว่าควรเป็น medium rare จะได้อร่อยสุด


คุณเชฟก็จะทอดกระเทียมผัดผักให้สุกก่อน หลังจากนั้นก็จัดการกับเนื้อของเรา ก่อนผัดเศษเนื้อน้ำมันเนื้อคลุกกับถั่วงอกเป็นอันดับสุดท้าย ตอนแรกจะบอกว่ารู้สึกขัดเขินเพราะคนไทยกินเนื้อจะต้องจิ้มเยอะแยะมากมาย ที่นี่เค้าก็มีน้ำจิ้มเหมือนโชยุให้ แต่พีตัดสินใจว่าเราควรดื่มด่ำกับรสชาติเนื้อจริงๆ คุณเชฟแนะนำให้จิ้มกับเกลือเพื่อดึงรสชาติของเนื้อออกมาก่อน แล้วก็ลองกินกับวาซาบิดู ขอบอกว่ากินกับวาซาบิอร่อยมาก ไม่รู้ทำไม มันดึงความหวานของเนื้อออกมาได้เยี่ยมมาก ติดใจเลย อร่อยมาก

ความพึงพอใจหลังจากกินเซทลันช์นี้ขอบอกว่ามีความฟินอยู่พอสมควร พีคิดว่าคราวหน้าถ้ากลับไป จะต้องลองกิน A5 ให้ได้ ร้านนี้อาจจะไม่ใช่ร้านที่ราคาย่อมเยาว์ที่สุดในโกเบ แต่ถือว่าเป็นร้านทางเลือกที่ดีสำหรับคนจะไปลองกินเนื้อโกเบ ยิ่งถ้าเป็นเซทลันช์ถือว่าคุ้มค่ะ

Moriya (モーリヤ)
Kobe, Japan
JR station: Sannomiya
Website: http://www.mouriya.co.jp/en/head/index.html



View Larger Map

Wednesday, 17 October 2012

Pierre Marcolini

สวัสดีค่ะ หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน คราวนี้พิมมิยะได้ฤกษ์กลับมาพร้อมกับร้านอาหารอร่อยๆในเบลเยียมแล้วนะคะ ใครที่เคยเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่นั่น คงจะเคยได้ยินว่าของดัง 5 อย่างของบ้านเมืองเค้าก็คือ chocolate, waffle, mussels (หอยแมลงภู่), frites (เฟรนช์ฟรายส์) แล้วก็เบียร์นั่นเอง ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่าทริปที่ผ่านมาพิมมิยะกับเพื่อนๆก็ได้ชิมครบทั้ง 5 อย่างไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียน Food Passports อิอิ..

ประเดิมด้วยชอคโกแลตกันก่อนเลยนะคะ ร้านชอคโกแลตดังๆของเบลเยียมก็มีอยู่หลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Godiva, Leonidas, Wittamer ไปจนถึงร้านชอคโกแลตระดับ World class อย่าง Pierre Marcolini ที่บางสำนักให้คำนิยมว่าอร่อยที่สุดในโลก

ขนมของร้านเค้ามีให้เลือกหลากหลายมาก เยอะซะจนเลือกไม่ถูกเลยค่ะ สุดท้ายเลยต้องตัดสินกันที่หน้าตา มาลงเอยที่ Cake chocolate cube (9.80 €) หน้าตายั่วยวนชวนให้หิวมาก >_< ด้านบนประดับด้วย pistacchio, hazelnut แล้วก็ chocolate macaron อันหลังนี่อร่อยมากค่า ปลาบปลื้ม อร่อยกว่ามากาฮองชอคโกแลตของร้านอื่นเลยนะคะ



ด้านในเป็นเค้กชอคโกแลตเนื้อหนัก รสชาติเข้มข้นสมกับเป็นร้านชอคโกแลตซะจริงๆ นาย J เค้าโหวตให้ชิ้นนี้แหละค่ะ



ไหนๆก็มาถึงร้านชอคโกแลตระดับนี้แล้ว พวกเราก็เลยสั่ง Hot chocolate (2.50 €) มาจิบแกล้มเค้ก ถ้วยนี้เข้มและข้นสุดๆไปเลยค่ะ อย่างกับเอาดาร์คชอคโกแลตมาละลายให้เราดื่มประมาณนั้นเลย รสไม่หวาน ใครที่ไม่ชอบ dark chocolate อาจต้องฝืนใจทานนิดนึง แต่พิมมิยะกับเพื่อนๆชอบนะคะ อร่อยมาก :D



อีกชิ้นเป็นของชอบของสาวตันตัน ชื่อ Envelope petit (4.90 €) อันนี้ก็ดูไฮโซมิใช่น้อย



ด้านบนโรยด้วยผงโกโก้สีส้ม ส่วนด้านในก็มีหลาย layer 



แอบมองไปรอบๆร้าน มีจดหมายขอบคุณจาก Hillary Clinton ซะด้วย โอ้ว.. เค้าใช้ชอคโกแลตร้านนี้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองนี่เอง




เนื่องจากทานไปแค่นั้นยังไม่สะใจ พวกเราเลยสั่ง Chocolate crème brûlée (3.50 €) มาชิมกันอีก 


อร่อยจนพิมมิยะน้ำตาไหลพรากเลยค่ะถ้วยนี้ สุดยอดจริงๆ เข้มข้น หอม มันได้ใจมาก ใครชอบขนมตระกูลนี้ล่ะก็อย่าได้พลาดเชียว สรุปว่าคุณถุงกับพิิมมิยะยกให้ชิ้นนี้เป็นอันดับ 1 ของร้านนี้เลย :D



ใครที่ชอบทานไอศครีม ร้านเค้าก็มีขายคอนเนตโตด้วยนะเออ :P ราคา 5.50 €



ด้านใน



ปรากฏว่าธรรมดามาก ไม่อร่อยสมราคาเลย แงๆ T^T



หน้าร้านสาขา Place du Grand Sablon อยู่ไม่ไกลจาก Grand Place สถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองเท่าไหร่ค่ะ 



สรุปแล้วพวกเราต่างก็ประทับใจร้านนี้กันมากมาย อยากจะมีเนื้อที่ในพุงให้บรรจุของอร่อยๆเพิ่มได้อีก แต่คงต้องเป็นโอกาสหน้าแล้วแหละค่ะ เพราะพวกเรายังต้องเก็บท้องไว้ทานอย่างอื่นอีก แต่จะเป็นอะไร โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ :D

Pierre Marcolini
39 Place du Grand Sablon 1000 Brussels



ปล. ใกล้ๆกันตรง Rue des Minimes มี Pierre Marcolini สาขาใหญ่ แต่ไม่มีที่ให้นั่งทานในร้านนะคะ ถ้าอยากนั่งทานในร้านต้องเดินมาอีกหน่อยนึงที่ Place du Grand Sablon ตามรูปหน้าร้านและแผนที่ข้างบน จะมีเคาน์เตอร์เล็กๆให้นั่งได้ประมาณ 6 คนค่ะ :D

ピム宮 ~ pimmiya