Pages

Showing posts with label Type: Chinese. Show all posts
Showing posts with label Type: Chinese. Show all posts

Sunday, 21 July 2013

Estabelecimento De Comidas Wo Fat 和發碼頭美食

สวัสดีค่า เอนทรี่นี้เรายังคงอยู่ในมาเก๊ากันต่อ ร้านที่จะรีวิวในวันนี้ขายอาหารซีฟู้ดยอดนิยมของคนท้องถิ่นที่นั่น เหตุเกิดจากคุณแม่ได้ยินมาจากคนรู้จักว่าได้ไปทานร้านซีฟู้ดสดๆซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดปลา แต่เค้าดันจำชื่อร้านและพิกัดไม่ได้ งานเลยเข้าพิมมิยะกับน้องๆ ต้องไปหาร้านที่ว่า แต่หาข้อมูลทางอินเทอร์เนตไม่เจอ สุดท้ายเลยต้องพึ่งเบลล์บอยของโรงแรม ซึ่งเค้าแนะนำให้ไปที่นี่ค่ะ เป็นร้านที่เค้าไปทานกับครอบครัวบ่อยๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าใช่ร้านที่คุณแม่ว่าไว้รึเปล่านะคะ ฮ่า~  จากนั้นก็กางแผนที่ชี้พิกัดกันอยู่พักนึง พวกเราถึงออกเดินทางไปที่ร้านกัน

(ปล. ใครพักที่โรงแรม Sintra ลองมองหาเบลล์บอยหนุ่มตี๋ใส่แว่นกรอบดำดูนะคะ พิมมิยะจำชื่อไม่ได้ซะแล้ว เค้าพูดภ.อังกฤษได้ดีพอสมควรเลย แถมยังช่วยเหลือดีมาก ลุคก็ดูดีซะจนคุณน้องสาวแซวว่าเป็นลูกเจ้าของโรงแรมปลอมตัวมาหารักแท้รึเปล่า แอร๊ย..)




วิธีไป ถ้าเดินไปจากหน้าอาคาร Leal Senado หันหน้าเข้าหา Senado Square ให้เดินไปทางซ้าย ตรงไปเรื่อยๆ สุดทางจะเป็นสามแยกที่มีโรงแรม Sofitel อยู่ตรงข้าม ให้ข้ามถนนไปทางฝั่งโรงแรม แล้วเดินไปทางขวา จะเห็นป้ายรถเมล์ที่มีปั๊มน้ำมันเชลล์อยู่ถัดไป ให้เลือกเดินเข้าซอยเล็กๆที่อยู่หลังปั๊ม ร้านจะอยู่หลังปั๊มทางซ้ายมือ ใช้เวลาเดินประมาณ 10 - 15 นาทีค่ะ

หน้าร้านเป็นแบบนี้ค่ะ ตรงนี้มี 3 ร้านติดกัน ร้านที่พวกเราไปทานเป็นร้านที่อยู่ตรงกลาง สังเกตว่าร้านนี้มีแขกเข้าร้านเยอะมาก แถมเป็นคนท้องถิ่นทั้งนั้น (ไม่ใช่ทัวร์ลง) แปลว่าน่าจะอร่อยพอสมควร ด้านในของร้านมีทั้งที่นั่งในตัวตึก และที่นั่งแบบโอเพ่นแอร์ด้านหลังร้านซึ่งอยู่ติดริมน้ำ มองข้ามไปอีกฝั่งนึงของแม่น้ำจะเป็นเขตจูไห่ของจีนค่ะ



ด้านหน้าร้านก็มีอาหารทะเลมากมายให้เลือกกัน ล้วนแล้วแต่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งนั้น น้องกุ้ง น้องหอย น้องปลา ยังว่ายไปว่ายมาอยู่เลย (อภัยให้เค้าด้วยนะตะเอง T_T)




วันนั้นครอบครัวพิมมิยะสั่งอาหารไป 5 อย่างค่ะ ตอนสั่งอาหารนี่มันส์มากเพราะบ้านเราไม่มีใครพูดกวางตุ้งได้ซักคน ส่วนพนักงานก็มีคนพูดภาษาอังกฤษได้นิโหน่ยอยู่แค่คนเดียว แล้วก็มีพนักงานอีกคนนึงพูดแต้จิ๋วได้เล็กน้อย (คุณแม่กะคุณน้าพูดแต้จิ๋วได้ค่ะ) เลยส่งภาษากันมั่วๆมึนๆ ทั้งจีนกลาง แต้จิ๋ว กวางตุ้ง อังกฤษ บวกภาษาใบ้ ภาษามือ ชี้ๆๆกันอย่างเมามัน แต่พิมมิยะชอบนะ สนุกดี ต้องแบบนี้ถึงได้สีสันของการท่องเที่ยวต่างประเทศ อิอิ :D

จานแรกเป็นหอยแครงลวกซึ่งตัวใหญ่มากค่ะ ที่บ้านเราแทบจะไม่เจอหอยแครงใหญ่ขนาดนี้ ที่นู่นเค้าให้จิ้มกับซีอิ๊วและกระเทียมสับ ซึ่งแน่นอนว่าสู้น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บของบ้านเราไม่ได้ แต่ก็ได้ความหวานของหอยแบบธรรมชาติ ที่จริงแล้วพิมมิยะไม่ค่อยปลื้มจานนี้เท่าไหร่ เพราะชอบแบบลวกให้เลือดซิบๆกว่านี้ มันนุ่มและหวานอย่าบอกใครค่ะ (แอบซาดิสม์ออกสื่อ ฮ่า~ เดี๋ยวคุณผู้อ่านจะตกใจ)




จานที่ 2 เป็นหอยหวานตัวจ้อยที่เอามาลวกเหมือนกัน หอยหวานที่นี่เล็กมาก พิมมิยะไม่เคยเห็นตัวเล็กขนาดนี้มาก่อนในชีวิต (ลองดูในรูปที่เปรียบเทียบขนาดกับหอยแครงดูนะคะ) ปกติแล้วที่บ้านชอบสั่งหอยหวานเผา มาที่นี่เค้าไม่ทำแบบเผาให้ เลยให้ลวกแทน ปรากฎว่าทุกคนในโต๊ะคอมเมนท์ว่าลวกแบบนี้อร่อยกว่าเผาค่ะ (กลายเป็นความรู้ใหม่สำหรับบ้านนี้) เพราะเนื้อหอยจะไม่แข็งกระด้างมาก เอามาจิ้มกับซีอิ๊วและซอสพริกก็อร่อยไปอีกแบบ 




ตัวเล็กมว้ากกก >.<


เดี๋ยวจะมีคนครหาว่ามีแต่อาหารคอเลสเตอรอลสูง พิมมิยะเลยสั่งผัดคะน้ามาทานด้วย เหตุที่ไม่สั่งผักอย่างอื่นเพราะพิมมิยะจำชื่อผักในภาษากวางตุ้งได้อย่างเดียวค่ะ (ไก่หลาน = คะน้า) เอิ๊ก~ 




แล้วก็ถึงไฮไลท์ของมื้อนั้น กั้งทอดพริกกระเทียม พิมมิยะเป็นคนรีเควสท์เองค่ะ ถ้าจำไม่ผิด น้องกั้งนี่ราคากิโลละ 400 กว่าๆ MOP ได้กั้งมา 3 ตัวใหญ่ๆ แพงหน่อยแต่อร่อยมากกกกกกค่ะ เนื้อหวานสุดยอด อร่อยถึงขั้นน้องสาวบอกว่ามาถึงมาเก๊าแล้วได้ทานเป็ดย่างร้าน Chan Kong Kei (ที่นาโอะได้รีวิวไปแล้ว), นมตุ๋นของ Leitaria I Son แล้วก็กั้งจานนี้ก็คุ้มละ กลับไทยได้อย่างสบายใจ ฮ่า~



รับน้องกั้งขาวๆอวบๆ เอ๊ย.. หวานๆ ซักคำมั้ยคะ ^^



แล้วก็จานสุดท้ายเป็นกุ้งผัดพริกกระเทียม ปรุงแบบเดียวกันกับกั้งนั่นแหละค่ะ เนื้อกุ้งเค้าก็หวานเด้งดี แต่พิมมิยะอ่ิมมากแล้ว เลยทานแค่ไม่กี่ตัวแล้วปล่อยให้คนอื่นจัดการไป



ค่าใช้จ่ายมื้อนั้นรวมแล้ว 900 กว่าๆ MOP สำหรับ 6 คนค่ะ นับว่าราคาไม่แรงอย่างที่คิด สรุปแล้วก็เป็นร้านที่น่าลองสำหรับคอซีฟู้ด จะได้ประสบการณ์ในการทานซีฟู้ดสไตล์จีนแบบที่ไม่ใช่ระดับขึ้นเหลากันดูบ้างนะคะ :D

Estabelecimento De Comidas Wo Fat
97 Avenida de Demetrio Cinatti, Macau

ピム宮 ~ pimmiya

Monday, 1 July 2013

Tack Hsin Restaurante 港澳德興火鍋海鮮酒家

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน หลังจากไปชิมอาหารกับนาโอะกันถึง USA มาหลายเอนทรี่แล้ว ครั้งนี้ไปทานติ่มซำยามเช้าที่มาเก๊ากันบ้างนะคะ 

ร้านที่จะพาไปทานอยู่เยื้องๆกับ Grand Lisboa ค่ะ อยู่ริมถนน Avenida do Infante D.Henrique ถ้ามาจากทางตึก Leal Senado ให้เดินมาตามถนน Avenida do Infante D.Henrique นี่แหละ หลังจากข้ามไฟแดงไป 2 แยก ก็จะเห็นป้ายร้านสีเขียวๆอยู่ลิบๆดังในรูปข้างล่าง


ถึงร้าน Tack Hsin แล้วค่ะ เข้าไปแล้วขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 2 โล้ด



พอขึ้นมาถึงชั้น 2 ก็จะเจอหน้าร้าน คนนั่งรอคิวกันเพียบเลย สงสัยจะอร่อยจริง



หลังจากได้ที่นั่งปุ๊บ พนักงานก็เอาเมนูมาให้เราติ๊กลงไป ครั้งนั้นพิมมิยะไปกับครอบครัว ทั้งหมด 6 คนค่ะ แต่สั่งอาหารเหมือนมากัน 10 คน ฮ่า~



รอไม่นาน จานแรกก็มาถึง เป็น Overbaked BBQ bun มันคือขนมปังไส้หมูแดงดีๆนี่เอง จานนี้เฉยๆค่ะ ชอบแบบซาลาเปามากกว่า



Shrimp dumpling (Ha Kau) ฮะเก๋า 2 เข่ง สำหรับ 6 คน มาพร้อมกับ Fried vegetarian spring roll (ปอเปี๊ยะทอดไส้ผัก)



ปอเปี๊ยะกรอบอร่อย ใช้ได้เลยค่ะ ส่วนฮะเก๋าก็แซ่บ



ถัดไปเป็น Carp ball (ลูกชิ้นปลา) พิมมิยะเคยเห็นเมนูปลา carp มาหลายร้านละ สงสัยมากว่าเป็นปลาคาร์พเหรอ (อร๊ายยย เมื่อก่อนที่บ้านก็เลี้ยงนะ) เลยมาเสิร์ชดู พบว่าหมายถึงปลาที่อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน เป็นพวกปลาไน (ที่บ้านเราเรียกปลาคาร์พ) ปลาตะเพียน ปลาทอง (-"- กินได้ด้วยเรอะ) ปลาซิว ไปจนถึงปลาซ่งฮื้อ หลีฮื้อของจีนค่ะ แต่เดาว่าอันนี้ไม่น่าจะทำจากปลาทองนะคะ..แหะ.. :P

เข่งนี้อร่อยค่ะ ชอบมากที่สุดในมื้อนั้นแล้ว รสชาติดี ไม่คาวด้วย เป็นลูกชิ้นปลาสไตล์บดหยาบๆ พิมมิยะชอบแบบนี้มากกว่าลูกชิ้นปลาเนื้อเนียนๆแบบบ้านเราซะอีก



Pork dumpling (Siu Mai - ขนมจีบ) อร่อยตามมาตรฐานร้านติ่มซำแถวฮ่องกง - มาเก๊า



Spare ribs in black bean sauce ซี่โครงหมูนึ่ง ใส่ฟักทองของโปรดพิมมิยะด้วย เข่งนี้ก็ชอบรองจากลูกชิ้นปลาเลยค่ะ



Assorted dumpling (ฝั่นโก๋ว) ใส่ไส้มาไม่ยั้งทั้งกุ้งและผัก



Thousand layer cake (เค้กพันชั้น) ที่เมืองไทยเคยทานของร้าน Crystal Jade ที่พารากอน แต่ของร้านนี้อร่อยกว่าเยอะค่ะ ตัวแป้งเหมือนแป้งซาลาเปา ส่วนไส้เหมือนไส้ครีมของซาลาเปานี่เอง อร่อยดี วันนั้นเอาไว้ทานแทนของหวานเลย :D



Steamed BBQ in rice flour roll (ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้หมูแดง) ที่จริงวันนั้นสั่งมาทั้งไส้หมูแดงกับไส้กุ้งเลยนะคะ เพียงแต่มติเป็นเอกฉันท์ว่าไส้หมูแดงนั้นกลมกล่อมกว่ามาก ส่วนไส้กุ้งจืดไปหน่อย



และที่มาเสิร์ฟเป็นลำดับสุดท้ายก็คือ Egg custard bun (ซาลาเปาไส้ครีม)



มาพร้อมกับ BBQ pork bun (ซาลาเปาไส้หมูแดง) ทั้งไส้ครีมและไส้หมูแดงนี่ก็อร่อยใช้ได้ แต่ว่าทุกคนอิ่มซะจนต่อมรับความอร่อยทำงานได้น้อยลงซะแล้ว งานนั้นเลยมีเกี่ยงกันเล็กน้อยว่าใครจะรับผิดชอบส่วนที่เหลือ ก็เล่นสั่งมาเยอะเกิ๊น ฮ่า~



สรุปแล้วค่าเสียหายของมื้อนั้นก็ 476 เหรียญ หารกัน 6 คนก็ตกประมาณ 300 บาทนิดๆ แต่อิ่มพุงปลิ้นมากค่ะ ถ้าสั่งมาแบบพอดีๆก็น่าจะจ่ายน้อยกว่านี้ ส่วนรสชาติอาหารนี่ใช้ได้เลย พิมมิยะชอบมากกว่าติ่มซำบางร้านที่ฮ่องกงซะด้วยซ้ำ ใครที่ไปมาเก๊าแล้วอยากทานติ่มซำเป็นอาหารเช้าก็ลองไปชิมกันดูนะคะ :D

Tack Hsin Restaurante
23 Avenida do Infante D.Henrique, Macau



ピム宮 ~ pimmiya

Friday, 24 May 2013

Yang Chow

สวัสดีค่ะ

วันนี้นาโอะจะมารีวิวร้านอาหารจีนค่ะ แต่ไม่ใช่ที่ประเทศจีนแต่อย่างใด เป็นร้านอาหารจีนที่ Los Angeles ค่ะ คือ ปกตินาโอะจะไม่ค่อยรีวิวพวกร้านอาหารเอเชียในประเทศแทบตะวันตก เพราะจะพยายามหาร้านอาหารท้องถิ่นที่ถูกปากมารีวิวให้คุณผู้อ่านอ่านกัน แต่ร้านนี้ถึงกับอดใจไม่เขียนถึงไม่ได้ค่ะ ไปอเมริการรอบนี้ กินร้านอาหารจีนหลายร้านมาก ทั้งร้านใหญ่ ร้านอาหารตัก ร้านเล็ก ร้านน้อย แต่ไม่มีร้านไหนอร่อยสู้ร้านนี้ได้เลยค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ใน China Town LA ค่ะ ชื่อร้าน Yang Chow หน้าร้านติดป้ายไว้ว่าขายอาหารจีนเสฉวน วันที่นาโอะไปเป็นวันเสาร์ค่ะ จริงๆ เลยมื้ออาหารมาแล้วด้วย แต่ลูกค้านั่งแน่นเต็มร้านเลยค่ะ

หน้าร้าน (ด้านข้างมีที่จอดรถค่ะ)

ด้วยอารมณ์หิวหน้ามืดค่ะ ไปกันแค่สองคน แต่สั่งอาหารมา 3 อย่าง เคยชินกับการอยู่เมืองไทย ปรากฏว่า อาหารแต่ละจาน ใหญ่มาก ทั้งสามอย่างที่สั่งมานี่ กินกัน 5 คนได้สบายๆ -*- อาหารที่่สั่งมาได้แก่ Hot and Sour soup จานนี้นึกว่าจะมาชามเล็กๆ ปรากฏว่า มาชามเบ้อเร่อเลยค่ะ แบ่งใส่ถ้วยเล็กได้ 4 ถ้วย รสชาติเข้มข้น จัดจ้านดีมาก ถ้าคุณผู้อ่านได้มีโอกาสไปทาน แนะนำว่าอย่าลืมคนนะคะ นาโอะไม่ได้คน ปรากฏว่า คำแรกเปรี้ยวจี๊ดเลย ชามนี้อร่อย 5 ดาวเลยค่ะ

Hot and Sour Soup

จานที่สอง มาพร้อมข้าว สารภาพว่า ไม่รู้ว่าจานนี้มีชื่อเรียกว่าอะไร เพราะเห็นโต๊ะข้างๆ เค้าสั่งแล้วมันน่ากินมว๊าก เลยบอกพนักงานว่า เอาแบบโต๊ะข้างๆ จานนึง เนื้อหมูเป็นหมูสันในหั่นเป็นเส้นๆ ผัดกับน้ำมันหอยแบบจีน รสชาติกลมกล่อมอร่อยสุดๆ ค่ะ ยิ่งกินกับข้าวยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่ จานสุดท้ายเป็นบล็อคเคอรี่ผัดกับไก่ค่ะ รู้สึกว่าเค้าจะใส่เหล้าลงไปหน่อยๆ จะมีกลิ่นฉุนๆ นิดนึงค่ะ รสชาติจะมีอมเปรี้ยวด้วย แปลกลิ้นดีค่ะ

ราคาอาหารร้านนี้จัดว่าย่อมเยาว์ค่ะ ถ้าเทียบกับร้านอาหารที่สั่งนั่งทานทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับร้านอาหารจีนอื่นๆ ใน LA ร้านนี้ก็อาจจะจัดว่าแพงนิดนึงค่ะ

หมูผัดน้ำมันหอย

บล็อคเคอรี่ผัดไก่

ภาพรวม

ถ้าคุณผู้อ่านเบื่ออาหารฝรั่งเวลาไปเที่ยว LA ขอแนะนำร้าน Yang Chow เลยค่ะ อร่อยคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปแน่นอนค่ะ

Yang Chow เปิดวันจันทร์ - พฤหัส และ อาทิตย์ 11:30 - 22:00 น. ส่วนวันศุกร์เปิด 11:30 - 23:00 น.ค่ะ


View Larger Map

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Friday, 17 May 2013

Ng Ah Sio Pork Ribs Soup Eating House

สวัสดีค่า เอนทรี่นี้ก็ถึงคิวบักกุ๊ดเต๋ร้านดังของสิงคโปร์ Ng Ah Sio Pork Ribs Soup Eating House ที่พิมมิยะมีโอกาสได้ไปชิมไม่นานมานี้ ร้านนี้เค้ามีหลายสาขาด้วยกัน รวมทั้งที่ Marina Bay Sands ด้วย แต่แว่วมาว่าสาขาอื่นอร่อยสู้สาขาแม่ไม่ได้ งานนี้พิมมิยะเลยต้องเดินทางเกือบค่อนเกาะจากแถวๆสนามบินเพื่อมาทานบักกุ๊ดเต๋ถึงสาขาแม่ที่ถนน Rangoon 

วันนั้นนั่ง MRT ไปลงที่สถานี Farrer Park เลือกออก exit A ค่ะ พอออกมาจากสถานีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Rangoon จากนั้นเดินตรงไป ข้ามถนน Tessensohn ตามด้วย Sing Avenue พอข้ามไปหน่อยนึงจะเห็นร้านคู่แข่งอย่าง Founders Bak Kut Teh อยู่ทางขวามือ (สงสัยจริ๊งว่าจะมาเปิดแข่งกันทำไม) เดินเลยไปอีกไม่ไกลมากก็ถึงร้านแล้วค่ะ 


ดูในแผนที่ข้างล่างกันเลยนะคะ จากทางออก A ของสถานี (หมุด A ในรูป) เดินไปจนถึงร้าน (หมุด B) ระยะทางน่าจะซักครึ่งกิโลได้ค่ะ แต่ที่เซ็งก็คือวันที่พิมมิยะไปนี่ร้อนสุดยอด เล่นเอาเหงื่อท่วมร่างเลยทีเดียว


หรือถ้าจะออก exit B (แผนที่ด้านล่าง) ก็จะมาโผล่ที่ Tessensohn Road และต้องเลี้ยวซ้ายเดินย้อนมาที่สี่แยกที่ตัดกับถนน Rangoon อีกทีนึง



ถึงร้านแล้วค่า~



บรรยากาศในร้านช่วงบ่ายวันธรรมดา คนไม่แน่นมาก พิมมิยะเลยโชคดีได้ยึดครองโต๊ะใหญ่ๆแต่เพียงผู้เดียว ไม่ต้องมานั่งแทะซี่โครงหมูโชว์คนอื่น ฮ่า~



เมนูมีรูปประกอบพร้อมราคา สั่งไม่ยากเลยค่ะ เวลาสั่งเค้าจะมีใบสั่งมาให้เราติ๊กๆๆๆลงไป



อันนี้เป็นเมนูเครื่องดื่ม พิมมิยะเลือกน้ำหล่อฮั้งก้วยมาดื่มแก้ช้ำใจ เอ๊ย ช้ำในหน่อยค่ะ สะบักสะบอมเต็มทน



ประเดี๋ยวเดียวน้ำหล่อฮั้งก้วยก็มาค่ะ (home-made Luo Han herbal tea; SGD $2.00) หอม หวาน เย็นชื่นใจ คลายร้อนไปได้หน่อย



ตามติดมาด้วย Signature spare ribs soup (SGD $8.0 - ชามนึงได้ซี่โครงมา 2 ท่อน) กับ Blanched pig liver (SGD $5.50) สำหรับผู้หิวโหยอย่างพิมมิยะ เพราะบ่ายแก่ๆแล้ว เพิ่งจะได้ทานมื้อเที่ยงกะเค้า มาพร้อมข้าวถ้วยเล็ก (SGD $0.50) งานนี้เน้นกับ ไม่เน้นข้าวเหมือนเคยค่ะ อิอิ



spare rib นี่ท่อนยาวดีแท้ค่ะ ประมาณเกือบๆคืบนึงน่าจะได้ ยาวซะจนต้องใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาแทะด้วยความทุลักทุเล บางทีก็ทิ่มเหงือกซะเจ็บ สุดท้ายเลยใช้มือแทนซะเลย ฮ่า~ อย่าได้แคร์ผู้ใด (แต่ถ้าไปกะหนุ่มๆนี่คงเสียกิริยามิใช่น้อย) ตัวซี่โครงเค้าเคี่ยวมาเปื่อยกำลังดี อร่อยค่ะ ที่จริงร้านนี้เค้ามีชื่อเสียงตรงที่น้ำซุปเป็นสไตล์เผ็ดพริกไทย ประกอบกับกระเทียมหัวเป้งๆเต็มชาม งานนี้ใครชอบกระเทียม/พริกไทยก็คงจะปลื้มกันสุดๆล่ะค่ะ ที่สำคัญคือสามารถขอเค้าเติมน้ำซุปเพิ่มได้ฟรีๆ แต่พิมมิยะไม่ทันจะร้องขอ คุณลุงพนักงานก็เดินมาเติมให้ก่อนเลยค่ะ น่ารักจัง :D

มาดูตับกันมั่ง ตับของร้านนี้นุ่มมากๆเลยค่ะ หรอยจังฮู้~ มีผักกาดแก้วรองอยู่ข้างล่างด้วย เสียแต่น้ำแกงของชามนี้จืดเกิ๊น กลับไปซดน้ำแกงของชามซี่โครงหมูต่อดีกว่า



มื้อนั้นก็เป็นอีกหนึ่งมื้อที่อิ่มอกอิ่มใจ (และอิ่มท้อง) เพราะได้ทานของอร่อย แอบเสียดายนิดนึงตรงที่ไม่มีโอกาสลองบักกุ๊ดเต๋ของร้านคู่แข่งอย่าง Founders Bak Kut Teh แต่เค้าว่าน้ำซุปของ Founders รสออกหวานหน่อย พิมมิยะเลยประเมินว่าตัวเองน่าจะชอบรสชาติเผ็ดพริกไทยแบบ Ng Ah Sio มากกว่า ก็เลยเลือกร้านนี้ ใครมีโอกาสได้ลองทั้ง 2 ร้านแล้วก็ช่วยเล่าให้ฟังบ้างนะคะ เผื่อมีโอกาส พิมมิยะจะได้ตามไปชิมมั่ง :D

Ng Ah Sio Pork Ribs Soup Eating House 
208 Rangoon Road Singapore
Tue - Sun: 7 am - 10 pm
Closed on Monday

ピム宮 ~ pimmiya

Monday, 25 February 2013

Tim Ho Wan 添好運點心專門店

สวัสดีค่ะ ครั้งนี้พิมมิยะกลับมารับหน้าที่พาคุณผู้อ่านไปทานติ่มซำติดดาวมิชลินที่ฮ่องกงกันนะคะ ได้ข่าวแว่วมาว่าทางร้านจะเปิดสาขานอกฮ่องกงเป็นสาขาแรกที่ Plaza Singapura กลางเดือนหน้า ก็เลยนึกอยากจะย้อนอดีตไปเมื่อกลางปีที่แล้วที่ได้ไปทานที่ร้านนี้พร้อมกับนาโอะและเอสซัง (สรุปว่าดองเอาไว้ค่อนปีเองนะพิมมิยะ แหะๆ)

ร้านนี้เค้าก็มีสาขาอยู่ที่ฮ่องกงหลายสาขาด้วยกัน (ถ้าไม่ผิด ตอนนี้น่าจะมี 5 สาขาค่ะ) และก็ตามฟอร์มพวกเราที่จะต้องไปอุดหนุนกันที่สาขาแม่ ณ Mong Kok



หน้าร้านมีป้ายประกาศเกียรติคุณมากมาย ดูแล้วแอบตาลาย



พอไปถึงพวกเราก็ส่งเอสซังไปส่งภาษากับพนักงานที่หน้าร้านว่ามากันกี่คน (ขอขอบคุณเอสซังที่สปีคแมนดารินได้อย่างคล่องแคล่ว เรา 2 นางก็ยืนเมาท์กันสบายไป) พนักงานจะลงชื่อจองไว้ให้พร้อมกับบอกว่าอีกกี่ชม.ให้กลับมาใหม่ ของพวกเราได้รับคำสั่งให้ไปเดินเล่น อีก 2 ชม.ค่อยกลับมาที่ร้านค่ะ

พร้อมกันนั้นคุณตำรวจ เอ้ยยยย.. คุณพนักงานก็แจกใบสั่งให้พวกเรามาพิจารณากันว่าจะสั่งอะไรดี

ระหว่างนั้นพวกเราก็ไปเดินเล่นฆ่าเวลาระหว่างรอ แถมนาโอะยังพาไปซื้อหมูแดงกลับบ้านที่ TAI HING Roast Restaurant อีกด้วย รู้สึกเหมือนทัวร์กินยังไงไม่รู้ค่ะ ฮ่า~



พอใกล้จะถึงเวลานัดหมาย พวกเราก็กลับมารอที่หน้าร้านพร้อมกับเหงื่อที่โทรมกาย (ตอนนั้นเป็นเดือนก.ค. ช่วงที่ฮ่องกงร้อนสุดๆพอดี คราวหน้าถ้าจะให้ไปร้านนี้ใหม่ ขอแก้ตัวเป็นหน้าหนาวแทนละกันนะคะ เหอๆ) และแล้วที่เวลา 2 ชม.เป๊ะๆ พนักงานก็เรียกพวกเราเข้าร้าน ตรงเวลาสุดยอดจริงๆ พวกเราก็เอาใบสั่งยื่นให้เจ้าพนักงานเพื่อชำระค่าปรับ เอ๊ย.. เพื่อดำเนินการต่อไป

ติ่มซำของร้านนี้จะนึ่ง อบ ทอด ก็ต่อเมื่อลูกค้าสั่งเท่านั้น ไม่มีการทำเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อรักษาความสดใหม่ของอาหาร แบบนี้สิถึงจะสมศักดิ์ศรีร้านระดับมิชลินสตาร์

หลังจากเราทั้ง 3 คนนั่งหน้ามันรอกันอยู่ที่โต๊ะ ไม่นานอาหารก็ทยอยเสิร์ฟออกมาค่ะ จานแรกเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้หมูแดง Vermicelli roll stuffed with BBQ pork (HK $18) พิมมิยะไม่ค่อยประทับใจ เพราะตัวแป้งหนาไปหน่อย แต่ความนุ่มของแป้ง รสชาติของหมูแดงและน้ำซอสใช้ได้ค่ะ



ฮะเก๋า Steamed fresh shrimp dumplings (HK $24) ตามมาติดๆ แป้งบางดีค่ะ แต่พิมมิยะชอบแบบเนื้อกุ้งเน้นๆเด้งๆ ลูกใหญ่ๆแบบของร้าน Dimdim Sum Dim Sum Specialty Store มากกว่านะคะ ของร้าน Tim Ho Wan นี่เหมือนจะผสมมันหมูและแป้งเยอะกว่านิดนึง



ต่อด้วย Baked bun with BBQ pork (HK $17) ซาลาเปาอบไส้หมูแดง จานนี้พิมมิยะโหวตให้ชนะเลิศเลยค่ะ อร่อยมว้ากกกก



ข้างในไส้ทะลัก ตัวแป้งบางกำลังดี อบด้านนอกกรอบๆ แบบว่ากรี๊ดมากค่ะเมนูนี้ พิมมิยะสั่งใส่กล่องเอากลับมาทานที่เมืองไทยด้วย คนที่บ้านก็ชอบกันค่ะ



Steamed dumplings in Chiu Chow style (HK $11) ไส้เป็นหมูและผัก เข่งนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษมาก



ขนมจีบหมูกุ้ง Steamed pork dumplings with shrimp (HK $24) เข่งนี้อร่อยค่ะ เนื้อหมูไม่แห้งจนเกินไป รสชาติก็กำลังดี ไม่ต้องจิ้มอะไรก็ยังอร่อยเลย



เนื่องจากว่าล็อตแรกยังไม่สะใจ พวกเราเลยสั่งมาเพิ่มอีก 2 อย่าง อย่างแรกเป็น Steamed beef ball with bean curd skin (HK $16) สำหรับเอสซัง เพราะนาโอะและพิมมิยะไม่ทานเนื้อ เอสซังคอมเมนท์ว่าเข่งนี้อร่อยมากๆๆๆ อร่อยกว่าทุกอย่างที่สั่งมาเลย โฮ~ อดชิม



และจานสุดท้าย ของพิมมิยะสั่งมาเอง เป็นก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ตับ (ยังไม่เข็ดจากจานแรก) Vermicelli roll stuffed with pig liver (HK $18) จานนี้อาการสาหัสกว่าจานแรกซะอีกค่ะ เพราะให้ตับมาเป็นชิ้นจิ๋วๆ น้อยมากค่ะ มีแต่แป้ง ผิดหวังเป็นที่สุด T^T



จากความเห็นส่วนตัว ติ่มซำของร้าน Tim Ho Wan ก็อยู่ในระดับที่ดี แต่อาหารบางอย่างก็ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ ถ้าถามว่าคุ้มกับเวลาที่รอ 2 ชม.มั้ย ขอตอบตรงๆว่าไม่คุ้มเท่าไหร่ค่ะ ของดี (และดัง) แถมยังราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านระดับติดดาวมิชลินร้านอื่นๆ ก็ต้องอาศัยความพยายามในการคอยกันหน่อยนะคะ แต่อย่างน้อยๆก็จะได้เก็บไปโม้ว่า ชาตินี้ฉันมีวาสนาได้ทานร้านระดับดาวมิชลินกะเค้ามาแล้วนะจ๊ะ หุ หุ.. :D

Tim Ho Wan Mong Kok
Shop 8, Taui Yuan Mansion Phase 2, 2-20 Kwong Wa Street, Mong Kok

edited on Apr 11, 2013 
ได้ข่าวว่าร้าน Tim Ho Wan สาขา Mong Kok ปิดไปแล้ว สำหรับสาขาอื่นๆลองเสิร์ชดูนะคะ 



ピム宮 ~ pimmiya

Friday, 25 January 2013

Hayashiya Chaen (林屋茶園) x Kiyoken (崎陽軒)

วันนี้พีขอนำเสนอทั้งคาวทั้งหวานในเอนทรี่เดียวกัน ทุกท่านจะได้ครบทุกรสชาติในโยโกฮาม่า (จริงๆคือมันสั้นมาก จะแตกเป็นสองเอนทรี่ก็กะไรอยู่)

เริ่มต้นด้วยของหวานก่อน จริงๆร้านนี้ไม่ใช่ของดังของโยโกฮาม่าแต่อันใด แต่ดันมีสาขาที่โซโก้โยโกฮาม่า แล้วได้อันดับของหวานที่ค่อยข้างสูงในเวบtabelog.com เจ้าเก่าเจ้าเดิม พีเลยลองหาข้อมูลดู มันคือร้าน Hayashiya Chaen (林屋茶園) ซึ่งเป็นร้านสาขาของร้านKyo Hayashiya (京はやしや) ร้านชาเขียวร้านดังที่เกียวโต ร้านนี้มีขนมทำจากชาเขียวแทบทุกอย่างค่ะ ตั้งแต่ขนมแบบญี่ปุ่นอย่างวาราบิโมจิชาเขียว ไปจนถึงซอฟท์ครีมชาเขียว

พีทำการบ้านมาก่อน เห็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านนี้คือ โฮจิฉะ พาร์เฟ่ท์ ซึ่งโฮจิฉะ (ほうじ茶) ก็คือชาเขียวที่ได้เอาไปคั่วให้ใบชาเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นสีออกน้ำตาลแดง ด้วยความที่ใบชาผ่านความร้อน ทำให้คาเฟอีนก็น้อยตามลงไป คนญี่ปุ่นเลยนิยมเสิร์ฟโฮจิฉะหลังอาหารมื้อเย็น ได้อ่านที่มาของโฮจิฉะแล้วก็ทำให้พีตกลงปลงใจสั่งโฮจิฉะพาร์เฟ่ท์ พร้อมกับเซทเครื่องดื่มซึ่งเราเลือกได้ว่าจะเอาเป็นอะไรไม่ว่าจะเป็นชาเขียวร้อนเย็น ฯลฯ พีขอเลือกเป็นชาyuzu เย็น (ตอนสั่งไปลืมไปเลยว่าข้างนอกอากาศหนาว)


นั่งสักครู่น้องพนักงานสาวก็นำมาเสิร์ฟ ในหนึ่งเซทจะมีตัวขนม เครื่องดื่ม และเครื่องเคียง มันคือใบชาค่ะ แต่พีไม่แน่ใจว่าเค้าเอาไปทำอะไร มันจะออกรสเค็มปะแล่มนิดหน่อย คิดว่าทานแกล้มกับพวกมัตฉะร้อนๆอาจจะเข้ากันมากกว่าดื่มกับชาyuzuที่มีรสเปรี้ยว

ส่วนตัวพาร์เฟ่ท์ ตอนแรกพีก็นึกว่าจะเป็นไอศครีมโฮจิฉะทั้งหมด เปล่าเลย มีแค่ลูกเดียวอยู่ข้างบน ที่เหลือข้างล่างเป็นซอฟท์ครีมวานิลา มีโมเมนท์คุณหลอกดาวนิดหน่อย แต่ตอนหลังก็เข้าใจเค้า เพราะสีน้ำตาลที่เห็นที่เหลือคือตัวเยลลี่จากโฮจิฉะ นอกจากนั้นก็มีครีมสด โมจิ กล้วย และพีช ได้ชิมไอศครีมโฮจิฉะเป็นอันดับแรก ขอบอกว่า ปลื้มมาก หอม อร่อย ได้กลิ่นชาจริงๆ แต่คาเฟอีนไม่น้อยเลยนะคะ รู้สึกได้เลยว่าตื่นตัวทันใด อร่อยมาก มาถึงตัวเยลลี่ทานแล้วก็รู้สึกว่าเข้ากันซอฟท์ครีม อร่อยอีกแล้ว ประทับใจ ร้านนี้ครีมสดเค้าโอเคเลยค่ะ ถ้าใครเป็นคนไม่ชอบวิปครีมแบบพี มาญี่ปุ่นแล้วจะรู้สึกว่าประสบการณ์ครีมสดหรือวิปครีมที่นี่ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะเค้าใช้วัตถุดิบสด ไม่ใช่บีบจากกระป๋องซึ่งรสชาติมันสังเคราะห์มากสำหรับพี วกมาที่ชาyuzu พีว่าจริงๆมันก็คือน้ำyuzu ผสมเปลือกและเนื้อมากกว่าจะเป็นชา แต่สดชื่นมากค่ะ

หากมีโอกาส เจอร้านนี้ที่ไหน (เพราะสาขาเค้าเยอะ รวมทั้งที่ชั้น 4 สนามบินนานาชาติฮาเนดะ) ขอให้ได้ลอง พี่เคยลองซอฟท์ครีมชาเขียวเค้าที่ฮาเนดะ ก็อร่อยได้มาตรฐาน ยกนิ้วให้เลย

ลำดับต่อไป ขอเป็นของคาวของฝากที่ขึ้นชื่อของเมืองโยโกฮาม่า เมืองที่มีChinatown ที่ใหญ่สุดในญี่ปุ่น ก็คงหนีไม่พ้นอาหารจีน ซึ่งก็คือ ขนมจีบ หรือ ชูไม シウマイ ร้านที่เป็นร้านดังมีสาขาอยู่ทุกหัวระแหงในจังหวัดคานากาว่าคือร้าน Kiyoken (崎陽軒) จริงๆพีก็ไม่ได้รู้จักหรือใส่ใจร้านนี้หรอกค่ะ เพียงแต่ว่าเผอิญศิลปินที่พีชอบ เธออ่านคันจิชื่อร้านนี้ผิด ออกอากาศค่ะ จาก Kiyoken กลายเป็นSakiyoken (ป.ล. เห็นไหมว่าคันจินี่มันยากจริงๆ ขนาดคนญี่ปุ่นที่เป็นนักแต่งเพลงยังมีโมเมนท์ที่อ่านคันจิผิดเลย) เรียกว่าแฟนเพลงของวงflumpoolทุกคนต้องรู้จักร้านนี้ แล้วศิลปินก็โดนล้อข้ามปีเลยยิ่งพอมาถึงถิ่นร้านKiyoken


ของขึ้นชื่อของKiyoken ก็แน่นอนต้องเป็นขนมจีบตามชื่อของร้านShumai no Kiyoken (シウマイの崎陽軒) พี่ก็ได้ซื้อติดไม้ติดมือหิ้วกลับมากินที่เมืองไทยด้วย


ซื้อแบบ 15 ลูก 600เยนกลับมาค่ะ ลูกเล็กๆ ไซส์ประมาณขนมจีบเซเว่นบ้านเรา แต่รสชาติจะมันกว่าขนมจีบบ้านเรา ถ้าใครเคยทานขนมจีบของร้าน551 Horai ที่โอซาก้า จะออกลักษณะเดียวกันค่ะ ถึงเหมาะกับการจิ้มกับมัสตาร์ดที่เค้าแถมมาเพื่อตัดเลี่ยนค่ะ

ใครสนใจซื้อขนมจีบหรือเบนโตะอาหารจีนร้านนี้ ซุ้มของร้านKiyokenนี่หาง่ายมาก มีอยู่ทุกสถานี JR หรือ Minatomirai line ในจังหวัดคานากาว่า หรือแถบโยโกฮาม่าเลยค่ะ แล้วถ้าสนใจ โรงงานKiyoken เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วยนะคะ ลองหารายละเอียดได้


ตบท้ายด้วยความน่ารักของคนญี่ปุ่น ที่เห็นคือที่ใส่ซอสจิ้มขนมจีบที่แถมมากับชุดขนมจีบที่ซื้อ มันเป็นเซรามิคค่ะคุณขา มันน่ารักมาก โดนใจพีเหลือเกิน เรื่องเล็กๆน้อยของคนประเทศนี้

Hayashiya Chaen (林屋茶園) 
Sogo 10F
Yokohama
website: http://www.kyo-hayashiya.com/

Kiyoken (崎陽軒)
website: http://www.kiyoken.com/



View Larger Map