Pages

Showing posts with label Type: Bakery. Show all posts
Showing posts with label Type: Bakery. Show all posts

Saturday, 21 March 2015

Rischart

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน เอนทรี่นี้พิมมิยะดองไว้นานมากกกก.. ตั้งใจจะอัพมาเป็นปีแล้ว เพิ่งจะสบโอกาสก็วันนี้แหละค่ะ เหอๆ ในเอนทรี่นี้จะพาคุณผู้อ่านไปชิมขนมอร่อยๆที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนีกันนะคะ

ร้านนี้ชื่อ Rischart ขายผลิตภัณฑ์ bakery มาตั้งแต่ปี 1883 นู่น ถึงตอนนี้ก็เกิน 130 ปีแล้ว ถ้าพิมมิยะแกะภาษาเยอรมันจากเว็บไซต์ไม่ผิด ปัจจุบันเป็นทายาทรุ่นที่ 5 แล้วค่า ร้านเค้ามีสาขาเยอะอยู่เหมือนกัน สาขาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็จะมีทั้งที่ Munchen Hbf, Marienplatz, Viktualienmarkt ให้เลือกไปชิมกัน

สาขา Viktualienmarkt มีโต๊ะให้นั่งที่ชั้นบนด้วย เสียดายที่พิมมิยะไม่มีโอกาสได้นั่งจิบโกโก้ ละเลียดขนมชิลด์ๆกะเค้า


สาขา Marienplatz อยู่เยื้องกับ New Town Hall ของเมืองค่ะ (ขวามือในรูป)


สถานี Munchen (Munich) Hbf ก็มีค่ะ ส่วนใหญ่พิมมิยะก็ซื้อสาขานี้ รอบแรกที่ไปมิวนิคเมื่อหลายปีก่อนนี่ซื้อกลับไปเป็นอาหารเช้าที่โรงแรมทุกวัน ฮ่าๆ ส่วนรอบ 2 ได้แวะมิวนิคแค่วันเดียว เลยได้แค่ซื้อแล้วเอาไปทานบนรถไฟค่ะ 


แพคเกจน่ารัก


เค้กเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่ อร่อยล้ำค่ะ เนื้อเค้กเป็นสปันจ์เค้กนุ่มๆ แป้งไม่หนามากด้วย หน้าเป็นเจลลี่ที่ใส่เนื้อสตรอว์เบอร์รี่มาให้แบบไม่มีกั๊กกันเลย โอ๊ย...อร่อย คิดถึงมิวนิค ฮ่า~


พายแอปเปิ้ล อันนี้ก็อร่อย แต่ชอบแบบแอปเปิ้ลสไลซ์บางๆมากกว่านะ


บราวนี่ (แอบเอาจานวางที่พื้น ฮะๆๆ) พิมมิยะชอบมากนะคะอันนี้ เนื้อบราวนี่เหนียว ชอคโกแลตเข้มข้น ใส่ถั่วอะไรด้วยรึเปล่าจำไม่ได้แล้ว แหะๆ แต่เท่าที่จำได้คืออร่อยมากค่ะ เป็นบราวนี่สไตล์ที่พิมมิยะชอบมาก D


เค้กส้ม รูปอาจจะไม่ชัดไปซักหน่อย ใช้กล้องเก่าถ่ายเมื่อหลายปีมาแล้ว อันนี้ก็ปลื้มค่ะ หน้าเป็นเนื้อส้มบวกกับน้ำส้มผสมเจลาตินเยิ้มๆ ออกเปรี้ยวๆหวานๆ อร่อยอีกแล้ว ฮ่าๆๆ


นอกจากเค้กแล้วร้านนี้ก็ขายขนมอบอื่นๆ พวกขนมปัง ครัวซองท์ พาย ทาร์ต ฯลฯ แล้วก็เครื่องดื่มอีกด้วยค่ะ แต่พิมมิยะไม่ได้ชิมเพราะชอบเค้กมากกว่า ทานได้ทานดีทุกวี่ทุกวันไม่มีเบื่อ ราคาเค้กชิ้นนึงก็ตกประมาณ 100 บาทน่าจะได้ นับว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพประเทศเค้า (แต่เค้กร้านดีๆในเมืองไทยก็ตก 100 กว่าๆ ถึง 200 อยู่แล้วเนอะ) ใครมีโอกาสไปแวะมิวนิคก็ลองไปทานดูนะคะ :D

Rischart 
https://www.rischart.de/

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าค่ะ จะพาไปชิมอาหารทะเลอร่อยๆที่ Edinburgh กัน :D

ピム宮 ~ pimmiya

Friday, 8 November 2013

Paneria

สวัสดีค่ะ หลังจากไปชิมไก่ย่างที่เจนีวากับนาโอะไปแล้ว เอนทรี่นี้เรากลับมาชิมขนมที่ปรากกันต่อนะคะ

ร้านนี้ชื่อ Paneria (ทีแรกเกือบสับสนกับนาฬิกายี่ห้อดังซะแล้ว อร๊าย) เป็นร้านที่มีสาขามากมายทั้งในปรากและเมืองอื่นๆ พอดีเดินผ่านร้านทีไรก็มีแต่ตอนค่ำๆ เลยได้รูปหน้าร้านเวอร์ชั่นสลัวๆแบบนี้มา




สาขาที่พิมมิยะไปอยู่ที่ถนน Národni เดินจากเมโทร Můstek - B ไปหน่อยนึง ที่จริงสาขาใกล้ๆสถานีก็มีเหมือนกัน แต่สาขานี้อยู่ใกล้กับห้าง Tesco เป้าหมายของพวกเราในค่ำคืนนี้มากกว่า เพราะตั้งใจว่าจะมาซื้อของฝากที่ซูเปอร์ชั้นใต้ดินของห้างนี้กัน ของเค้ามีให้เลือกเยอะใช้ได้ค่ะ ใครชอบเดินซูเปอร์ก็อย่าลืมแวะไปจับจ่ายนะคะ 

ออกอ่าวไปเรื่องซูเปอร์ซะงั้น กลับมาต่อกันที่ร้านดีกว่า ในร้านเป็นแนวคาเฟ่ มีโต๊ะให้นั่งทานในร้าน มีไวไฟให้เล่นฟรีด้วย แต่ไม่ได้ลองว่าเร็วรึเปล่า เพราะจะรีบไปช้อปให้ทันก่อนห้างปิด ฮ่า~

มีขายทั้งพวกแซนด์วิช สลัด ที่ไม่ได้ลองชิม



ไปจนถึงเค้กทั้งหลาย เห็นแล้วทำเอาลังเลว่าจะชิมชิ้นไหนดี อยากลองหมดเลย >_<



สุดท้ายก็เลือกชิ้นนี้มาค่ะ เป็นเค้กชอคโกแลตเนื้อหนักๆคล้ายบราวนี่ โปะหน้าด้วยครีม บราวนี่ และถั่วลิสง ราคา 30 CZK ตัวเค้กเฉยๆค่ะ ชอคโกแลตไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่ แต่พอเอาส่วนประกอบทุกอย่างตักเข้าปากในคำเดียวกันนี่แบบ.. โอ้ว.. มันเข้ากันดีแท้ อร่อยใช้ได้ค่ะ



ทีแรกว่าจะสั่งแค่ชิ้นเดียว เพราะคนที่ไปด้วยกันเค้าประกาศกร้าวว่าจะช่วยชิมแค่ไม่กี่คำ แต่ด้วยความตะกละของพิมมิยะ เลยขอชิมอีกซักชิ้นค่ะ เป็นเค้กหน้าสตรอว์เบอร์รี่สอดไส้มูสโยเกิร์ต 30 CZK อีกเช่นกัน (ถูกมากง่ะ ซื้อที่บ้านเราสงสัยจะแพงกว่านี้เท่าตัว) ตัวเค้กนุ่ม มูสก็อร่อย ใครที่ชอบเค้กแนวผลไม้เปรี้ยวๆหวานๆก็ลองสั่งมาชิมดูนะคะ



สำหรับอย่างอื่นๆ พิมมิยะยังไม่มีโอกาสได้กลับไปลองชิมอีก ใครที่ไปเที่ยวเช็กก็แวะไปชิมเผื่อด้วยนะค้า :D

Paneria Národni
Národni 117/18, 110 00 Praha, Prague
http://www.paneria.cz/en


View Prague in a larger map

ピム宮 ~ pimmiya

Friday, 12 April 2013

3.INCH.SIN

สวัสดีค่ะ นี่ก็เข้าสู่ช่วงสงกรานต์แล้ว ใครต่อใครก็พากันเดินทาง คุณผู้อ่านมีใครกำลังจะไปสิงคโปร์บ้างมั้ยคะ วันนี้พิมมิยะมีร้านอยากจะนำเสนอค่ะ :D

พอดีเมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสเดินทางไปประชุมที่สิงคโปร์ ที่สำคัญคือตรงกับวันเกิดตัวเองซะด้วย เลยขอเสิร์ชหาร้านดีๆให้กับวันอย่างนี้ซักหน่อย (เอาเข้าจริง เป็นวันที่เหนื่อยมากค่ะ ประชุมจนสมองบวม แถมมีเรื่องกวนใจอีก ฮ่วย..)

ร้านที่พิมมิยะเลือกฉลองให้ตัวเองชื่อ 3.INCH.SIN ค่ะ (ไปฉลองคนเดียวซะด้วย เปรี้ยวเนอะ) เป็นร้านที่บล็อกเกอร์ชาวสิงคโปร์หลายๆคนแนะนำว่ามี molten chocolate cake ที่อร่อยที่สุดในสิงคโปร์ อ๊าย.. กระตุ้นต่อมอยากลองของเข้าซะแล้ว ว่ากันว่า molten chocolate cake ของร้านนี้อร่อยกว่าของ Max Brenner ซะอีก ว้าววววว~

หลังเลิกประชุม พิมมิยะรีบจ้ำออกมาขึ้น MRT พุ่งไปที่ร้านทันที ร้านอยู่ที่ Millenia Walk ลงที่สถานี MRT Promenade เลือกทางออกที่เป็น Millenia Walk ออกมาแล้วเดินเข้าตึกไปได้เลย ร้านอยู่ชั้นล่างพอดี หาง่ายค่ะ


เมนูที่กระดานดำ


อันนี้เมนูที่ติดอยู่ที่เคาน์เตอร์ ใครขี้เกียจดูจากรูป จะเข้าไปดู menu ตามลิงค์นี้ก็ได้ แต่ไม่ละเอียดเท่าในรูปที่ถ่ายมานะคะ ^^


ของหวานและเครื่องดื่ม


ในตู้นี้เป็นตระกูลคีช พายทั้งหลาย


เคาน์เตอร์สีสันสดใส


ร้านนี้เค้าเน้นขนมที่ทำจากชอคโกแลตค่ะ เมนูขายดีอันดับ 1 ของร้านเป็น molten chocolate cake ซึ่งก็เหมือนกับ chocolate lava cake ที่เรารู้จักกันดีนี่เอง เห็นคนที่โน่นบอกว่าถ้าจะให้แจ่มสุดๆต้องสั่งไอศครีมวานิลลามาทานคู่กัน (เค้าบอกว่าไอศครีมวานิลลาของร้านนี้ทำจากฝักวานิลลาแท้ๆจากมาดากัสการ์ หอม อร่อยมาก) แต่วันนั้นพิมมิยะท้องอืดมากค่ะ เลยสั่งแค่เค้กชิ้นเดียว ถ้าเป็นโหมดปกติเนี่ย ไม่มีพลาด ฮ่า~

molten chocolate cake ของเค้าก็มีหลายรสให้เลือก พิมมิยะเลือก original ค่ะ (SGD 6.5$) เพราะเป็น dark chocolate แบบเต็มๆ เหมาะกับผู้หญิงดาร์คๆเยี่ยงเราจริงๆ หุหุ.. ส่วนรสอื่นที่เค้าว่าอร่อยก็มี bitter orange แล้วก็ mint นะคะ เอาไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะไปชิมรสอื่นดูบ้าง แฮ่~

ที่จริงร้านเค้ามี molten chocolate cake ไซส์จิ๋วๆขายด้วย ในราคา 3 ชิ้นเท่าไหร่ พิมมิยะจำไม่ได้ซะแล้ว  -_-" แต่เท่าที่อ่านรีวิวดู เค้าบอกว่าไส้มันไม่เยิ้มค่ะ อร่อยสู้ขนาดปกติไม่ได้ พิมมิยะเลยไม่ได้สั่งแบบจิ๋วมา

ส่วนเครื่องดื่ม วันนั้นเลือก chamomile dream เพราะว่าอยากได้เครื่องดื่มเบาๆ (ท้องอืดอยู่อะ) คาโมมายล์นี่เป็นพืชตระกูลเก๊กฮวย มีฤทธิ์คลายกังวลแบบอ่อนๆ ดื่มแล้วหลับสบายดีค่า แต่ไม่ค่อยจะเข้ากับเค้กชอคโกแลตเท่าไหร่นะคะ แนะนำให้ลองสั่งอย่างอื่นดีกว่า


molten chocolate cake อุ่นๆ พอตัดปุ๊บไส้ทะลักออกมาปั๊บ อร่อยทั้งตัวแป้งและไส้ข้างในค่ะ สัมผัสได้ในทันทีว่าใช้ชอคโกแลตคุณภาพดีมาทำ รสชาติไม่หวานอีกด้วย ใช่แบบที่ชอบเลย ตัวแป้งก็นุ่ม เนียน และบางมาก พิมมิยะชอบรสเข้มๆแบบนี้ ถือเป็นมื้อฉลองวันเกิดที่ฟินมากค่ะ ถ้าได้ไอศครีมมาทานคู่กันล่ะก็คงจะสุดยอดเลย คราวหน้าต้องหาโอกาสไปซ่อมซะแล้ว อิอิ :D

3.INCH.SIN
Millenia Walk
MRT Promenade

ピム宮 ~ pimmiya

Tuesday, 30 October 2012

Dandoy

มาถึงเอนทรี่ที่ 2 ของเบลเยียมแล้วนะคะ ถัดจากชอคโกแลตอร่อยๆ คราวนี้เราจะไปทาน Belgian waffles แบบออริจินัลกันค่ะ 

ที่ประเทศเบลเยียม แท้ที่จริงแล้วมีวัฟเฟิลหลากหลายชนิดมาก แต่ที่ฮิตๆกันจะมี 2 แบบ คือ Brussels กับ Liège waffles 

แบบแรก -- Brussels อารมณ์วัฟเฟิลที่คนอเมริกันชอบทานกัน (กรุณานึกถึงวัฟเฟิลของ A&W ประมาณนั้นเลย) แต่ที่แตกต่างกันก็คือของเบลเยียมด้านนอกจะกรอบกว่า และมักจะทำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม 

ส่วนแบบ Liège เนื้อจะออกแนวหนึบๆ โรยด้วยน้ำตาลกรวดก่อนเอาไปอบ เวลาทานร้อนๆด้านนอกจะเยิ้มๆ น่าทานมั่กๆ >_<  นิยมทำเป็นแผ่นกลมๆ ใครนึกไม่ออก ลองจินตนาการภาพวัฟเฟิลชิ้นละสิบกว่าบาทที่ขายตามโลตัส บิ๊กซีบ้านเรา หรือถ้าจะให้ไฮโซกว่านั้นก็ของ Zinneken's ร้านวัฟเฟิลสัญชาติอเมริกันที่ขาย Belgian waffles ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือแบบ Liège นี่เองค่ะ พิมมิยะก็เล็งๆไว้ว่าจะไปลองวัฟเฟิลของร้านนี้มั่ง ที่ผ่านมายังไม่สบโอกาสได้ชิมซักที ได้แต่ทานวัฟเฟิลของบู๊ธที่ขายในโลตัสไปพลางๆ ซึ่งพิมมิยะก็ว่าอร่อยดีนะคะ แหะๆ 

ก่อนจะเดินทางไปเบลเยียมพิมมิยะก็ลองหาข้อมูลร้านวัฟเฟิลที่โน่นดู โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นร้านอร่อย และมีที่ให้นั่งรับประทานชิลด์ๆในร้าน มาลงเอยที่ร้าน Dandoy แม้บางเสียงจะค่อนแคะว่าเป็น tourist trap ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่เค้าว่าอร่อยกัน ก็เลยตัดสินใจเลือกร้านนี้ค่ะ แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะอร่อยกว่าร้านอื่นที่ได้ทานในทริปนั้นเลย :D

ร้านอยู่ห่างจาก Grand Place มาแค่ไม่กี่เมตร ด้านล่างเป็นเคาน์เตอร์ให้ซื้อกลับบ้าน ส่วน tea room อยู่ชั้น 2




เค้าโชว์การทำวัฟเฟิลให้เห็นกันจะๆเลย แบบ Brussels ก็ใช้วิธีผสมแป้งในถัง แล้วค่อยหยอดแป้งเหลวๆลงในพิมพ์ ส่วนแบบ Liège เนื้อแป้งจะหนักกว่า เลยใช้วิธีปั้นเป็นก้อนๆแล้วเอาไปโปะในพิมพ์ (นึกไม่ออกกรุณาลอบสังเกตการณ์ที่โลตัสหรือบิ๊กซีบ้านเราละกันนะคะ)



มาแล้วๆ แบบ A&W เอ๊ย.. แบบ Brussels ราดซอสราสพ์เบอร์รี่ (5.60 €) เสิร์ฟพร้อมวิปครีม ทั้งวัฟเฟิล ซอสที่ออกเปรี้ยวนิดๆ แล้วก็วิปครีมเข้ากันได้ดีมาก อร่อยค่ะ 



แบบ Liège ราดชอคโกแลตซอส (4.50 €) อันแรกว่าอร่อยแล้ว พิมมิยะปลื้มอันนี้มากกว่าอีกค่ะ เนื้อแป้งเหนียวนุ่ม ติดใจอ่า~ อยากทานอีก



สำหรับใครที่อยากลองทานอย่างอื่น ร้านเค้าก็มีทาร์ท คีช แพนเค้ก ไอศครีม บิสกิต ฯลฯ ให้เลือกกันจุใจ ส่วนกาแฟ คุณถุงกระซิบมาว่าก็ธรรมดา ไม่ได้โดดเด่นอะไร (ไม่เหมือนกาแฟของลาดูเร อันนั้นเริ่ดมว้ากกก) แต่วัฟเฟิลของเค้าอร่อยค่ะ ใครที่มีโอกาสไปถึงถิ่นต้นตำรับ อย่าลืมไปลองชิมดูนะคะ :D


Dandoy
Rue au Beurre 31 1000 Brussels


ピム宮 ~ pimmiya

Wednesday, 17 October 2012

Pierre Marcolini

สวัสดีค่ะ หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน คราวนี้พิมมิยะได้ฤกษ์กลับมาพร้อมกับร้านอาหารอร่อยๆในเบลเยียมแล้วนะคะ ใครที่เคยเสิร์ชหาข้อมูลร้านอาหารที่นั่น คงจะเคยได้ยินว่าของดัง 5 อย่างของบ้านเมืองเค้าก็คือ chocolate, waffle, mussels (หอยแมลงภู่), frites (เฟรนช์ฟรายส์) แล้วก็เบียร์นั่นเอง ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่าทริปที่ผ่านมาพิมมิยะกับเพื่อนๆก็ได้ชิมครบทั้ง 5 อย่างไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียน Food Passports อิอิ..

ประเดิมด้วยชอคโกแลตกันก่อนเลยนะคะ ร้านชอคโกแลตดังๆของเบลเยียมก็มีอยู่หลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Godiva, Leonidas, Wittamer ไปจนถึงร้านชอคโกแลตระดับ World class อย่าง Pierre Marcolini ที่บางสำนักให้คำนิยมว่าอร่อยที่สุดในโลก

ขนมของร้านเค้ามีให้เลือกหลากหลายมาก เยอะซะจนเลือกไม่ถูกเลยค่ะ สุดท้ายเลยต้องตัดสินกันที่หน้าตา มาลงเอยที่ Cake chocolate cube (9.80 €) หน้าตายั่วยวนชวนให้หิวมาก >_< ด้านบนประดับด้วย pistacchio, hazelnut แล้วก็ chocolate macaron อันหลังนี่อร่อยมากค่า ปลาบปลื้ม อร่อยกว่ามากาฮองชอคโกแลตของร้านอื่นเลยนะคะ



ด้านในเป็นเค้กชอคโกแลตเนื้อหนัก รสชาติเข้มข้นสมกับเป็นร้านชอคโกแลตซะจริงๆ นาย J เค้าโหวตให้ชิ้นนี้แหละค่ะ



ไหนๆก็มาถึงร้านชอคโกแลตระดับนี้แล้ว พวกเราก็เลยสั่ง Hot chocolate (2.50 €) มาจิบแกล้มเค้ก ถ้วยนี้เข้มและข้นสุดๆไปเลยค่ะ อย่างกับเอาดาร์คชอคโกแลตมาละลายให้เราดื่มประมาณนั้นเลย รสไม่หวาน ใครที่ไม่ชอบ dark chocolate อาจต้องฝืนใจทานนิดนึง แต่พิมมิยะกับเพื่อนๆชอบนะคะ อร่อยมาก :D



อีกชิ้นเป็นของชอบของสาวตันตัน ชื่อ Envelope petit (4.90 €) อันนี้ก็ดูไฮโซมิใช่น้อย



ด้านบนโรยด้วยผงโกโก้สีส้ม ส่วนด้านในก็มีหลาย layer 



แอบมองไปรอบๆร้าน มีจดหมายขอบคุณจาก Hillary Clinton ซะด้วย โอ้ว.. เค้าใช้ชอคโกแลตร้านนี้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองนี่เอง




เนื่องจากทานไปแค่นั้นยังไม่สะใจ พวกเราเลยสั่ง Chocolate crème brûlée (3.50 €) มาชิมกันอีก 


อร่อยจนพิมมิยะน้ำตาไหลพรากเลยค่ะถ้วยนี้ สุดยอดจริงๆ เข้มข้น หอม มันได้ใจมาก ใครชอบขนมตระกูลนี้ล่ะก็อย่าได้พลาดเชียว สรุปว่าคุณถุงกับพิิมมิยะยกให้ชิ้นนี้เป็นอันดับ 1 ของร้านนี้เลย :D



ใครที่ชอบทานไอศครีม ร้านเค้าก็มีขายคอนเนตโตด้วยนะเออ :P ราคา 5.50 €



ด้านใน



ปรากฏว่าธรรมดามาก ไม่อร่อยสมราคาเลย แงๆ T^T



หน้าร้านสาขา Place du Grand Sablon อยู่ไม่ไกลจาก Grand Place สถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองเท่าไหร่ค่ะ 



สรุปแล้วพวกเราต่างก็ประทับใจร้านนี้กันมากมาย อยากจะมีเนื้อที่ในพุงให้บรรจุของอร่อยๆเพิ่มได้อีก แต่คงต้องเป็นโอกาสหน้าแล้วแหละค่ะ เพราะพวกเรายังต้องเก็บท้องไว้ทานอย่างอื่นอีก แต่จะเป็นอะไร โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ :D

Pierre Marcolini
39 Place du Grand Sablon 1000 Brussels



ปล. ใกล้ๆกันตรง Rue des Minimes มี Pierre Marcolini สาขาใหญ่ แต่ไม่มีที่ให้นั่งทานในร้านนะคะ ถ้าอยากนั่งทานในร้านต้องเดินมาอีกหน่อยนึงที่ Place du Grand Sablon ตามรูปหน้าร้านและแผนที่ข้างบน จะมีเคาน์เตอร์เล็กๆให้นั่งได้ประมาณ 6 คนค่ะ :D

ピム宮 ~ pimmiya