Pages

Showing posts with label Type: Cafe. Show all posts
Showing posts with label Type: Cafe. Show all posts

Tuesday, 30 December 2014

Bazar

สวัสดีค่ะ เห็นใครบางคนกำลังไปเที่ยวออสเตรียอยู่ พิมมิยะเลยนึกครึ้มอยากจะระลึกถึงความหลังครั้งได้ไปเยือนบางส่วนของออสเตรียเมื่อปีที่แล้วบ้าง เรียกได้ว่าเอนทรี่นี้แอบดองกันข้ามปีทีเดียวค่ะ เอิ๊ก.. ละอายจัง >//<

ร้านที่จะพาไปในวันนี้เป็นคาเฟ่ชื่อดังของเมืองแห่ง The Sound of Music อย่าง Salzburg นั่นเอง มีชื่อว่า Cafe Bazar ค่ะ ว่ากันว่าเซเลบดาวดังทั้งหลายของโลกต่างก็มีโอกาสได้มาเยือนร้านนี้ คณะเราก็เอากะเค้ามั่งค่ะ ได้ยินมาว่า Apple strudel ของร้านนี้อร่อยมากมาย อย่างนี้ต้องขอพิสูจน์กันหน่อยเนอะ


ตัวร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Salzach ทางฟากเมืองใหม่ของ Salzburg มีทั้งที่นั่งในร้านกับที่นั่งด้านนอกรับลมเย็นๆค่ะ


เมนูอาหารและเครื่องดื่ม อันนี้เป็นของเก่าเมื่อ ต.ค. ปีที่แล้วนะคะ ไม่รู้ว่าตอนนี้ขึ้นราคาไปรึยัง


เปิดมาดันมาเป็นภาษาเยอรมันซะนี่ อย่างนี้กะเหรี่ยงไทยก็มั่วกันไป ^^"


Apple strudel อร่อยล้ำเลอค่า สมคำร่ำลือจริงๆค่ะ แป้งเค้าบางมาก สอดไส้ด้วยแอปเปิ้ลสไลซ์บางๆ


กาแฟอะไรซักอย่างค่ะ ลืมไปแล้ว แฮ่~


เครื่องดื่มที่พิมมิยะสั่งคือ Melange ค่ะ เป็นมอคค่าผสมนม ที่จริงแล้วเมนูนี้เป็นเครื่องดื่มชื่อดังของ Cafe Tomaselli คาเฟ่ร้านดังอีกร้านใน Salzburg ที่พิมมิยะไม่มีโอกาสได้ไปชิม ก็เลยเปรียบเทียบไม่ได้ว่าของใครอร่อยกว่ากัน แต่ว่าถ้วยนี้ของ Cafe Bazar ไม่อร่อยเลยค่ะ พลาดอย่างแรง เหอๆ


ที่อร่อยต้องเป็นถ้วยนี้ค่ะ "BAZAR" Melange คงเป็นสูตรลับเฉพาะของทางร้าน ซึ่งทุกคนในโต๊ะชิมแล้วก็บอกเป็นเสียงเดียวว่าอร่อยค่ะ กลมกล่อมดี ใครที่ไปอย่าสั่งผิดนะคะ ต้อง "BAZAR" melange เท่านั้น


สรุปคือ Apple strudel ของร้านนี้เค้าอร่อยเวอร์จริงๆค่ะ อร่อยถึงขนาดพิมมิยะลืมแอปเปิ้ลสตรูเดิ้ลทั้งหลายที่เคยกินมาทั้งชีวิตไปเลย ฮ่า~ (เวอร์ไปมั้ยเนี่ย แต่อยากบอกว่าคิดอย่างงั้นจริงๆนะคะ) กับอีกอย่างที่น่าสั่งมาทานคู่กันคือ "BAZAR" Melange ค่ะ และถ้าจะให้ดีอย่าลืมไปชิม Melange ของ Cafe Tomaselli แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ว่าของใครแซ่บกว่ากัน อิอิ :D


Cafe Bazar
Schwarzstrasse 3, 5020 Salzburg, Austria

ピム宮 ~ pimmiya

Sunday, 1 December 2013

Lobkowicz Palace Cafe

สวัสดีค่ะ เอนทรี่นี้พิมมิยะจะพาไปทานอาหารในเขตปราสาทปรากกันนะคะ 

เมื่อมีโอกาสได้มาปราก ทุกคนคงไม่พลาดที่จะเข้าชม Prague Castle Complex ที่ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ข้างในนั้นมีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่เยอะแยะ ใช้เวลากันค่อนวันก็ยังดูไม่หมด 

วันนั้นพิมมิยะแอนด์เดอะแก๊งเลยเลือกรับประทานมื้อเที่ยงกันที่ Lobkowicz Palace Cafe ซึ่งหาไม่ยากค่ะ เพียงแค่หาที่ตั้งของ Lobkowicz Palace ให้เจอ ยังไง้ยังไงก็ถึงร้านแน่ๆ :D (เดินเลยหอคอย Daliborka มาหน่อยนึงก็เจอแล้วแหละค่ะ) ตัวคาเฟ่อยู่ด้านล่างของปราสาท ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเข้าชมปราสาทก็เข้ามาทานกันได้นะคะ 



ในวันที่อากาศดี นั่งจิบกาแฟชิลๆตรงระเบียง ชมวิวสวยๆของปรากก็เก๋ไม่หยอกค่ะ แต่พวกเราเลือกที่นั่งด้านในเพราะคนสูบบุหรี่กันเยอะมว้าก.. เบื่อร้านอาหารที่นี่ตรงนี้แหละค่ะ สูบในร้านกันอย่างไม่เกรงใจคนไม่สูบอย่างพวกเราบ้างเล้ย :(



เมนูอาหาร
>> http://lobkowicz.cz/data/1370435929419Lobkowicz_Cafe_Menu_2013.pdf 

เมนูเครื่องดื่ม
>> http://lobkowicz.cz/data/1370435939600Lobkowicz_Cafe_Menu_2013_Beverages.pdf 

จานที่พิมมิยะเลือกเป็น Parma ham and cheese panini (210 CZK) แซนด์วิชไส้ชีส Gruyere กับพาร์มาแฮม เสิร์ฟมากับ coleslaw และแป้ง tortilla ทอด



แหวกไส้ออกมาให้ดู เห็นชีสกรูแยร์หนืดๆยืดๆ เจ้าชีสนี่แหละค่ะที่เป็นต้นเหตุให้พิมมิยะสั่งจานนี้มา เพราะปกติเป็นคนชอบทานชีสมาก (กลับกันกับนาโอะ) ยิ่งตาลุกวาวเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นว่าเป็นชีสกรูแยร์ (แหมๆ ก็เค้าอยากจะชิมชีสชื่อดังบ้างนิ) ตัวชีสอร่อยดี  พาร์มาแฮมก็อร่อย แต่กัดไม่ค่อยจะยอมขาด -*- ขนมปังด้านนอกก็อบมาอุ่นๆ กรอบๆ สรุปว่าสมใจชีสเลิฟเวอร์อย่างพิมมิยะค่ะ



ส่วนโคลสลอว์กับแป้งตอร์ติญ่าทอดนี่แทบจะไม่ได้แตะ เพราะไม่ชอบทานกะหล่ำปลีดิบอยู่เป็นทุนเดิม โคลสลอว์ร้านนี้เป็นสไตล์อเมริกันคือใส่มายองเนส (อย่างที่พีได้พูดถึงในรีวิวก่อนหน้า) ส่วนแป้งทอดๆนี่ก็ไม่ใช่แนวพิมมิยะเหมือนกัน เลยเสร็จพี่จุ๊บกะหญิงอ้น 2 นางช่วยกันทานแป้งทอดจนเกลี้ยงเลย อิอิ..

ถัดมาเป็น Turkey wrap (210 CZK) ของหญิงอ้น เป็นแป้งตอร์ติญ่าห่อเนื้อไก่งวงอบ ผักกาด แครนเบอร์รี่ เสริมรสชาติด้วยมายองเนส เป็นเมนูเพื่อสุขภาพมากที่สุดของมื้อนั้นเลยมั้งเนี่ย เพราะปกติไก่งวงนี่ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อสัตว์ที่โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำอยู่แล้ว ช่างต่างจากเมนูที่พิมมิยะสั่งซะนี่กระไร -"-



ส่วนคุณถุงสั่ง Lobkowicz-style "CZECH" goulash (220 CZK) ที่จริงกูลาชนี่เป็นสตูว์สไตล์ฮังกาเรียน แต่เมนูนี้จะต่างจากต้นตำรับยังไง อันนี้พิมมิยะก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะชามนี้ทำจากเนื้อ เลยไม่ได้ลองชิม ส่วนคนสั่งเค้าบอกว่าอร่อยดี 



จานนี้เป็น Soup and 1/2 sandwich (190 CZK) ของพี่จุ๊บ เป็นซุปประจำวันซึ่งก็คือซุปมะเขือเทศค่ะ รสชาติออกเปรี้ยวๆหน่อย มาพร้อมกับแซนด์วิชครึ่งชิ้น แต่เจ้าตัวจำไม่ได้ว่าสั่งแซนด์วิชอะไรไป (นี่ขนาดผ่านมาไม่ถึงเดือนเลยนะคะเนี่ย ลืมซะแล้วพี่เรา หุหุ..)



ตามด้วย Soup and 1/2 sandwich ของน้องจิ๊บ แซนด์วิชเป็นบาแกตต์ไส้ roast beef น้องบอกว่าอร่อยดีค่ะ



ตามธรรมเนียม เสร็จของคาวก็ต้องหาอะไรมาล้างปาก (อันนี้ธรรมเนียมของพิมมิยะเอง ฮ่า~) แก้วนี้เป็น Algerian coffee (110 CZK) สำหรับคุณถุง เจ้า Algerian coffee นี่ดูเหมือนจะเป็นเมนูที่คิดขึ้นมาโดยบาริสต้าชาวเช็ก มิได้มีต้นกำเนิดมาจากอัลจีเรียแต่อย่างใด เป็นกาแฟที่ผสมกับ egg liqueur (ที่เห็นเป็นชั้นสีเหลืองนวลๆอยู่ก้นแก้ว เท่าที่เสิร์ชหาสูตรดู เป็นบรั่นดีตีเข้ากับไข่ หรือบางสูตรก็ใช้ eggnog ผสมบรั่นดี) โปะด้วยวิปครีมด้านบน คุณถุงบอกว่าอร่อยดีค่ะ



ส่วนสาวๆ ก็สั่ง Traditional Bohemian apple strudel (125 CZK) มาเป็นของหวาน แอปเปิ้ลสตรูเดิ้ลของร้านนี้เสิร์ฟมากับวิปครีม และวานิลลาซอส อร่อยทั้งตัวสตรูเดิ้ลและเครื่องเคียงค่ะ พิมมิยะชอบสตรูเดิ้ลของร้านนี้ แอปเปิ้ลเค้าชิ้นใหญ่ดี แป้งก็บางเฉียบ เสริมด้วยรสชาติของซอสและครีม เข้ากันดีจริงๆค่ะ เป็นหนึ่งในสตรูเดิ้ลที่อร่อยที่สุดที่เคยทานมาเลย >_<



ใครที่ไปเยือนปราสาทปราก อย่าลืมลองไปชิมร้านนี้ดูนะคะ อาหารง่ายๆ แต่อร่อยดีค่ะ :D

Lobkowicz Palace Cafe 
เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 
website http://www.lobkowicz.cz/en/Lobkowicz-Palace-Cafe-15.htm

ピム宮 ~ pimmiya

Friday, 8 November 2013

Paneria

สวัสดีค่ะ หลังจากไปชิมไก่ย่างที่เจนีวากับนาโอะไปแล้ว เอนทรี่นี้เรากลับมาชิมขนมที่ปรากกันต่อนะคะ

ร้านนี้ชื่อ Paneria (ทีแรกเกือบสับสนกับนาฬิกายี่ห้อดังซะแล้ว อร๊าย) เป็นร้านที่มีสาขามากมายทั้งในปรากและเมืองอื่นๆ พอดีเดินผ่านร้านทีไรก็มีแต่ตอนค่ำๆ เลยได้รูปหน้าร้านเวอร์ชั่นสลัวๆแบบนี้มา




สาขาที่พิมมิยะไปอยู่ที่ถนน Národni เดินจากเมโทร Můstek - B ไปหน่อยนึง ที่จริงสาขาใกล้ๆสถานีก็มีเหมือนกัน แต่สาขานี้อยู่ใกล้กับห้าง Tesco เป้าหมายของพวกเราในค่ำคืนนี้มากกว่า เพราะตั้งใจว่าจะมาซื้อของฝากที่ซูเปอร์ชั้นใต้ดินของห้างนี้กัน ของเค้ามีให้เลือกเยอะใช้ได้ค่ะ ใครชอบเดินซูเปอร์ก็อย่าลืมแวะไปจับจ่ายนะคะ 

ออกอ่าวไปเรื่องซูเปอร์ซะงั้น กลับมาต่อกันที่ร้านดีกว่า ในร้านเป็นแนวคาเฟ่ มีโต๊ะให้นั่งทานในร้าน มีไวไฟให้เล่นฟรีด้วย แต่ไม่ได้ลองว่าเร็วรึเปล่า เพราะจะรีบไปช้อปให้ทันก่อนห้างปิด ฮ่า~

มีขายทั้งพวกแซนด์วิช สลัด ที่ไม่ได้ลองชิม



ไปจนถึงเค้กทั้งหลาย เห็นแล้วทำเอาลังเลว่าจะชิมชิ้นไหนดี อยากลองหมดเลย >_<



สุดท้ายก็เลือกชิ้นนี้มาค่ะ เป็นเค้กชอคโกแลตเนื้อหนักๆคล้ายบราวนี่ โปะหน้าด้วยครีม บราวนี่ และถั่วลิสง ราคา 30 CZK ตัวเค้กเฉยๆค่ะ ชอคโกแลตไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่ แต่พอเอาส่วนประกอบทุกอย่างตักเข้าปากในคำเดียวกันนี่แบบ.. โอ้ว.. มันเข้ากันดีแท้ อร่อยใช้ได้ค่ะ



ทีแรกว่าจะสั่งแค่ชิ้นเดียว เพราะคนที่ไปด้วยกันเค้าประกาศกร้าวว่าจะช่วยชิมแค่ไม่กี่คำ แต่ด้วยความตะกละของพิมมิยะ เลยขอชิมอีกซักชิ้นค่ะ เป็นเค้กหน้าสตรอว์เบอร์รี่สอดไส้มูสโยเกิร์ต 30 CZK อีกเช่นกัน (ถูกมากง่ะ ซื้อที่บ้านเราสงสัยจะแพงกว่านี้เท่าตัว) ตัวเค้กนุ่ม มูสก็อร่อย ใครที่ชอบเค้กแนวผลไม้เปรี้ยวๆหวานๆก็ลองสั่งมาชิมดูนะคะ



สำหรับอย่างอื่นๆ พิมมิยะยังไม่มีโอกาสได้กลับไปลองชิมอีก ใครที่ไปเที่ยวเช็กก็แวะไปชิมเผื่อด้วยนะค้า :D

Paneria Národni
Národni 117/18, 110 00 Praha, Prague
http://www.paneria.cz/en


View Prague in a larger map

ピム宮 ~ pimmiya

Monday, 4 November 2013

Chez Ma Cousine

สวัสดีค่ะ

วันนี้นาโอะจะพาไปชิมไก่ย่างสไตล์ฝรั่งเศส แต่ไม่ได้ไปชิมที่ฝรั่งเศสนะคะ ร้านนี้อยู่ที่ Geneva ประเทศ Switzerland ค่ะ คุณผู้อ่านที่พอจะทราบลักษณะภูมิประเทศของเมืองเจนีวา คงรู้ว่าเจนีวาเป็นแหลมเล็กๆ ยื่นออกมาจาก Switzerland ติดกับประเทศฝรั่งเศส เพราะฉะนั้นภาษาและอาหารการกินก็จะได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสค่อนข้างเยอะค่ะ ร้านนี้จริงๆ พีเคยตั้งใจจะไปกินตอนที่ไปเจนีวาคราวก่อน แต่นางพลาดไปค่ะ นาโอะเลยรับไม้ต่อ ไปทำภารกิจให้เสร็จสิ้น ร้านนี้มีชื่อว่า Chez Ma Cousine จริงๆ ร้านนี้มี 3 สาขาค่ะ วันที่นาโอะไปกิน นาโอะไม่ได้ไปกินสาขาต้นตำรับเพราะหิวมาก เลยเลือกสาขา St Gervais ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงแรมค่ะ


หน้าร้าน

กระดาษรองจาน ให้วาดรูปเล่น

เมนูภาษาอังกฤษ ต้องขอจากพนักงานนะคะ


ซอสหลากหลายให้เลือก

ไปร้านนี้ก็ต้องสั่งเมนูเด่นของเค้า นั่นคือ ไก่ย่างครึ่งตัวกับเฟรนช์ฟราย เสิร์ฟพร้อมสลัดราคา 14.90 CHF ค่ะ อย่างที่ทราบๆ กันว่า อาหารที่สวิสนั้น แพงมหาโหด แต่จะว่าไป ไก่ย่างครึ่งตัวราคานี้ถือว่าถูกมากเลยนะคะ คุณผู้ชายที่ไปด้วยกันสั่ง Roasted Pork with Rosemary Juice พร้อมเฟรนช์ฟรายและสลัดเช่นกัน นาโอะเคยอ่านรีวิวกับ Blog ที่รีวิวร้านอาหารที่สวิสมาเยอะ หลายๆ ท่านเขียนเหมือนๆ กันว่า ไปร้านอาหารสวิสต้องสั่งน้ำนะ ถ้าไม่สั่งแล้วสั่งน้ำเปล่า ร้านก็จะคิดเงินค่าน้ำเปล่าอยู่ดี นาโอะก็มองซ้ายมองขวา ไม่มีใครนั่งกินน้ำเปล่าเลย นาโอะกับคุณผู้ชายเลยต้องสั่งน้ำกันคนละแก้วค่ะ ของนาโอะเป็นชามะนาวรสชาติเข้มข้น ของคุณผู้ชายเป็นช็อกโกแลตร้อน

ชามะนาว

ช็อกโกแลตร้อนเสิร์ฟมาเป็นนมร้อนกับผงช็อกโกแลต

เทผสม คนๆๆ ได้แบบนี้ค่ะ

รออาหารอยู่ประมาณ 10 นาที อาหารก็มาค่ะ ต้องขอโทษคุณผู้อ่านก่อนว่า หน้าตาอาหารมันกระจัดกระจายเพราะพนักงานเสิร์ฟเป็นคนตักไก่มาวางในจานแบ่งให้ค่ะ เพราะนางคงไม่สันทัดภาษาอังกฤษเลยไม่อยากอธิบายว่าจะให้ทานยังไง

ไก่ครึ่งตัว

เฟรน์ชฟรายแบบทำเองของทางร้าน

สลัดสองที่รวมมาในจานเดียว

Roasted Pork with Rosemary Juice

ภาพรวม

ไก่ย่างอร่อยค่ะ สูตรของเค้าคงหมักอะไรซักอย่างมา แล้วมันซึมลงไปในเนื้อไก่ ทำให้เนื้อไก่ชุ่มและมีรสชาติ ไม่เหมือนไก่ไทยๆ บ้านเราที่จะออกแห้งๆ นิดนึง แต่จะว่าไป ในส่วนของเนื้อขาว (เนื้ออกไก่) ก็จะแห้งๆ ไปหน่อยค่ะ ส่วนหมูย่าง ขอบอกว่า นาโอะชอบมากกว่าไก่ แฮ่...มันมีมันในปริมาณที่พอดีๆ ไม่มากเกินไปจนเลี่ยน และเนื้อหมูก็หมักมาได้รสชาติกลมกล่อม นาโอะไม่ได้ทาน Rosemary Juice ที่เค้าแยกใส่ถ้วยเล็กมาให้ค่ะ แต่เห็นคุณผู้ชายบอกว่ารสแปล่งๆ เฟรน์ชฟรายก็อร่อยมากค่ะ แต่ทานไม่หมดเพราะมันเยอะมากกกก

ถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสเดินทางไป Geneva และอยากทานไก่ย่างสไตล์ฝรั่งเศสในราคาย่อมเยาว์ อย่าลืมแวะไปชิมร้านนี้นะคะ รับรองไม่ผิดหวังค่ะ


View Geneva in a larger map

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Wednesday, 9 October 2013

Aoyama Flower Market TEA HOUSE

お久しぶりです!

รู้สึกเหมือนห่างหายไปนานมากเลยกับการอัพบล็อค (จริงๆแล้วก็เพราะไม่ได้ไปไหน + ขี้เกียจ) เลยมีแค่สองสาวนาโอะกับพิมมิยะรับช่วงกันเรื่อยมา อาทิตย์ก่อนได้ไปชาร์จแบตเพิ่มพลังชีวิตที่โตเกียวมาอาทิตย์นึง เลยพอจะมีร้านให้ได้รีวิวติดไม้ติดมือกับเค้ามาบ้าง เริ่มต้นที่ร้านแรกเลย Aoyama Flower Market TEA HOUSE

ถ้าใครมาญี่ปุ่นจะสังเกตุเห็นร้านขายดอกไม้ที่มีซุ้ม/ร้านตามห้างใหญ่ๆในโตเกียว(และแถบคันโต - แถบอื่นพีไม่แน่ใจเท่าไหร่) ชื่อ Aoyama Flower Market เรียกว่าเป็นร้านดอกไม้เชนใหญ่ที่สุดเลยก็น่าจะไม่ผิด ร้านนี้แรกๆขายแต่ดอกไม้ แต่ตอนหลังหันมาจับตลาดคาเฟ่ด้วย โดยอาศัยเอกลักษณ์คือเปิดร้านคาเฟ่ในร้านดอกไม้ ให้บรรยากาศเหมือนนั่งจิบชาในสวนดอกไม้ โดยจะมีอยู่สองสาขาคือ ที่อาโอยาม่า (ร้านสาขาแม่) กับที่ห้าง Atre Kichijoji พีมีโอกาสใช้บริการที่สาขาในห้างAtre Kichijoji 




บรรยากาศในร้าน จะดูโปร่งๆ เอาดอกไม้ต้นไม้มาวาง จัดให้เหมือนเรานั่งในสวนเลย ที่นี่ดูโล่งโปร่ง เพราะเค้าจัดให้คนที่ไม่ได้ใช้บริการคาเฟ่เดินผ่านร้านไปมาได้ มันเลยเหมือนนั่งอยู่ริมถนน ดูผู้คนไปมา คั่นกลางระหว่างโต๊ะก็จะมีกระถางต้นไม้วางอยู่ ดอกไม้นี่เหมือนเค้าจะเวียนไปแต่ละอาทิตย์ ตอนที่พีไปจะเป็นดอกCosmos (ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเรียกว่าดอกอะไร ใครรู้บอกด้วยนะคะ)

ร้านนี้เป็นแบบสไตล์ญี่ปุ่นคือ เดินไปสั่งอาหารที่เคาท์เตอร์ จ่ายเงิน รับของหรือเดี๋ยวเค้าเอามาส่ง พีไปถึงบ่ายโมงกว่า หิวมากเลย ร้านนี้จริงๆเค้าไม่เน้นอาหารคาว แต่ว่าก็จะมีset lunch ขาย อย่างเช่น เซทสลัด เซทสตู หรือเซทครอกเมอร์ซิเออร์ โดยในเซทก็เลือกเครื่องดื่มได้ พีเลือกเป็นเซทสตูเนื้อ + Rose Soda


รับโซดากุหลาบมาจิบก่อน เท่าที่รู้ ร้านนี้ค่อนข้างจะดังเรื่องชากุหลาบ/โซดากุหลาบ รสชาติไม่หวานเลย หอมกลิ่นกุหลาบ ส่วนตัวแอบกังวลเล็กน้อยเพราะเคยเจอน้ำกลิ่นกุหลาบที่เหมือนกุหลาบทั้งสวนมาลง แต่อันนี้ขอบอกว่าสบายมาก


สตูเนื้อเสิร์ฟพร้อมขนมปัง


ราดครีมสดลงไป

นั่งชมร้านถ่ายรูปไปซักพัก พนง.ก็ยกสตูมาส่ง น่ารักมาก จานชามจัดมาลักษณะแบบมินิมัล สไตล์ญี่ปุ่นสุดๆ รสชาตินี่ไม่ต้องพูดถึง เข้มข้นอร่อยมาก ไม่ออกเปรี้ยวเกินไป กินคู่กับขนมปังแล้วแฮปปี้สุดๆ เห็นสาวๆญี่ปุ่นสั่งชาร้อนมาดื่มพักเท้าหลังจากชอปปิ้งกัน ก็หมายตาว่าถ้ากลับมาครั้งหน้าจะขอมาแก้มือชิมชาร้อนๆในบรรยากาศสวยๆแบบนี้อีกบ้าง เอาไว้คราวหน้าไปเยี่ยมชมสาขาแม่ดีกว่า

ใครที่รักดอกไม้แล้วมองหาอาหารกลางวันง่ายๆ หรือคาเฟ่ชิลด์ๆ ในย่านอาโอยาม่ากับคิชิโจจิ อย่าลืมมาลองร้านนี้ดูนะคะ

Aoyama Flower Market TEA HOUSE
Atre Kichijoji B1F
เปิด 10:00~21:00 

Website: http://www.afm-teahouse.com/



View Larger Map


Monday, 10 June 2013

Ellis Island Cafe

สวัสดีค่ะ

นาโอะยังรีวิวร้านอาหารใน Las Vegas อยู่ค่ะ ร้านนี้ก็เป็นร้านอาหารในโรงแรมเช่นกัน แต่เป็นโรงแรมเก่าแก่ใน Las Vegas โรงแรมนี้เดินไม่ไกลจาก Paris Hotel ค่ะ ร้านอาหารเค้าเปิด 24 ชม.เลยจ้า 

นาโอะรู้จักร้านนี้จากการอ่านรีวิวค่ะ เค้าบอกว่า ร้านนี้มีสเต็กราคาถูก แถมอาหารเช้าก็อร่อยมาก นาโอะเลยจัดไปสองมื้อเลยค่ะ มื้อเย็นกับมื้อเช้าอีกวัน ร้านนี้ชื่อว่า Ellis Island Cafe ตั้งอยู่ภายใน Ellis Island Casino and Hotel คุณผู้อ่านจะต้องเดินผ่าน Casino เข้าไป ก็จะเจอ Cafe นี้ แต่ร้านนี้คนเยอะเลยทีเดียวนะคะ นาโอะรอทานมื้อเย็น 40 นาทีได้ พอได้โต๊ะนั่ง อ่านเมนูแล้วเลือกไม่ถูกเลยว่าจะกินอะไร อาหารเยอะมากค่ะ



นาโอะกับคุณผู้ชายสั่งกันคนละอย่างค่ะ นาโอะสั่งพอร์คชอป เสริฟพร้อมข้าวโพดหวาน มันฝรั่งบด และสลัด ส่วนคุณผู้ชายสั่งสลัดเนื้อ New York (ไม่ใช่เนื้อ Las Vegas ด้วยนะ) เสิร์ฟพร้อมขนมปังกระเทียม

 
สลัด

พอร์คชอป

สลัดเนื้อนิวยอร์ค

ต้องขอพูดตรงๆ เลยค่ะ ว่าสเต็กและสลัด รสชาติแย่กว่าที่จินตนาการและอ่านรีวิวไว้ เนื้อหมูด้าน ไม่นุ่ม ไม่มีรสชาติไรเลยจ้า สรุป เฟลค่ะ ส่วนสลัดของคุณผู้ชายก็จัดได้ว่าธรรมดา แต่ราคาอาหารถูกจริงๆ ค่ะ คุณผู้อ่านอาจสงสัยว่า แล้วนาโอะมารีวิวร้านนี้ทำไม ในเมื่อมันไม่อร่อย แต่เอนทรี่นี้จบหักมุมเล็กน้อยค่ะ นาโอะให้โอกาสร้านนี้อีกครั้งเช้าวันรุ่งขึ้น นาโอะมาทานอาหารเช้าที่ร้านนี้ พบว่า อาหารเช้าเค้าคนละเมนูกับอาหารเย็นเลย (แต่ลืมถ่ายเมนูมา ให้ตายซิ) และรสชาติคนละเรื่องกับเมื่อคืนเลยละค่ะ

ตอนเช้านาโอะสั่งแพนเค้ก + ไข่ + ไส้กรอก ส่วนคุณผู้ชายสั่งสเต็กแฮม เสิร์ฟพร้อม ไข่ดาว (หรือจะเลือกไข่แบบอื่นก็ได้) ขนมปังปิ้ง และมันฝรั่ง ขอบอกว่า แพนเค้กเค้าเทพมาก ไส้กรอกอร่อยมากกกกกกกกกก (ที่เป็นแผ่นๆ ในรูปข้างล่างนั่นละค่ะ) ปริมาณก็เยอะมาก ราคาถูกมาก สรุป ฟินมากกกก ค่ะ ส่วนสเต็กแฮม ด้านไปนิด แต่รสชาติอร่อยค่ะ

แพนเค้ก + ไข่ + ไส้กรอก

สเต็กแฮม + ไข่ + ขนมปัง + มันฝรั่งทอด

สรุปแล้ว ควรค่าต่อการไปทานมื้อเช้าค่ะ คุ้มทั้งราคา รสชาติก็อร่อย ได้บรรยากาศอเมริกันแท้ๆ อีกต่างหาก อยากให้คุณผู้อ่านไปลองทานกันค่ะ

Ellis Island Cafe ตั้งอยู่ใน Ellis Island Casino อยู่ East Strip ค่ะ เปิดบริการ 24 ชม.ไม่มีวันหยุดกันเลยทีเดียว


View Larger Map

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao