Saturday, 12 December 2015

Yamamotoya honten (山本屋本店)

วันนี้จะข้ามฝั่งมากินของดังของจังหวัดไอจิ จริงๆถ้าพูดถึงไอจิ หรือนาโงย่า คนส่วนใหญ่ก็คงนึกถึงข้าวหน้าปลาไหล (ฮิสะมาบูชิ) หรือปีกไก่สไตล์ร้านยามะจัง แต่จริงๆของดังของพื้นเมืองของไอจิอีกอย่างคือ Misonikomi udon (味噌煮込みうどん)  ซึ่งก็คืออุด้งในซุปมิโสะ ความพิเศษคือมิโสะของที่ไอจิ จะนิยมกินกันเป็นมิโสะแดง ส่วนตัวแล้วพีค้นพบว่าพีรักมิโสะแดงมาก ถูกปากพีกว่ามิโสะขาวที่ทางคันโตกับคันไซเยอะมาก


ร้านที่พีจะพาไปชิมอยู่ที่ห้างใต้ดิน ESCA ที่อยู่ติดกับสถานีJR Nagoya ฝั่งชินคันเซน หาไม่ยากค่ะ ชื่อร้าน Yamamotoya Honten ขายแต่misonikomi udonค่ะ เราเลือกแค่ว่าจะใส่เนื้ออะไรเท่านั้น พีสั่งเป็นใส่เนื้อไก่นาโงย่าโคจิน ที่เป็นของขึ้นชื่อของไอจิ แล้วคุณพนักงานก็จะถามว่าเรากินไข่ดิบได้ไหม เราก็พยักหน้าไปค่ะ เสร็จแล้วเค้าก็จะยกจานผักดอง/ผักเคียงมาให้ จุดนี้ไม่ต้องเกรงใจค่ะ เพราะผักดองผักเคียงเหล่านี้ เติมตลอดฟรีไม่อั้นค่ะ (เบียร์เย็นๆกับผักเคียงนี่ก็ไม่เลวเลยนะคะ)

 


นั่งไปซักแป๊ปอุด้งของพีก็มาเสิร์ฟ ล้นชามมาก นอกจากมีไก่แล้ว ยังมีลูกชิ้นมาด้วย2 ชิ้น พีสังเกตวิธีกิน ทุกคนจะเอาฝามาเป็นเหมือนจานส่วนตัว แล้วโกยเส้นขึ้นมาไว้บนฝาชามก่อนสูดเข้าปาก ตอนแรกเราก็เขิลๆ แต่พอทำแล้วพบว่า เส้นไม่ดีดน้ำซุปใส่เสื้อผ้า แถมลดความร้อนของเส้นได้ดีมาก ภูมิปัญญาชาวไอจิอีกแล้ว รสชาตินั้น บอกเลยว่าชอบมาก คนไม่กินเค็มอาจจะช๊อคไป แต่สำหรับพี อร่อยมากค่ะ เข้มข้น ถูกใจ กินแนมกับผักเคียงก็ตัดรสเข้มในปากได้ดีมาก อร่อยจนน้ำซุปแทบจะยกซดค่ะ ปกติคนนาโงย่าจะสั่งข้าวถ้วยนึงมากินกับอุด้ง พี่ที่รู้จักันแต่งงานอยู่ที่ไอจิบอกว่าเป็นการรับคาร์โบไฮเดรทซ้ำซ้อน ส่วนตัวไม่ต้องมีข้าวก็อิ่มค่ะ เชื่อพีเถอะ

ใครมาไอจิ อยากให้ลองค่ะ ของดีไอจิมีมากมาย เราต้องลองให้หมด!

Yamamotoya Honten(山本屋本店)
Underground floor, ESCA
Nagoya
Website: http://yamamotoyahonten.co.jp/
Tabelog: http://tabelog.com/aichi/A2301/A230101/23000123/






Wednesday, 9 December 2015

A day in Hiroshima หนึ่งวันในฮิโรชิม่า

คุณว่าในหนึ่งวัน คนเราจะกินได้กี่มื้อคะ? ยิ่งเป็นในเมืองที่มีของกินอร่อยๆมากมาย เราจะกินได้กี่มื้อกัน ท่านผู้อ่านไม่ต้องลองค่ะ พีลองมาให้แล้ว (ฮ่า) เดือน11ที่ผ่านมาพีมีภารกิจตะลุย3จังหวัด 3ภูมิภาคที่ญี่ปุ่นภายในระยะเวลา 6 วัน (ขอบอกว่าลากกระเป๋าเหนื่อยมาก โปรดอย่าเอาเยี่ยงอย่าง) เมืองแรกที่ไปคือฮิโรชิม่า เมืองที่พีชอบที่สุดในญี่ปุ่น ไม่รู้ทำไม แต่รักทุกอย่างของฮิโรชิม่า ทั้งตัวเมือง ทั้งอาหาร ทั้งผู้คน (ฮ่า) พีมีเวลาว่างแค่วันเดียวที่จะตะลอนรอบจังหวัดฮิโรชิม่า เรามาเริ่มตะลุยกินเลยดีกว่า
  • Kakiya (牡蠣屋)
เริ่มต้นวันด้วยการออกเดินทางจากตัวเมืองฮิโรชิม่ามาที่เกาะมิยาจิม่า ร้านที่จะแนะนำเป็นร้านดังของเกาะ ขึ้นชื่อในเรื่องของการนำของขึ้นชื่อของฮิโรชิม่า นั่นคือหอยนางรม มาจับคู่กับไวน์ ร้านชื่อ Kakiya อยุ่ตรงถนนคนเดิน Omotesando ที่ขายอาหาร/ขนม ที่เดินจากท่าเรือไปศาลเจ้า Itsukushima

เมนูอาหารที่มีให้เลือกน้อยกว่าเมนูเครื่องดื่ม

พีลังเลว่าจะสั่งอะไรดี แต่สุดท้ายก็สั่งเป็นเซทคาคิฟราย ใจก็อยากลองหอยย่าง หอยสด แต่ไปคนเดียว ทำยังไงได้ ทดเอาไว้คราวหน้าค่อยมาแก้มือ แต่ไฮไลท์คือเครื่องดื่มค่ะ พีอยากลองนิฮงชูมากกว่าไวน์ เลยให้คุณพนักงานช่วยแนะนำให้ เค้าก็แนะนำตัวที่ออกรสหวานหน่อยมาให้ ถูกใจมากค่ะ พนักงานร้านนี้พูดภาษาอังกฤษได้ ถ้ามาแล้วให้เค้าแนะนำหรือสั่งอาหารได้เลยแบบไม่ต้องกลัวค่ะ




หอยนางรมสดมาก หวาน อร่อย ทาร์ทาร์ซอสคือดีมากค่ะ เข้ากับตัวนิฮงชูมาก ถ้าไปกันหลายๆคนคงได้กรึ่มกันอย่างแฮปปี้ 

พีเข้าร้านไปตอน10โมงครึ่ง ร้านไม่มีคิว โต๊ะเกือบเต็ม ออกมาตอนใกล้เที่ยง หน้าร้านคือไม่มีที่ยืนค่ะ คิวยาวมาก ขนาดวันนั้นเป็นวันที่อากาศแย่มาก ฝนตกตลอด คนไม่น้อยเลย คงเพราะเป็นวันเสาร์ด้วย ถามเพื่อนคนฮิโรชิม่าว่าเคยมากินร้านนี้มั้ย เค้าบอกว่าเคยได้ยินชื่อแต่ยังไม่เคยเลย ถ้าใครจะมากินร้านนี้ แนะนำให้มาก่อนเที่ยงหรือไม่ก็หลังเที่ยงมื้ออาหารไปเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องรอนาน 
Kakiya (牡蠣屋)
Omotesando, Miyajima





  • Ueno (うえの)
ร้านนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก หลายคนคงรู้จักดีว่าถ้ามามิยาจิม่า ควรต้องแวะกินข้าวหน้าอะนาโกะย่าง (anago meshi) ที่ร้านUeno ฝั่งตรงข้ามเกาะมิยาจิม่า อะนาโกะนี่คือปลาไหลทะเล ส่วนอุนางิคือปลาไหลน้ำจืด ส่วนตัวพีว่าอุนางิจะมันกว่าอะนาโกะและก็นิยมกินกันมากกว่า ร้านนี้มีทั้งกินที่ร้านและซื้อเบนโตะกลับบ้าน ถ้าใครขี้เกียจรอ ซื้อกลับบ้านก็โอเคค่ะ พีเองก็ซื้อกลับบ้าน ไปกินตอนกลางคืน (ฮ่า)



ร้านนี้ถ้ามาจากJR Miyajimaguchi เดินลงอุโมงค์ลอดถนน โผล่ขึ้นมาเจอร้านเลยค่ะ ถ้าไม่มีเวลาไปมิยาจิม่า แต่อยากกิน แนะนำให้ไปที่ห้างMitsukoshiในเมืองฮิโรชิม่าเลยค่ะ อยู่ชั้นB1F ขายเป็นเบนโตะ ซื้อสะดวกกินง่ายสุดๆ

Ueno (うえの)
Miyajimaguchi
website: http://www.anagomeshi.com/
tabelog : http://tabelog.com/hiroshima/A3402/A340202/34000065/




  • Polar Bear (ポーラーベア)
กินคาวไม่กินหวานมันก็ยังไงๆอยู่เนอะ ร้านนี้เป็นร้านที่พีเล็งมานานมาก แต่หาไม่เจอเลย เพราะแผนที่ในกูเกิ้บแมพค่อนข้างไม่ตรง  ต้องให้เพื่อนคนพื้นที่พาไปกิน ร้านนี้ชื่อเสียงดังมาก ขนาดว่าเป็นร้านขนมหวานอันดับ1ในฮิโรชิม่าที่ได้รับโหวตจากเวบtabelog 3 ปีซ้อน

 

ร้านนี้เป็นร้านขายเจลาโต้ ไซส์บึ้มมาก แต่ราคามิตรภาพ วันนั้นสั่งรสชีสเค้กกับสตอเบอรี่ (รูปด้านซ้าย) สตอเบอรี่รสเหมือนไอสครีมสตอเบอรี่ธรรมดา แต่ชีสเค้กคือแน่จริงมากๆค่ะ สองก้อนใหญ่ขนาดนั้น ราคาแค่ 380เยน ในขณะที่ถ้าเป็นรสเดียวก้อนเดียว ราคา 310 เยน จัดว่าราคามิตรภาพมากๆค่ะ ดูจากไซส์ที่เราถือกันคงบอกได้ว่าคุ้มมากจริงๆ

Polar Bear (ポーラーベア)
Tatemachi, Hiroshima
Tabelog: http://tabelog.com/hiroshima/A3401/A340101/34003354/
Facebook: https://www.facebook.com/polarbear.gelato/ (ร้านจะอัพเฟซบุคบอกว่าวันไหนร้านหยุดและวันนี้มีรสพิเศษอะไรบ้าง)





  • Itchan (いっちゃん)
มาฮิโรชิม่าทั้งที ถ้าไม่กินโอโคโนมิยากินสไตล์ฮิโรชิม่าก็คงเรียกว่ามาไม่ถึง ในฮิโรชิม่าเองมีหลายที่ที่เป็นแหล่งรวมร้านโอโคโนมิยากิดังๆ ที่ห้างAsse ชั้น2 ตรงสถานีJR ฮิโรชิม่าเองก็มีหลายร้าน ร้านดังคือร้านRei คนเยอะมาก เลยหนีไปกินร้าน Itchan (ที่จริงๆเรตติ้งดีกว่าร้านReiอีก)


พีสั่งเป็นปลาหมึกเพิ่มชีสค่ะ อร่อยเหาะ เอาจริงๆถ้าใครที่ได้ลองโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า ส่วนใหญ่จะชอบมากกว่าฮิโรชิม่าสไตล์คันไซที่บ้านเราขายกัน น่าจะเป็นเพราะตัวโซบะที่ใส่ไป

จะบอกว่าร้านนี้ คุณป้าเจ้าของร้านใจดีมาก ยิ่งเห็นว่าพีไม่ใช่คนญี่ปุ่นเลยชวนคุย คุณป้าบอกว่าช่วงนี้คนไทยกับฟิลิปปินส์ไปเที่ยวฮิโรชิม่าเยอะมาก คงไปดูใบไม้แดงกัน เชิญชวนให้มากินร้านนี้ค่ะ คิวอาจจะไม่ยาว คนอาจจะไม่เยอะ แต่ดูแล้วคนที่กินร้านนี้ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ ไม่ใช่นักท่องเที่ยว แนะนำค่ะ

Itchan (いっちゃん)
2F Asse Hiroshima JR Station
tabelog: http://tabelog.com/hiroshima/A3401/A340102/34019186/





กินมาราธอนกันเลยนะคะสำหรับเอนทรี่นี้ คงเป็นไอเดียให้สำหรับใครที่จะไปเที่ยวฮิโรชิม่าแล้วมองหาของกินอร่อยๆ Enjoy eating!

Monday, 7 December 2015

Kokoro (心 下北沢店)


วันนี้จะพาทุกท่านไปย่านวัยรุ่นฮิปๆของโตเกียวบ้าง ย่านชิโมะคิตาซาว่า หลายๆท่านคงได้อ่านและพอได้ยินชื่อเสียงของความฮิปของย่านนี้มาบ้าง เป็นย่านวัยรุ่นที่มีร้านเสื้อผ้าของใช้แบบร้านเล็กๆกระจุกกระจิก รวมไปถึงร้านขายเสื้อผ้ามือสอง และด้วยความฮิปของย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมไลฟ์เฮาส์เล็กๆเต็มไปหมด ถ้ามาเดินย่านนี้ เราจะได้พบกับวัยรุ่น มนุษย์แนวๆ และนักดนตรีมากมาย

ทริปที่ผ่านมา พีเองก็ได้ไปดูการแสดงวงโปรดที่ไปเล่นในไลฟ์เฮาส์เล็กๆในย่านชิโมะคิตาซาว่า (งานติ่งต้องมาค่ะ) มีเวลาก่อนดูไลฟ์ก็เลยหาอะไรกินรองท้องซักหน่อย มาเจอร้านซุปแกงกะหรี่ชื่อร้าน Kokoro (心) เลยจัดไป 

ซุปแกงกะหรี่ หรือKare soup เป็นของขึ้นชื่อของฮอคไกโดนะคะ อารมณ์เหมือนแกงกะหรี่แต่ใส่น้ำแกงเยอะๆ ไม่ให้ข้น ทำให้ซดซุปได้ ร้านส่วนใหญ่โดยพื้นฐานก็จะต้องมีซุปไก่เป็นหลัก แล้วเราก็เลือกทอปปิ้งต่างๆรวมถึงความเผ็ดได้ พีก็เลือกซุปไก่ค่ะ ส่วนความเผ็ด ในเมนูบอกว่าคนทั่วไป(ญี่ปุ่น)มักจะเลือกระดับ 3 ถือเป็นระดับกลาง ถ้าเกินระดับ10 เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม พีก็คิดว่า เอากลางๆแล้วกัน ไม่แน่ใจว่าความเผ็ดมันจะเท่าไหร่เลยเลือกระดับ 5 บวกทอปปิ้งเป็นรากบัวกรอบ



ซุปเสิร์ฟพร้อมข้าวค่ะ ข้าวนี่เลือกได้ว่าจะรับเป็นข้าวขาวหรือข้าวกล้อง ลดปริมาณ เพิ่มปริมาณข้าวได้ ซุปนั้นหาความเผ็ดไม่เจอเลยค่ะ แอบไม่เข้าใจการที่บอกว่าระดับ3ก็เผ็ดแล้วคืออะไร มั่นใจว่าระดับ5 สำหรับคนไทย เหมือนเรากินแกงจืดที่ใส่พริกไทยค่ะ ไม่เผ็ดเลย ร้อนๆนิดหน่อย แนะนำเลยว่า ถ้ามาญี่ปุ่นแล้วเจออาหารที่เลือกความเผ็ดได้ โปรดตระหนักเลยว่าคนญี่ปุ่นเค้าไม่กินเผ็ดเลย ดังนั้นเราต้องใส่ไม่ยั้งค่ะ ถ้ากินเผ็ด แต่ว่านอกจากเรื่องเผ็ด ซุปกลมกล่อมมาก ซดได้คล่องคอจริงๆ ที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ ไก่ที่ได้เป็นส่วนน่องติดสะโพก ก็ร่อนกินได้ง่ายมาก ร้านนี้เป็นร้านดังของย่านชิโมะคิตาซาว่าเลยก็ว่าได้ ใครผ่านมาแนะนำให้มาลองกันค่ะ


Kokoro (心 下北沢店)
Shimokitazawa, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1318/A131802/13009355/

Saturday, 5 December 2015

Honmiyake (本みやけ)

ข้ามกลับมาฝั่งโอซาก้าบ้าง ร้านนี้เป็นร้านที่พีเสาะหาเพราะอยากกินเนื้อแต่ไม่อยากจ่ายแพง เสิร์ชtabelogคู่ใจแล้วเจอว่ามื้อกลางวันราคาย่อมเยาว์ พิกัดร้านคืออยู่ชั้นใต้ดินของห้างฮังคิวที่ติดกับสถานีJR โอซาก้า ย่านอุเมดะ จะชื่อว่า ฮังคิวซัมบังไก ต้องบอกเลยชั้นใต้ดินย่านอุเมดะเนี่ย ปราบเซียนสุดๆ ยิ่งช่วง2-3ปีหลังที่ห้างขึ้นเป็นดอกเห็ด บอกเลยว่าขอให้ทุกคนมีสติในการเดิน พยายามจำให้ได้ว่ามาจากทางไหน การจำร้านบางทีก็ช่วยได้ บางทีก็ช่วยไม่ได้ เพราะในบริเวณเดียวกันอาจมีร้านเหมือนกันอยู่หลายร้าน ในจุดนี้ google map อาจช่วยท่านได้ แล้วถ้าหลงที่อุเมดะ ไม่ต้องเสียใจค่ะ เพื่อนเป็นคนโอซาก้าแต่บ้านเค้าอยู่เทนโนจิ เค้ายังบอกเลยว่าเค้าอ่ะ หลงที่อุเมดะตลอดเลย คนญี่ปุ่นยังหลง นักท่องเที่ยวอย่างเรายิ่งไม่ต้องอายเลยค่ะ

กลับมาเข้าเรื่องของกินของเราดีกว่า ร้านนี้เป็นร้านเล็กมีแค่16ที่นั่ง พีเลยเล็งว่าต้องไปตั้งแต่ร้านเปิดเลย โชคดีที่เจอร้านก่อนเปิด10นาที ก็เลยไปต่อคิวรอ ได้เรียกเข้าไปเป็นคิวที่4 ส่วนใหญ่เค้าจะสั่งข้าวหน้าสเต็กกัน (Steak don) แต่พีสั่งGyu nabe (牛鍋) หรือจริงๆก็สุกี้ยากี้แบบใส่เนื้อลงไปแล้วนี่แหละคะ


ในเซ็ทจะมีข้าว ผักดอง แล้วก็ไข่ดิบมาให้ เหมือนสุกี้ยากี้เป๊ะ แค่เค้าลวกเนื้อให้เราแล้วต่างหาก รสชาติอร่อยอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นคนกินง่ายหรืออะไร แต่กินอะไรก็อร่อยไปหมด (ฮ่า) แถมยิ่งรู้ราคาแล้วจะรู้สึกอร่อยเป็นพิเศษ เพราะเซ็ทกลางวันเซ็ทนี้ ราคาแค่900เยนเท่านั้น คุ้มและถูกมาก คือถ้าคาดหวังว่าเนื้อจะดีวากิว หรือมัตสึซากะก็คงบอกว่าไม่น่าใช่ทาง แต่ถ้ารู้สึกอยากได้อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ขอบอกเลยว่าร้านนี้น่าโดนมาก ส่วนตัวอยากกลับไปลองข้าวหน้าสเต็กสำหรับคราวหน้า


ที่รับประกันความอร่อยได้ก็ต้องดูแถวที่ต่อนี่แหละฮะท่านผู้อ่าน ภาพนี้ถ่ายตอน 11.30 หลังจากที่ลูกค้าชุดแรก(=พี)เข้าไปกิน ดูคิวสิฮะ แหม่ ของดีของเด็ดของย่านอุเมดะแน่แท้รับประกัน

Honmiyake (本みやけ)
B2F Hankyu Sanbangai
Umeda, Osaka
Tabelog: http://tabelog.com/osaka/A2701/A270101/27000306/

Wednesday, 2 December 2015

Honke Abeya (本家あべや)

วันนี้จะพาทุกท่านไปทานของขึ้นชื่อของจังหวัดอะคิตะโดนไม่ต้องไปถึงอะคิตะกัน
เผอิญตอนที่พีไปโตเกียวเดือนแปด จับพลัดจับผลูไปแถวสถานีโตเกียวเลยลองเสิร์ชtabelogดูว่ามีร้านไหนน่าสนใจบ้าง ก็ไปเจอKitte Granche ที่เป็นห้างอยู่ตรงทางออกทิศเหนือของสถานีโตเกียว ห้างนี้ชั้นใต้ดินจะมีร้านอาหารที่มาจากเกือบทุกจังหวัดของญี่ปุ่นมาเปิดอยู่ และมีร้านขายของฝากจากทุกจังหวัดอยู่ด้วย พีเลยเดินสำรวจแล้วตกอยู่ในภวังค์ของรูปโอยะโกะด้งจากร้าน Honke Ayabe ร้านที่มาจากจังหวัดอะคิตะ


ส่วนตัวต้องบอกเลยว่า ชอบกินโอยาโกะด้งมาก แต่หาที่อร่อยรสชาติพอเหมาะพอเจาะยากมาก ทั้งๆที่มันคืออาหารพื้นๆของญี่ปุ่น ไม่ใช่ว่าร้านไหนทำก็อร่อยนะคะ บอกเลย ขนาดร้านดังที่นิวยอร์คพีว่าเค้าก็ยังทำไม่อร่อย เราเลยต้องขอลองกับร้านนี้สักหน่อย

ถ้าพูดถึงอาหารชื่อดังของอะคิตะ หลายๆคนก็คงคิดถึงข้าวอะคิตะโคมาจิที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งเอาไปทำเป็นอาหารยอดฮิตของอะคิตะอย่างหม้อไฟคิริทัมโปะ น้อยคนคงนึกถึงอาหารที่ทำจากไก่ เพราะคนส่วนใหญ่จะติดภาพของไก่นาโกย่าโคชินมาก แต่จริงๆแล้วพันธุ์ฮิไนจิโดริ ของอะคิตะเองก็มีชื่อเสียงไม่แพ้นาโกย่าโคชินเลยค่ะ การสั่งโอยาโกะด้งเลยเป็นการได้ลองทั้งไก่พันธุ์ดีและไข่จากพันธุ์ดีไปในตัว แถมยังได้กินข้าวอะคิตะโคมาจิอีกต่างหาก ยิงนกนัดเดียวได้นกสามตัวเลย

พีไปทานมื้อเที่ยงแบบร้านเพิ่งเปิดเลย พนง.ในร้านเป็นแขกค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นปากีสถาน (ฟังจากที่เค้าคุยกัน) ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าเป็นร้านญี่ปุ่นจะสั่งไม่ได้เพราะพูดญี่ปุ่นไม่ได้ (แต่ในขณะเดียวกัน พีก็สั่งเค้าเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ ไม่มีปัญหาอะไร ฮ่า) เราสั่งเป็นชุดอาหารกลางวันโอยาโกะด้งแบบธรรมดา


มาเป็นเหมือนชามอ่างใส่ข้าวเลย เยอะพอตัวเลยนะคะ พอเปิดฝาดู


งดงามมากค่ะ ไข่แดงไม่สุกคือนิพพานมากๆ ขอบอกว่าไข่สดมากเท่านั้นถึงจะกินดิบๆแบบนี้ได้ รสชาติไม่จืด ไม่เค็มไป กำลังพอดีมากๆ ในส่วนของไก่คือนุ่มมาก รู้สึกดีงามจริงๆ อร่อยมาก พีเองยังไม่มีโอกาสได้ลองโอยาโกะด้งร้านดังร้านเทพของโตเกียวเลยไม่สามารถเปรียบเทียบความเทพได้ แต่ถ้าจากความชอบส่วนตัว บอกเลยว่าร้านนี้จัดว่าโอเค ไม่มีคำว่าเสียดายเงินเลย แวะมาลองกันได้ถ้าชอบโอยาโกะด้ง หรืออยากลองอาหารอะคิตะ หรืออยากลองอาหารจากจังหวัดอื่นๆที่Kitte Granche ก็มีคอนเซปน่าสนใจดีนะคะ แวะมาดูกันได้

Honke Ayabe Kitte Granche (本家あやべ Kitte Granche店)
ชั้นB1 JP Tower Kitte
Tokyo
website: http://www.honkeabeya.com/
tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1302/A130201/13167089/



แอบมา edit ต่อจากพีซัง ร้านนี้พิมมิยะแอบตามรอยพีไปกินที่สาขา JR Tokyo มา 2 ครั้งแล้วค่ะ (ธ.ค. 2015 กับ ต.ค. 2016) สาขาที่สถานีโตเกียวอยู่ที่ Kitamachi Dining บนชั้น 2 ของสถานี ขอยกมือให้โอยาโกะด้งของร้านนี้อีกเสียงนึงค่ะ อร่อย คุณสามีชอบมาก อีกอย่างที่ลองแล้วอร่อยก็คือพวก yakitori ใครไปหลายๆคนลองสั่งมาแบ่งกันชิมดูนะคะ ~ ピム宮 pimmiya~

Monday, 26 October 2015

TOKYO TONKOTSU BASE (TOKYO豚骨BASE)

กลับมาอีกครั้ง กับการนำเสนอราเมงอีกแล้ว ต้องบอกเลยว่าทริปเดือน8ที่ผ่านมา เป็นทริปที่พีอยากกินราเมงตลอดเวลา กินกันจนรู้สึกว่าโซเดียมขึ้นตาเลยทีเดียว ร้านนี้ค้นพบตอนเดินในสถานีชินากาว่า ชื่อ Tokyo Tonkotsu Base Made by Ippudo ใช่แล้วค่ะ ร้านนี้เป็นร้านsub-brand ของIppudo


ลองหาข้อมูลเจอว่าเป็นร้านที่ราเมงซุปอื่นๆผสมกับทงคตสึ และตั้งร้านในอยู่ในสถานีรถไฟส่วนใหญ่ เพื่อตอบสนองกับลูกค้าที่ใช้บริการรถไฟ มาไวเคลมไว เห็นชื่อ Ippudo แล้วบอกเลยว่าต้องลอง เพราะส่วนตัวพีชอบรสทงคตสึราเมงของIppudoที่สุด ในบรรดาร้านทงคตสึราเมงที่มีสาขาเยอะ



จากเมนูจะเห็นว่ามีทั้งทงคตสึโชยุราเมง ทงคตสึมิโสะราเมง และทงคตสึธรรมดา พีเนี่ยแสนน่าเบื่อค่ะ เพราะสั่งเป็นทงคตสึธรรมดา เพิ่มน้ำมันดำเข้มข้น ทอปปิ้งเป็นเมนไทโกะ อ่านที่พีสั่งแล้วรู้สึกคุ้นมั้ยคะ ถูกแล้วค่ะ จริงๆที่สั่งก็คือaka maru ของร้านIppudoดีๆนี่เอง ฮ่า 



รสชาติบอกเลยว่าค่อนข้างเข้มข้น ไม่อ่อนเค็มเหมือนIppudoบางสาขาโดยเฉพาะแถบคันไซ (นอกเรื่อง แอบรู้สึกว่าคนคันไซเค้าอ่อนเค็มกว่าคนคันโตมาก ส่งผลแม้กับซุปราเมงของร้านที่เป็นเชนเหมือนกัน) หมูชาชูคือโอเคเลยค่ะ ละลายในปาก เอาเป็นว่าไม่มีอะไรจะติ เพราะทำได้ค่อนข้างสมมาตรฐานของร้าน ฝากท้องได้เลยสำหรับคนที่อยู่ที่สถานีรถไฟรอขึ้นรถต่อรถแล้วไม่รู้จะกินร้านไหน ถ้าเจอTokyo Tonkotsu Base แวะได้เลยค่ะ สาขาเท่าที่รู้ตอนนี้มี

TOKYO TONKOTSU BASE (TOKYO豚骨BASE)
JR Shinagawa, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1314/A131403/13124628/




Saturday, 22 August 2015

Tokyo Ramen: Battle of Tsukemen

สวัสดีทุกท่านค่ะ ไม่มีอะไรจะกล่าวนอกจากขออภัยที่หายไป (แต่ก็คงไม่มีใครสังเกต ฮ่า)
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ นอกจากเพราะไม่ได้ไปไหน หรือที่ไปก็กินตามที่เพื่อนคนอื่นแนะนำบ้าง เจอร้านไม่โดนบ้าง ก็เลยหายไปค่ะ วันนี้ขอกลับมาพร้อมเอนทรี่ที่ตั้งชื่อเรียกแขกมากๆ เพราะเป็นการต่อสู้ของสึเคะเมง 2 ร้านดังในโตเกียวที่พีได้ไปจัดมาในช่วงทริปหน้าร้อนที่ผ่านมา

TETSU

เนื่องจากในโตเกียวคราวนี้ พีเปลี่ยนมาพักย่านชินากาว่าแทนอิเคะบุคุโระตามปกติ ได้เดินผ่านเหมือนตรอกราเมงใต้ทางรถไฟของชินากาว่า ขนาด2-3ทุ่มก็ยังเห็นผู้คนขวักไขว่ เลยลองหาข้อมูลดู ปรากฎมีร้านสึเคะเมง TETSU เจ้าดังอยู่ด้วย ไม่รอช้าต้องเค้าไปลองดู

สึเคะเมง จะต่างจากราเมงอื่นๆตรงที่ เค้าจะแยกเส้นกับซุปออกจากกันค่ะ เส้นจะค่อนข้างใหญ่กว่าราเมงทั่วไปเพราะพอเวลาเราเอาเส้นไปจุ่มซุป ซุปจะได้เกาะเส้นขึ้นมาได้ ซุปจะเข้มข้น (หรือภาษาบ้านๆเรียกว่า เค็ม) กว่าปกติ เพราะเราไม่ได้จะซดซุปทั้งอย่างงั้น ส่วนใหญ่พอเส้นหมดแล้วเราจะซดซุป ทางร้านจะมีกาใส่น้ำซุปใสตั้งอยู่ ให้เราเติมซุปใสลงไปละลายความเข้มข้นเพื่อจะได้ซดอย่างคล่องคอ

พีไปรอกินร้านนี้ตอน4โมงเย็น ก็ยังต้องรอคิวนะคะ คนไม่ได้แน่นร้านอะไร แต่เป็นเพราะต้องจัดระเบียบที่นั่งให้ลูกค้า ก่อนอื่นเราก็ต้องกดซื้อจากตู้ก่อนว่าเราจะกินอะไร เพิ่มทอปปิ้งไหม พอถึงคิวเรา พนักงานก็จะขอคูปอง ถ้าเลือกสึเคะเมง เค้าจะถามว่าเอาแบบร้อนหรือเย็น ถึงจะเป็นหน้าร้อน และชอบกินของเย็นแค่ไหน แต่ปากก็ไวรีบพูดว่า เอาแบบร้อนทันที เลยไม่รู้ว่าที่ว่าเย็นเนี่ย หมายถึงเส้นหรือซุป ไว้คราวหน้าไปแก้ตัวอีกรอบจะมาบอกนะคะ




นั่งสักพักสึเคะเมงก็ถูกนำมาเสิร์ฟ เส้นอยู่ในน้ำร้อน เสิร์ฟพร้อมซุปเข้มข้น ขอบอกว่า เข้มมากๆ กินไปรู้สึกถึงความแมนของตัวเองขึ้นมากระทันหัน หมูที่ลอยนี่สามชั้นทำร้ายจิตใจมากๆ บอกเลยว่าไม่สามารถกินมันที่มาด้วยได้ ทำใจไม่ได้จริงๆ แต่ซุปเข้มกินกับเส้นแล้วเข้ากันมากๆ สมแล้วที่เป็นสึเคะเมงเจ้าดัง อ่อ ร้านนี้ พอกินเส้นเติมน้ำซุปใสไปแล้ว สามารถขอหินร้อนจากพนักงานได้นะคะ เอามาใส่ในซุปให้ซุปกลับมาเดือดอีกครั้ง พีไม่ได้ขอค่ะ เพราะร้อนแค่นี้ก็คงพอ อีกอย่างซุปก็เข้มาจนซดต่อไม่ไหว

Tsukemen TETSU (つけ麺 TETSU)
Shinagawa Station, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1314/A131403/13045337/

   


Rokurinsha (六厘舎)

ร้านนี้เป็นสึเคะเมงเจ้าดัง ร้านแม่อยู่แถวโอซากิ แต่เห็นสาขาที่คนเยอะมากๆคือสาขาที่สถานีโตเกียว ที่เป็น Ramen Street พีอาจจะไปช่วงวันหยุดด้วย (โอบ้ง) เลยเห็นคนต่อคิวรอร้านนี้เรียกว่าตลอดเวลาเลย ไม่ว่าจะ10โมงเช้า หรือ4โมงเย็น เราก็อดทนรอไม่ไหวซะด้วยเลยไม่ได้ลอง จนพบว่า ในสนามบินฮาเนดะ ด้านในหลังตม.แล้ว มีร้านRokurinshaมาเปิดขายราเมงอยู่ด้วย 24 ชม. ก่อนอื่นต้องทำใจว่า รสชาติอาจจะไม่เหมือนที่สาขาต่างๆนอกสนามบิน ด้วยปัจจัยสถานที่ ฯลฯ แต่เราต้องจัดไปค่ะ ไม่ให้เสียโอกาส



คราวนี้พีสั่งเป็น คาระสึเคะเมง หรือราเมงรสเผ็ด ดีที่เค้าแยกพริกมาต่างหาก ทำให้ได้ลองชิมซุปแบบไม่มีรสพริกมากวนใจ พบว่าซุปร้านนี้รสปลาคัตสึโอะคือโดดมากค่ะ สามารถรับรสนี้ได้เลย ซุปไม่เข้มเท่าที่TETSUค่ะ ซดง่ายกว่า พริกอาจจะดูน่ากลัวนะคะ แต่บอกเลยว่าอย่าไปกลัวพริกหรือความเผ็ดของประเทศนี้ ห่างชั้นจากเราชาวไทยมาก ฮ่า

Rokurinsha (六厘舎)
Haneda International Terminal, Tokyo
Website: http://rokurinsha.com/

บทสรุป

ส่วนตัวพี ถึงแม้ซุปของRokurinshaจะซดง่ายกว่า แต่ขอบอกว่าความประทับใจนั้น มีให้TETSUมากกว่าค่ะ ชอบเส้นของTETSUมากกว่า เพราะมันไม่หนาเกินไป ไม่หนึบจนแน่นไป ชอบความกลมกล่อมของซุปที่แม้จะเข้ม แต่ก็สามารถเอนจอยได้ เลยขอให้TETSUชนะแบทเทิลครั้งนี้ไปค่ะ

ถ้าใครไปญี่ปุ่นแล้วมีโอกาสได้ลองสึเคะเมงทั้งสองร้านนี้หรือร้านอื่นๆ ชอบร้านไหน ลองเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ

Saturday, 21 March 2015

Rischart

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน เอนทรี่นี้พิมมิยะดองไว้นานมากกกก.. ตั้งใจจะอัพมาเป็นปีแล้ว เพิ่งจะสบโอกาสก็วันนี้แหละค่ะ เหอๆ ในเอนทรี่นี้จะพาคุณผู้อ่านไปชิมขนมอร่อยๆที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนีกันนะคะ

ร้านนี้ชื่อ Rischart ขายผลิตภัณฑ์ bakery มาตั้งแต่ปี 1883 นู่น ถึงตอนนี้ก็เกิน 130 ปีแล้ว ถ้าพิมมิยะแกะภาษาเยอรมันจากเว็บไซต์ไม่ผิด ปัจจุบันเป็นทายาทรุ่นที่ 5 แล้วค่า ร้านเค้ามีสาขาเยอะอยู่เหมือนกัน สาขาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็จะมีทั้งที่ Munchen Hbf, Marienplatz, Viktualienmarkt ให้เลือกไปชิมกัน

สาขา Viktualienmarkt มีโต๊ะให้นั่งที่ชั้นบนด้วย เสียดายที่พิมมิยะไม่มีโอกาสได้นั่งจิบโกโก้ ละเลียดขนมชิลด์ๆกะเค้า


สาขา Marienplatz อยู่เยื้องกับ New Town Hall ของเมืองค่ะ (ขวามือในรูป)


สถานี Munchen (Munich) Hbf ก็มีค่ะ ส่วนใหญ่พิมมิยะก็ซื้อสาขานี้ รอบแรกที่ไปมิวนิคเมื่อหลายปีก่อนนี่ซื้อกลับไปเป็นอาหารเช้าที่โรงแรมทุกวัน ฮ่าๆ ส่วนรอบ 2 ได้แวะมิวนิคแค่วันเดียว เลยได้แค่ซื้อแล้วเอาไปทานบนรถไฟค่ะ 


แพคเกจน่ารัก


เค้กเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่ อร่อยล้ำค่ะ เนื้อเค้กเป็นสปันจ์เค้กนุ่มๆ แป้งไม่หนามากด้วย หน้าเป็นเจลลี่ที่ใส่เนื้อสตรอว์เบอร์รี่มาให้แบบไม่มีกั๊กกันเลย โอ๊ย...อร่อย คิดถึงมิวนิค ฮ่า~


พายแอปเปิ้ล อันนี้ก็อร่อย แต่ชอบแบบแอปเปิ้ลสไลซ์บางๆมากกว่านะ


บราวนี่ (แอบเอาจานวางที่พื้น ฮะๆๆ) พิมมิยะชอบมากนะคะอันนี้ เนื้อบราวนี่เหนียว ชอคโกแลตเข้มข้น ใส่ถั่วอะไรด้วยรึเปล่าจำไม่ได้แล้ว แหะๆ แต่เท่าที่จำได้คืออร่อยมากค่ะ เป็นบราวนี่สไตล์ที่พิมมิยะชอบมาก D


เค้กส้ม รูปอาจจะไม่ชัดไปซักหน่อย ใช้กล้องเก่าถ่ายเมื่อหลายปีมาแล้ว อันนี้ก็ปลื้มค่ะ หน้าเป็นเนื้อส้มบวกกับน้ำส้มผสมเจลาตินเยิ้มๆ ออกเปรี้ยวๆหวานๆ อร่อยอีกแล้ว ฮ่าๆๆ


นอกจากเค้กแล้วร้านนี้ก็ขายขนมอบอื่นๆ พวกขนมปัง ครัวซองท์ พาย ทาร์ต ฯลฯ แล้วก็เครื่องดื่มอีกด้วยค่ะ แต่พิมมิยะไม่ได้ชิมเพราะชอบเค้กมากกว่า ทานได้ทานดีทุกวี่ทุกวันไม่มีเบื่อ ราคาเค้กชิ้นนึงก็ตกประมาณ 100 บาทน่าจะได้ นับว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพประเทศเค้า (แต่เค้กร้านดีๆในเมืองไทยก็ตก 100 กว่าๆ ถึง 200 อยู่แล้วเนอะ) ใครมีโอกาสไปแวะมิวนิคก็ลองไปทานดูนะคะ :D

Rischart 
https://www.rischart.de/

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าค่ะ จะพาไปชิมอาหารทะเลอร่อยๆที่ Edinburgh กัน :D

ピム宮 ~ pimmiya

Thursday, 12 February 2015

Dashichazuka En だし茶漬け えん

สวัสดีค่ะ

ส่วนใหญ่เราๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน เราก็จะนึกถึง ปลาดิบ ซูชิ ราเมง สุกี้ ชาบู อาหารปิ้งย่าง ใช่มั้ยคะ แต่นาโอะคาดว่า คงมีคุณผู้อ่านไม่กี่คนที่เคยทานข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่นแน่ เอนทรี่นี้นาโอะจะมารีวิวร้านข้าวต้มญี่ปุ่น (ตั้งชื่อเมนูให้เอง) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Ochazuke ค่ะ ร้านนี้ชื่อว่าร้าน Dashichazuka En だし茶漬け えん มีสาขาในโตเกียวหลายสาขาค่ะ และนอกจากโตเกียวแล้ว ในแถบคันไซก็ยังมีอีกหลายสาขา นาโอะได้มีโอกาสไปทานมาสองรอบ สองสาขาคือ เกียวโตกับโอซาก้า

หน้าร้านสาขาเกียวโตที่ Porta

เมนู

ร้านนี้ต้องกดใบสั่งอาหารจากตู้หน้าร้านก่อน ซึ่งจะมีพนักงานยืนอำนวยความสะดวกอยู่ค่ะ เมื่อเลือกเมนู จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะถามว่า จะรับปริมาณข้าวไซส์ไหน มี ใหญ่ กลาง เล็กค่ะ ซึ่งคุณผู้อ่านไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ต่อให้สั่งจานใหญ่ก็ตามที

บรรยากาศในร้านที่สาขาเกียวโต

เนื่องจากนาโอะเคยดูรายการวาไรตี้ของญี่ปุ่นรายการนึงแล้วเค้ามาทำข้าวหน้าไก่แบบนี้ให้ดู นาโอะก็เลยอยากลองชิมว่ามันรสชาติเป็นยังไง ครั้งแรกนาโอะเลยสั่งข้าวหน้าไก่ (หรือเรียกว่าข้าวต้มไก่ดีหว่า) ชื่อภาษาญี่ปุ่นมันยาวมากอะค่ะ (จริงๆ คือ อ่านไม่ออก) เอาเป็นว่า เรียกว่าข้าวหน้าไก่ละกันนะคะ ข้าวหน้าไก่นี้จะมีเนื้อไก่ต้มฉีก (เนื้อไก่ส่วนอก) ไข่ทอด ผักต้ม เห็ดหอม และผักดองราดมาบนข้าวมาค่ะ ทุกเซตที่สั่งจะเสิร์ฟพร้อมกาน้ำชาใส่น้ำซุปสำหรับราดบนข้าว เต้าหู้ และผักดองค่ะ

ข้าวหน้าไก่

ข้าวหน้าไก่

เวลาทาน ให้ราดน้ำซุป ซึ่งเป็นซุปดาชิลงไปในชามข้าว เทน้ำซุปได้ปริมาณมากน้อยแล้วแต่ชอบเลยค่ะ นาโอะลองชิมรสชาติน้ำซุปเปล่าๆ มันก็ไม่ได้มีรสชาติพิเศษอะไรมากนะคะ ออกจืดๆ ด้วยซ้ำ แต่พอราดลงไปบนข้าวหน้าไก่แล้ว มันทำให้น้ำซุปรสชาติกลมกล่อมขึ้นมาทันที แถมส่วนประกอบทุกอย่างในชามก็ลงตัวกันสุดๆ นาโอะชอบมาก

คุณผู้ชายสั่งข้าวปลากระพงซอสมิโสะงา คุณผู้ชายให้นาโอะลองชิม เฮ้ยยย มันดีงามมาก รสชาติมันดีมากค่ะ เนื่องจากเค้าหั่นปลากระพงมาเป็นชิ้นบางๆ พอเราราดน้ำซุปร้อนๆ ลงไป ปลาก็สุกกำลังดี นิ่ม อร่อย ซอสมิโสะงาทำให้รสชาติของน้ำซุปเข้มข้น ส่วนเคจังสั่งปลาแซลม่อนกับอิคุระค่ะ พอดีไม่ได้นั่งทานโต๊ะเดียวกัน เลยไม่สามารถแอบชิมของเคจังได้ เคจังบอกว่าก็อร่อยอยู่ค่ะ (แต่ส่วนตัวนาโอะจะไม่ชอบทานอิคุระที่ราดน้ำซุปลงไปนะคะ เพราะไข่มันจะสุก แล้วมันไม่อร่อยเหมือนทานแบบดิบค่ะ)

ข้าวแซลม่อนกับอิคุระ

เนื่องจากชิมเมนูของคุณผู้ชายไปครั้งแรกแล้วติดใจ ครั้งที่ 2 ที่ไปทานร้านนี้ นาโอะเลยสั่งข้าวปลากระพงซอสมิโสะมาทานเองบ้างค่ะ ส่วนคุณผู้ชายสั่งข้าวหน้าปลาบุรีแทน เมนูข้าวหน้าปลาบุรีเป็นเมนูพิเศษเฉพาะช่วงนะคะ แต่คุณผู้ชายบอกว่า ข้าวหน้าปลาบุรีอร่อยสู้ปลากระพงไม่ได้ค่ะ เนื่องจากซอสมิโสะงานั่นเอง

ข้าวหน้าปลาบุรี

ข้าวปลากระพงซอสมิโสะงา

ราดลงไปบนข้าวก่อนเทน้ำซุป

ความพิเศษอีกอย่างของเมนูข้าวปลากระพงซอสมิโสะงาคือ เค้าจะแยกปลากับซอสมิโสะงาออกจากข้าวค่ะ แล้วให้เราเทลงบนข้าวเองก่อนเทน้ำซุป (สร้างกิจกรรมให้เรานั่นเอง) จริงๆ คือไม่อยากให้ซอสมันลงไปกองอยู่ข้างล่างนานๆ มากกว่าค่ะ

ร้านนี้จะเป็นอีกร้านนึงในลิสต์ของนาโอะ ที่จะต้องไปทานทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่นค่ะ (ในลิสต์มีแค่ร้าน Ippudo) เพราะฉะนั้นนาโอะอยากชักชวนให้คุณผู้อ่านไปลองทานกันดูค่ะ รสชาติมันอาจจะไม่จัดจ้านเหมือนข้าวต้มบ้านเรา แต่ก็อร่อยเบาๆ ดีค่ะ

เนื่องจากร้านนี้มีสาขาเยอะ นาโอะแนะนำให้ลองเข้าไปดูในเวบไซต์ของเค้าและใช้ Google Translate หาสาขาที่สะดวกสำหรับคุณผู้อ่านดูนะคะ เมืองที่มีสาขาของร้านนี้ได้แก่ Tokyo, Shizuoka, Kyoto, Osaka ค่ะ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Tuesday, 10 February 2015

Sushi Kappo Yamanaka 鮨割烹 やま中

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน

นาโอะไป Hakata เมือง Fukuoka มาก็หลายรอบ แต่สารภาพว่าไม่ค่อยเจอร้านขายซูชิหรือปลาดิบที่ถูกใจมากนัก ขนาดดั้นด้นไปทานถึงตลาดปลา Fukuoka ก็ยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่ความพยายามในการหาร้านปลาดิบอร่อยๆ ใน Hakata ของนาโอะก็ยังไม่จบค่ะ ครั้งล่าสุดที่นาโอะมีโอกาสไป Hakata คือเดือนพฤศจิกายนปี 2014 ซึ่งคราวนี้นาโอะก็หาร้านซูชิไป จริงๆ พิมมิยะมีแนะนำร้านดังแถว Tenjin ให้ร้านนึงค่ะ ร้านนี้เป็นร้านยอดนิยมทั้งของคนโลคอลและนักท่องเที่ยวไทยเลยก็ว่าได้ มื้ออาหารคนจะเยอะต่อแถวยาวลงมาชั้น 1 หน้าร้าน แต่ทั้งนาโอะและพิมมิยะยังไม่ค่อยประทับใจในคุณภาพและรสชาติมากนัก เลยไม่ขอรีวิวร้านนั้นนะคะ

เกริ่นมาซะยืดยาว คือแค่อยากจะบอกว่า ในที่สุด ก็เจอร้านซูชิคุณภาพดี ราคาปานกลางใน Hakata แล้วค่ะ แถมไม่ต้องไปยืนตากลม ตากฝน หรือตากแดดยืนรอ เพราะร้านนี้อยู่ใน JR Hakata City ชั้น 9 ค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า Sushi Kappo Yamanaka 鮨割烹 やま中 นาโอะขอเรียกสั้นๆ ว่า Sushi Yamanaka ละกันค่ะ

หน้าร้าน


วันที่นาโอะไปทานเป็นวันอาทิตย์ค่ะ แต่นาโอะชะล่าใจไม่ไปรอตั้งแต่ก่อนร้านเปิด พอไปถึง 11 โมงตรงเป๊ะ ปรากฏว่า ร้านเต็มแล้วค่ะ ต้องลงชื่อหน้าร้านต่อคิวเข้า รอประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เข้าไปนั่งที่เคาน์เตอร์ค่ะ

หน้าเคาน์เตอร์

เชฟเสิร์ฟคำต่อคำ

เมนูมื้อกลางวัน

เมนูภาพมื้อกลางวัน

เมนูมื้อเย็น

นาโอะสั่งซูชิเซต B คุณผู้ชายสั่ง Chirashi Sushi ส่วนเคจังสั่งซูชิเซต A ค่ะ

Chirashi Sushi

พร้อมทานซูชิ

ถ้าคุณผู้อ่านสั่งเป็นซูชิเซตและนั่งที่เคาน์เตอร์ เชฟจะเสิร์ฟซูชิคำต่อคำเลยค่ะ ส่วนเซต Chirashi Sushi ของคุณผู้ชายก็จะได้มาเป็นกล่องพร้อมทานเลยค่ะ ของนาโอะกับของเคจังมีปริมาณซูชิต่างกัน 1 คำถ้วน แต่คุณภาพปลาไม่ได้เท่ากันหมดทุกคำนะคะ บางคำเช่น Anago ของนาโอะจะได้ชิ้นปลาส่วนท้อง ส่วนของเคจังที่เป็นเซตเล็กกว่า จะได้ชิ้นปลาส่วนหาง

Chirashi Sushi จัดปลามาได้หลากหลายมากๆ ค่ะ เนื่องจากคุณผู้ชายไม่ทานกุ้งเลยไม่มีกุ้งมาด้วยเหมือนในรูปในเมนู ปริมาณกับราคาถือว่าราคาปานกลางค่ะ

มาเริ่มส่วนของซูชิเซตกันค่ะ ของนาโอะกับเคจังในช่วงแรกๆ เหมือนกันแทบจะทุกคำ ยกเว้น Hotate ที่ของเคจังเป็นกุ้ง แต่ของนาโอะเป็น Hotate ค่ะ (เนื่องจากนาโอะไม่ทานกุ้ง เลยแจ้งกับเชฟไว้) คำแรกเป็นชูโทโร่ค่ะ ชิ้นปลาไม่หนามาก หน้าตาดูแล้วเหมือนจะธรรมดา แต่พอเข้าปากแล้วอร่อยมากค่ะ ปลาบปลื้ม คำที่ 2 ของนาโอะคือปลากระพงค่ะ ไม่เหนียวเลย นุ่ม ละลายในปาก ผิดกับปลากระพงทั่วไป หลังจากได้ 2 คำแรกแล้ว เชฟจะเสิร์ฟข้าวหน้าอิคุระ (ไข่ปลาแซลม่อน) และอุนิ (หอยเม่น) ในถ้วยจิ๋วๆ อิคุระเป็นอิคุระสดเลยค่ะ อร่อยมาก อุนิก็คุณภาพดีมาก หวาน หอม อร่อยสุดๆ ค่ะ

คำที่ 1 ปลาทูน่า และคำที่ 2 ปลากระพง

ข้าวหน้าอิคุระกับอุนิ


คำที่ 3 เป็น Hotate ค่ะ หอยเชลล์เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ คำที่ 4 เป็นปลาหมึกที่กรอบและไม่เหนียวเลยยยยย แม้กระทั่งในญี่ปุ่น จะหาซูชิปลาหมึกที่ไม่เหนียวก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะคะ

คำที่ 3 Hotate คำที่ 4 ปลาหมึก

Hotate

คำที่ 5 Saba Battera

เนื่องจากร้านนี้มีชื่อในเมนู Saba Battera หรือข้าวกดหน้าปลาซาบะดองด้วย คำที่ 5 เลยเป็น Saba Battera ค่ะ พอทานเข้าไป นาโอะหันไปบอกคุณผู้ชายว่า มันดีมาก อร่อยมาก ปลาซาบะไม่คาวเลย ข้าวรสชาติกลมกล่อมไม่หวานไม่เปรี้ยวจนเกินไป เราสั่ง Battera มากินเพิ่มเหอะ อิอิ คุณผู้ชายเลยสั่ง Saba Battera มาเพิ่ม 1 แถวค่ะ 

ร้านนี้เสิร์ฟ Miso Soup ในเซตด้วย และมิโสะเป็น Aka Miso หรือมิโซะแดง ซึ่งรสชาติจะจัดจ้านและแหลมคมกว่า Shiro Miso หรือมิโซะขาวค่ะ

Aka Miso (มิโซะแดง)

คำที่ 6 ในเซตของนาโอะกับของเคจังเป็นปลาหมึกยักษ์ค่ะ นาโอะไม่ค่อยชอบทานปลาหมึกยักษ์เท่าไหร่ รสชาติยังไงก็ไม่ค่อยปลื้ม แต่ของร้านยามานากะ ปลาหมึกยักษ์ไม่ค่อยเหนียวค่ะ เคี้ยวไม่ต้องนานมาก อิอิ ขิงดองของร้านนี้จะเสิร์ฟมาเป็นก้อนๆ (หรือเรียกเป็นแท่งดีนะ) ค่ะ รสชาติดีค่ะ

คำที่ 6 ปลาหมึกยักษ์

ขิงดอง

คำที่ 7

คำที่ 7 (เซต A จะไม่มีคำนี้ค่ะ) คือ Aburi Salmon หรือปลาแซลม่อนรนไฟ เนื้อปลามีความมัน อร่อยมากค่ะ คำที่ 8 คือ Anago หรือปลาไหลย่างค่ะ ถ้าเป็นซูชิเซต A จะได้ Anago ส่วนหางค่ะ ซึ่งจะไม่อร่อยเท่าส่วนท้องที่ซูชิเซต B ได้ค่ะ และคำสุดท้าย เป็นไข่หวานล้างปากค่ะ นอกจากซูชิ 9 คำ + ข้าวหน้าอิคะรุ&อุนิ แล้ว ยังมีมากิ (ข้าวห่อสาหร่าย) ไส้ปลาทูน่า กับข้าวห่อผักไส้ปูอัดด้วยค่ะ

คำที่ 8 Anago ส่วนท้อง

Anago ของซูชิเซต A

คำที่ 9 ไข่หวาน

ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาทูน่า

ข้าวปั้นห่อผักไส้ปูอัด

และสุดท้ายคือ Saba Battera ทั้งแถวที่คุณผู้ชายสั่งมาทานเพิ่ม อร่อยมากๆ ค่ะ คุณผู้อ่านสามารถสั่ง Battera แบบนี้เป็น Take away ได้ด้วยค่ะ แถวละ 1,200 เยนไม่รวมภาษี (ถ้าจำราคาไม่ผิดนะคะ)

Saba Battera

Saba Battera
 
ในเซตอาหารทุกเซตจะมีไอศกรีมด้วยค่ะ เป็นไอศกรีมรสส้มยูซุ อร่อยดีค่ะ (แต่ลูกเล็กไม่นิดเนะ อิอิ)


คุณผู้อ่านที่ไปเที่ยว Hakata และอยากทานซูชิอร่อยๆ ราคาไม่เจ็บตัวมาก นาโอะแนะนำร้านนี้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง ร้านนี้อยู่ที่ JR Hakata City Amu Plaza Hakata ชั้น 9 คุณผู้อ่านขึ้นลิฟท์แก้วจากในสถานี JR Hakata กดชั้น 9 ได้เลยค่ะ

เปิดบริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด
มื้อกลางวัน 11: 00 ~ 15: 00 
(LO 14: 30) 
มื้อเย็น 17: 00 ~ 23: 00 
(LO 21: 30)

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao