Pages

Showing posts with label Location: France. Show all posts
Showing posts with label Location: France. Show all posts

Saturday, 20 December 2014

Jeff de Bruges

สวัสดีค่ะ

นาโอะพาไปกินของหวานอีกแล้ว คราวนี้เป็นไอศกรีมแบบซอฟท์ครีมกันบ้าง ร้านนี้ชื่อว่า Jeff de Bruges เป็นร้านขายช็อคโกแลตของฝรั่งเศสค่ะ มีสาขาอยู่ทั่วประเทศฝรั่งเศสเลย นาโอะไม่มีโอกาสได้ชิมช็อคโกแลตของเค้า แต่จัดซอฟท์ครีมของเค้าไปสองรอบ!!!

ความพิเศษของซอฟท์ครีมร้านนี้คือ เค้ามีหลายรสชาติให้เลือกจ้า แถมยังสามารถเลือก Topping ได้อีกด้วย แต่เนื่องด้วยนาโอะเป็นพวก conservative ไม่นิยมกินอะไรแปลกประหลาด (ฮ่า) เลยจัดรสวนิลา + ช็อคโกแลตมาลองทาน 1 โคน เลือกไซส์ M ค่ะ

เมนูและเครื่องทำซอฟท์ครีม

ขอบอกว่า ซอฟท์ครีมเนื้อดีมากค่ะ นานๆ ทีจะหาร้านที่ขายซอฟท์ครีมเนื้อดีขนาดนี้ได้ ล่าสุดที่ได้ทานและคิดว่าคุณภาพใกล้เคียงกันคือร้าน Suzuki Enchaten ที่ Nagano ประเทศญี่ปุ่น 

ซอฟท์ครีมวนิลา + ช็อคโกแลต

เนื้อซอฟท์ครีมแข็งตัวกำลังดี เนื้อละเอียดมาก รสชาติไม่หวานเกินไป ช็อคโกแลตเข้มข้นมากกกก สรุป ฟินค่ะ ไปกินสองวันติดกันเลย ฮ่าๆ

บรรยากาศหน้าร้าน

หน้าร้าน

เมนู (ปี 2013)

ร้านนี้มีหลายสาขามากค่ะ คุณผู้อ่านสามารถหาสาขาในประเทศฝรั่งเศสได้จากในเวบไซต์ของทางร้าน แต่ร้านที่นาโอะไปทานอยู่  Champs Elysées ค่ะ

102 avenue des Champs Elysées
75008 PARIS, France




แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Monday, 6 August 2012

Mirama

และแล้วก็มาถึงร้านสุดท้ายในปารีสที่พิมมิยะจะแนะนำในซีรีย์นี้ค่ะ ร้าน Mirama เป็นภัตตาคารจีนที่มีชื่อเสียงที่นี่พอสมควร ถึงขนาดที่บางคนยกให้เป็นคู่แข่งของ Four Seasons จากลอนดอนเลยทีเดียว (โ้อ้ว..ขนาดน้าน)

หลายคนคงงง ทำไมต้องถ่อไปทานอาหารจีนถึงปารีสด้วยล่ะเธอ (นั่นสิเนอะ) เอาเป็นว่าขอเสนอไว้เป็นทางเลือก เผื่อว่าคุณผู้อ่านจะเกิดอาการเบื่อ เลี่ยน เอียนอาหารฝรั่งตอนอยู่ที่โน่น เหมือนที่พิมมิยะกับเพื่อนๆเป็นมาแล้วก็ละกันนะคะ

ตามสไตล์ร้านอาหารกวางตุ้ง ที่ต้องมีน้องหมู น้องเป็ด ออกมาอวดโฉมเรียกแขกหน้าร้าน

เอนทรี่นี้ขอไม่อารัมภบทเยอะละกัน (จริงอะ ?!) มาดูอาหารกันเลยดีกว่าค่ะ Roast duck (12.60 €) จานนี้แหละค่ะที่ทำให้บางคนถึงขั้นพูดว่า "ถ้าลอนดอนมีโฟร์ซีซั่นส์ ปารีสก็ต้องมีมิราม่า" ประมาณนั้นเลย (แต่พิมมิยะก็ยังว่าสู้โฟร์ซีซั่นส์ไม่ได้) เป็ดเปื่อย น้ำที่ราดมาก็รสชาติดี แต่นาย J เค้าติตรงที่เนื้อเป็ดเปื่อยเกิน เปื่อยจนเกือบจะยุ่ยเลย แต่โดยรวมก็อยู่ในระดับที่ใช้ได้นะคะ

หมูกรอบ Roast crispy pork (12.60 €) เพื่อนๆชอบกันมาก หมูกรอบสะใจ พิมมิยะตินิดส์เดียวตรงที่ทางร้านเค้าใช้วิธีทอดค่ะ ไม่ได้เป็นหมูที่กรอบจากการย่าง/อบแต่ประการใด

หนุ่มเอ๋รีเควสท์ถ้วยนี้ Prawn dumplings in soup (9.10 €) เกี๊ยวกุ้ง น้ำซุปจืดไปนิดนึง

ข้างในเป็นกุ้งผสมด้วยหน่อไม้

ข้าวผัดหยางโจว Young Chow fried rice (9.80 €) พิมมิยะยกให้จานนี้อร่อยที่สุดในมื้อนี้ อร่อยม้ากกกกค่ะ เค้าผัดมาได้ไม่แฉะหรือมันเลย เม็ดข้าวแตกได้ที่ (ข้าวของร้านนี้อร่อยจริงๆค่ะ ขนาดสาวตันตันชมว่าข้าวสวยเปล่าๆก็ยังอร่อยเลย ฮ่า~) รสชาติก็ดีมาก โดยเฉพาะหมูแดง ตอนที่สั่งจานนี้ พนักงานถามว่าจานเดียวพอเหรอ เพราะเป็น portion สำหรับทานแค่คนเดียว ปรากฏว่าตอนมาถึงนี่จานใหญ่มาก o_O แบ่งกันได้ 5 คน

นาย J ชอบจานนี้ค่ะ หมี่กรอบราดหน้าหมูเส้น Fried noodle with sliced pork (9.80 €) แต่พิมมิยะว่าธรรมดาอะค่ะ

Chicken with lemon sauce (12.80 €) ไก่ทอดราดซอสมะนาว จานนี้พิมมิยะชอบตรงที่เค้าทอดไก่ได้อร่อยดี โดยเฉพาะแป้ง บางๆเบาๆ คล้ายๆแป้งทอดไก่คะระอะเกะอย่างงั้นเลย

จานสุดท้ายเป็นของโปรดของคุณถุง (หารับประทานยากมั่กๆ ^^") Broccoli in oyster sauce (8.80 €) บร็อคโคลี่ลวกราดด้วยซอสหอยนางรม รสชาติมาตรฐานทั่วโลก อิอิ


สรุปแล้วพิมมิยะถือว่าร้านนี้โอเคเลยนะคะ อร่อยกว่าร้านอาหารจีนหลายๆร้านในไทยซะอีก ส่วนพิกัดก็อยู่ไม่ไกลจาก Notre Dame de Paris เดินชมนกชมไม้แป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ ถ้าใครไปปารีสแล้วเบื่อๆอาหารฝรั่งก็ไปลองชิมดูละกันเนอะ :D





Mirama
17 Rue Saint-Jacques 75005 Paris

ピム宮 ~ pimmiya

Thursday, 26 July 2012

pâtisserie Sadaharu AOKI


สวัสดีค่ะ เอนทรี่ก่อนหน้าได้ชิมหมูแดงอร่อยขั้นเทพจากนาโอะกันไปแล้ว ครั้งนี้พิมมิยะจะพาทัวร์ร้านในปารีสกันต่อนะคะ ร้าน pâtisserie Sadaharu AOKI เป็นร้านลูกครึ่งญี่ปุ่น-ฝรั่งเศส ที่ว่าเป็นลูกครึ่งก็เพราะว่า Sadaharu Aoki ซัง เจ้าของร้านนี้เป็นชาวแดนอาทิตย์อุทัยที่หลงใหลในการทำขนมสไตล์ฝรั่งเศส จนดั้นด้นไปฝึกงานที่ร้านขนมชื่อดังในสวิสและฝรั่งเศส ก่อนจะได้ทำตามฝันคือเปิดร้านแรกของตัวเองขึ้นในปารีสเมื่อปี 2001 ว้าวๆๆ สุดยอดไปเลยเนอะ


ขนมของร้านนี้มีจุดเด่นตรงที่เป็นการผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโอเปร่าเค้กที่ทำจากชาเขียว เอแคลร์ไส้งา/ชาเขียว ไปจนถึงมากาฮองรสวาซาบิกันเลยทีเดียว โอ้วววว อย่างงี้จะให้คนที่ชอบอะไรแบบญี่ปุ๊น..ญี่ปุ่น..อย่างพิมมิยะพลาดได้ยังไงล่ะคะเนี่ย

เท่าที่ทราบ สาขาของร้านนี้ในปารีสไม่มีที่นั่งรับประทานในร้านนะคะ เราเลยต้องซื้อใส่กล่องมากินนอกร้าน รอบแรกพิมมิยะซื้อ Matcha mille-feuille กับ Éclair sesame มาจาก Galeries Lafayette (ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชิ้นละ 4.80 ) มาเป็นอาหารเช้าของวันรุ่งขึ้นทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามิลเฟยต้องหายกรอบแหงๆ และแล้วก็ไม่กรอบตามที่คาดไว้จริงๆ แต่รสชาติดีมาก ชาเขียวหอมสะใจ คาดว่าถ้ากินใหม่ๆตอนแป้งกรอบๆนี่ต้องสุดยอดมากแน่ๆ

ส่วนเอแคลร์ก็มีกลิ่นงาหอมดี แต่พิมมิยะว่าชิ้นนี้ไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่นะคะ ยังสู้มิลเฟยไม่ได้


รอบสองนี่ไปซื้อพร้อมกับเพื่อนๆ สั่งขนมมาแบ่งกัน 3 อย่าง ตบท้ายด้วยมากาฮองอีก 4 ชิ้น
ด้านในกล่อง.. นอนเรียงกันอย่างสวยงาม


ชิ้นแรกนี่เป็นไฮไลท์ของร้านนี้เลยค่ะ มีชื่อว่า Bamboo (5.80 ) อะโอกิซังเอาโอเปร่าเค้กมาทำเป็นสไตล์พี่ยุ่นโดยจับสปันจ์เค้กชาเขียวมาแมทช์เข้ากับคู่ขวัญตลอดกาลอย่างถั่วแดง กลายเป็นผลงานที่ขายดีที่สุดชิ้นหนึ่งของร้านเลยทีเดียว ทุกคนลงมติเป็นเสียงเดียวกันค่ะว่าชิ้นนี้อร่อยมาก ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ชาเขียวนี่อย่าได้พลาดเชียว กลิ่นจัดจ้านถูกใจพิมมิยะมาก มัทฉะญี่ปุ่นของแท้ต้องเข้มข้นแบบนี้ค่ะ :D


ชิ้นที่ 2 นี่ก็ดังไม่แพ้ชิ้นแรกเลย อันนี้ก็แนวโอเปร่าเค้กเหมือนกัน แต่ใช้ส่วนผสมจากงาทั้งดำและขาวมาเข้าคู่กับชาเขียว แล้วตั้งชื่อเรียบๆง่ายๆว่า Zen (5.50 ) พิมมิยะคิดว่าชิ้นนี้กลิ่นและรสไม่ค่อยกลมกล่อมซักเท่าไหร่นะคะ สรุปว่าทุกคนในก๊วนไม่ปลื้มเท่าไหร่


อีกชิ้นนึงตันตันเป็นคนเลือกค่ะ ชื่อ Duomo chocolat (5.30 ) เป็นชอคโกแลตมูสสอดไส้ด้วยลูก fig กับ apricot ชิ้นนี้ก็อร่อยนะคะ ชอคโกแลตมูสเข้มข้นดี


มาถึงมากาฮองที่ซื้อมาทดลองแค่ 4 ชิ้น ที่จริงทางร้านมีรสให้เลือกกันอย่างจุใจ แต่พวกเราอยากลองของแปลกก็เลยเลือกมาเฉพาะรสที่คนอื่นเค้าไม่ทำขายกัน

-Wasabi รู้สึกผิดคาดเพราะไม่ค่อยได้กลิ่นวาซาบิเลย นึกว่ากลิ่นและรสจะหนักกว่านี้ สรุปว่าชิ้นนี้ไม่ผ่านค่ะ

-Matcha ชิ้นนี้หอมชาเขียวมากๆๆๆ อร่อยที่สุดในบรรดา 4 ชิ้นเลย

-Houjicha หอมชาโฮจิฉะ ชาชนิดนี้เป็นใบชาเขียวที่เค้าเอามาคั่ว ทำให้กลิ่นออกไหม้นิดๆ แปลกจากชาเขียวทั่วไป (ถ้าใครนึกไม่ออกว่าเป็นยังไง ขอเชิญทดลองได้ที่ Starbucks นะคะ เห็นมีเมนูพิเศษช่วงนี้อยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีถึงเมื่อไหร่) สรุปว่ารสนี้ก็อร่อยดีค่ะ

-และสุดท้าย ส้ม Yuzu กลิ่นหอมใช้ได้ แต่พวกเพื่อนๆไม่ค่อยชอบกัน


ถึงตอนนี้ pâtisserie Sadaharu AOKI ก็มีสาขาทั้งที่ปารีส โตเกียว และไทเปเอาไว้ให้พวกเราเลือกไปชิมกันตามอัธยาศัยแล้วนะคะ (พิมมิยะก็แอบเล็งสาขาที่โตเกียวเอาไว้ มีหลายสาขาเลยที่มีที่ให้นั่งทานในร้าน แต่ไม่รู้จะมีโอกาสจะได้ไปรึเปล่า) และหลังจากที่เอาขนมมายั่วกันพอหอมปากหอมคอ พิมมิยะก็ต้องขอลาไปแต่เพียงเท่านี้ก่อน พบกันใหม่ครั้งหน้าค่า~ :D

ピム宮 ~ pimmiya

Wednesday, 11 July 2012

Léon de Bruxelles


สวัสดีค่ะ เอนทรี่นี้พิมมิยะขอชวนชิมหอยแมลงภู่จากร้านยอดฮิตในปารีสอย่าง Léon de Bruxelles ที่คนไทยมักจะกล่าวขวัญถึงอยู่บ่อยๆ แม้ร้านนี้จะมีสาขาอยู่มากมายทั่วปารีส แต่ที่จริงแล้วต้นตำรับของเค้ามาจากร้าน Chez Léon ร้านขายหอยแมลงภู่ชื่อดังของกรุง Brussels ประเทศเบลเยียม (หรือ Bruxelles ในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งเคยได้ยินมาว่าเจ้าของร้านที่ปารีสซื้อแฟรนไชส์มาจากร้าน Chez Léon แล้วมาดำเนินกิจการเอง หาได้เป็นเจ้าของเดียวกับร้านที่บรัสเซลส์ไม่ เมนูก็แตกต่างกันอีกด้วย

มีไทม์ไลน์ของร้านอยู่บนปกหลังของเมนู ไล่ตั้งแต่ร้านแม่ Chez Léon เรื่อยมาจนถึงสาขาล่าสุดของ Léon de Bruxelles ในอังกฤษ



หลังจากตาลายเลือกไม่ถูกกันอยู่นาน (ที่จริงบอกว่าอ่านไม่ออก น่าจะถูกต้องกว่า ฮ่า~) สุดท้ายเราก็ให้พนักงานรุ่นคุณป้าซึ่งหน้าตาไม่รับแขกอย่างแรงเป็นคนแนะนำเมนูหอยแมลงภู่ให้ แก๊งเราเลือกมาแค่ 3 อย่าง สำหรับ 5 คน เพราะ portion ของอาหารที่นี่ใหญ่มากจริงๆค่ะ แอบเหลือบมองโต๊ะรอบๆ เห็นคนท้องถิ่นที่นี่เหมากันคนละ 1 หม้อใหญ่ๆเลย *0* ไม่รู้ทานกันขนาดนั้นได้ยังไง
ก่อนพิมมิยะจะมาปารีสก็เคยอ่านเจอว่าที่นี่ไม่นิยมสั่งอาหารมาแชร์กัน แต่ปรากฎว่าทุกร้านก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ หากเรามา 5 คน แล้วจะสั่งอาหารแค่ 3 อย่างมาแบ่งกัน พวกเราก็ไม่ต้องทนฝืนทานจนจุก แถมยังเหลือพื้นที่ในท้องไว้เผื่อไปชิมขนมอร่อยๆอีกด้วยนะเออ

สลัด (5.60 €) รสชาติธรรมด๊าธรรมดา ทางร้านใช้มายองเนสมาทำเป็นน้ำสลัดชัดๆเลย จานนี้ไม่โดนค่ะ

หลังจากเซ็งกับสลัดไปแล้ว มาดูเมนูหอยกันดีกว่า หม้อแรกเป็น La Plancha aux Fruits de la Mer (19.10 €) รวมมิตรอาหารทะเลทั้งหอยแมลงภู่ ปลาหมึก และกุ้ง ซึ่งทางร้านก็คัดเอาแต่ของสดใหม่มาอบกับมะเขือเทศและพาร์สลีย์ ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวและเค็มนิดๆ คล้ายซอสสปาเกตตี้ แซ่บอีหลีค่า~


Les moules á l’Escargot (14 €) กราแตงหอยแมลงภู่ หอยสดๆบวกกับชีสเยิ้มๆ อร่อยค่ะ อารมณ์หอยอบชีสบ้านเรา


มาถึงเมนูที่พิมมิยะชอบมากที่สุด Les moules á la Provençale (17.10 €) เป็นหอยแมลงภู่อบกับมะเขือเทศ ไวน์ขาว หอมแดง กระเทียม มะกอก และครีม รสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยนอีกด้วย สำหรับทุกเมนูเค้าจะเสิร์ฟมาให้รับประทานกับ frites หรือมันทอดที่บ้านเราเรียกกันว่าเฟรนช์ฟรายส์นั่นเอง แต่ว่ามันทอดของร้านนี้ไม่กรอบค่ะ เลยโดนทุกคนในโต๊ะหมางเมิน หม่ำๆกันแต่หอย :D

หอยสดๆ กับซอสรสออกครีมมี่นิดๆ ชอบหม้อนี้จัง

สรุปแล้วอาหารของร้านนี้อร่อยใช้ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะหอยของร้านนี้สดมาก ไม่มีหอยเก่าๆเละๆ หรือกรวดทรายปนมาให้รำคาญใจ เพียงแต่ตัวออกจะเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับร้าน Chez Léon ที่บรัสเซลส์ และถึงแม้บริการจะไม่ค่อยน่าประทับใจก็ตาม แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นร้านที่ควรจะลองไปชิมดูซักครั้ง พิมมิยะคิดว่ารสชาติน่าจะถูกใจคนไทยอย่างเราๆอยู่นะคะ ขนาดหนุ่มเอ๋ที่ไม่ถูกโรคกับอาหารฝรั่งยังรีเควสท์ไปหม่ำหอยแมลงภู่ซะหลายมื้อเลย อิอิ


นี่ขนาดร้านแฟรนไชส์ยังอร่อยขนาดนี้ ถ้าเป็นร้านต้นตำรับอย่าง Chez Léon จะอร่อยขนาดไหน กรุณาอดใจรอก่อนนะคะ เอาไว้จบซีรีย์ปารีสแล้ว พิมมิยะจะชวนไปชิมอาหารในเบลเยียมต่อแน่นอนค่ะ :D

ピム宮 ~ pimmiya

Wednesday, 4 July 2012

Dalloyau

เมื่อนานมาแล้ว สมัยพิมมิยะยังเรียนมหาวิทยาลัย เสร็จจากเรียนมาเหนื่อยๆก็มักจะรวมตัวกับเพื่อนแห่กันไปซื้อเค้กลดราคา 50% ที่โรงแรมดุสิตธานีตอนหลัง 2 ทุ่ม แต่เนื่องจากเป็นของลดราคา จะคาดหวังให้มีเค้กให้พวกเราเลือกอย่างจุใจก็คงจะไม่ได้ เพราะเมื่อไปถึงก็มักจะเหลือขนมนอนรออยู่ในตู้แค่ไม่กี่อย่าง รวมถึงเค้กที่ดูแปลกตากว่าชิ้นอื่นๆอย่าง Opera cake เค้กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆแบนๆ ทำจากสปันจ์เค้กชั้นบางๆชุบไซรัปกาแฟ สลับกับชอคโกแลตกานาชกับครีมกาแฟ และมีแผ่นชอคโกแลตแต่งเป็นหน้าเค้ก ครั้งแรกที่เห็น สิ่งที่ทำให้พิมมิยะแอบตกใจก็คือทองคำเปลวค่ะ!! เค้าเอามาแปะไว้บนหน้าเค้กด้วย ว้าย..เพิ่งรู้ว่าฝรั่งก็มีทองคำเปลวกะเค้าด้วยนะเออ (ไม่รู้ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านเรารึเปล่า อิอิ) นั่นเป็นครั้งแรกที่พิมมิยะได้มีโอกาสลิ้มรสโอเปร่าเค้ก หลังจากนั้นก็อุดหนุนโอเปร่าเค้กของดุสิตธานีและโรงแรมอื่นๆมาโดยตลอด เนื่องจากยังคงคอนเซปท์เดิม คือชอบของลดราคา ก็เลยได้ซื้อกินบ่อยๆ ฮ่า~ พูดเล่นค่ะ.. เพราะส่วนตัวแล้วชอบเค้กชนิดนี้มิใช่น้อย หอมๆกลิ่นกาแฟแถมยังได้รสจากชอคโกแลตอีกด้วย



ที่เกริ่นไปข้างบนนี่ก็เพราะพิมมิยะจะพาไปชมร้านที่สร้างสรรค์โอเปร่าเค้กขึ้นมาเป็นร้านแรกในโลกไงคะ ร้านนี้ชื่อ Dalloyau บรรพบุรุษของตระกูลนี้เป็นเชฟรับใช้ในพระราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เรื่อยมาจนถึงการปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส จากนั้นจึงเปิดเป็นร้านอย่างจริงจังในปารีสเมื่อปี 1802 จนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไป 200 กว่าปีแล้ว โอ้ว..เก่าแก่สุดๆไปเลย


ก่อนที่พิมมิยะจะมีวาสนาได้ไปเยือนปารีส ก็ต้องขอชิมที่บ้านเก่าอย่างญี่ปุ่นก่อน รูปข้างล่างนี่จากสาขาที่ห้างโตคิว Shibuya เป็นครั้งแรกที่พิมมิยะได้ลองชิมโอเปร่าเค้กของดาลัวโย่เลย
ตอนนั้นสั่งมาพร้อมกับชาชื่ออะไรซักอย่าง จำไม่ได้ซะแล้ว แม้แต่จานก็ยังเป็นลายทองคำเปลวด้วยนะคะเนี่ย ^^”



น้องโอเปร่านอนมาในจานสุดหรู ดูดีมีสกุลม้าก~ ส่วนรสชาติก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหน้าตา เพราะอร่อยกว่าทุกๆร้านที่เคยทานมาเลยค่ะ เค้าผสมผสานระหว่างชอคโกแลตและกาแฟได้อย่างกลมกล่อมจริงๆ


และก็เป็นไปตามคาด ตอนไปปารีสพิมมิยะก็จัดการหลอกล่อเพื่อนๆไปชิมโอเปร่าเค้กที่ดาลัวโย่สาขาแม่ได้สำเร็จ ร้านอยู่ที่ rue du Faubourg Saint-Honoré เดินมาจาก Champ-Élysées แค่นิดเดียวเองค่ะ


ดิสเพลย์หน้าร้านมีแต่ขนมยั่วน้ำลายทั้งนั้นเลย อยากจะเหมามาให้ครบทุกอย่าง ฮ่า~ สุดท้ายก็เลือกมาแค่ 2 ชิ้น หิ้วใส่กล่องไปนั่งหม่ำชิลด์ๆกันที่สวน Tuileries




แน่นอนว่า 1 ในนั้นคือโอเปร่าเค้ก (4.90 €) ส่วนอีกชิ้นนึงนี่พวกเราตัดสินใจเลือกกันอยู่นานก่อนจะมาลงเอยที่ขนมชื่อ Dalloyau เหมือนชื่อร้านเป๊ะเลย (4.90 € เท่ากัน) ถ้าไม่อร่อยนี่เสียชื่อร้านหมด ฮ่า~ อันนี้เป็นขนมที่ทางร้านผลิตขายตั้งแต่ปี 1949 ก่อนหน้าโอเปร่าเค้กซะอีก (ส่วนโอเปร่าเค้ก ทางร้านเริ่มผลิตขายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1955 ค่ะ)



ข้างใน Dalloyau เป็นเมอแรงก์กับพราลีเน่กลิ่นหอมชื่นใจ แถมยังได้รสสัมผัสกรุบกริบจาก hazelnut ที่โรยอยู่ด้านนอก อร่อยสมชื่อเลยค่ะ


รับโอเปร่าเค้กซักคำมั้ยคะ อ้ำ~ ของเค้าอร่อยกว่าร้านอื่นจริงๆน้า แถมยังเด็ดสะระตี่ยิ่งกว่าสาขาที่ญี่ปุ่นซะอีก พิมมิยะขอเอาชื่อเป็นประกันเลย อิอิ ใครที่ชื่นชอบเค้กชนิดนี้ ลองหาโอกาสไปชิมดูให้ได้นะค้า :D

Dalloyau Faubourg Saint-Honore
101 rue du Faubourg Saint-Honoré 75008 Paris



ปล. อย่าซื้อมากาฮองของร้านนี้นะคะ แม้ว่าหน้าตาจะชวนให้เสียทรัพย์แค่ไหนก็ตาม เพราะยังห่างจากของลาดูเรกับ PH อยู่หลายขุมเลย เสียดายตังค์ค่า~

ピム宮 ~ pimmiya