Pages

Showing posts with label Location: Japan - Fukuoka. Show all posts
Showing posts with label Location: Japan - Fukuoka. Show all posts

Sunday, 25 June 2017

Hakata ramen Shin-Shin (博多らーめん Shin-Shin)

วันนี้ขอพาไปชิมทงคตสึราเมงที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยกินมาค่ะ ขอพาท่านไป Shin-Shin ramen ซึ่งร้านนี้มีสาขาแค่ในฮากาตะ(ฟุกุโอกะ)เท่านั้น สมกับที่ทงคตสึราเมงเป็นของดีของขึ้นชื่อของฮากาตะ สาขาที่พีไปอยู่ที่ห้าง Kitte ซึ่งติดกับสถานีJR/ใต้ดินฮากาตะ สาขานี้ไม่ใช่สาขาแม่ แต่เปิดถึงห้าทุ่ม ไปมาสะดวก ขอแนะนำ เพราะถ้าจะกินสาขาแม่ต้องเข้าไปที่เทนจิน (แต่พีก็อยากไปสาขาแม่เพราะอยากไปดูลายเซ็นคนดังของญี่ปุ่นที่มีเต็มร้าน)

พีมีโอกาสได้รู้จักShin-Shin ramenจากนักร้อง/นักดนตรีญี่ปุ่น ที่เวลาไปทัวร์ฟุกุโอกะแล้วมักจะทวีตรูปราเมงร้านนี้มาโชว์ พีเลยคิดว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ทริปนี้มีโอกาสแวะไปฮากาตะแค่1วันก็ต้องขอลอง

เนื่องจากไปกินช่วงกลางวัน มีLunch menu set เลยขอเป็นราเมง+ชาฮั่น (ข้าวผัด) เซ็ทแบบอื่นก็มีนะคะทั้งกับข้าวปั้นและเกี้ยวซ่า จริงๆของดังของฮากาตะอีกอย่างคือยากิราเมง หรือราเมงแบบผัด ซึ่งShin-Shinก็ดังเหมือนกัน แต่ไม่มีโอกาส เอาไว้คราวหน้าจะต้องจัดแน่นอน คราวนี้ขอเป็นทงคตสึราเมงธรรมดา + ทอปปิ้งไข่ต้ม (เป็นคนต้องกินราเมงกะไข่ทุกครั้ง ไม่สามารถไม่กินได้)

โฉมหน้าราเมงสุดอร่อย
เซ็ทที่สั่ง โปรดสังเกตว่าชามใหญ่มาก


ซดน้ำซุปคำแรก เข้มข้น กลมกล่อม แต่ไม่เลี่ยนเลย ไม่หนักด้วย อร่อยมาก ตาโตลุกวาว บอกเลยว่าไม่เคยกินเจ้าไหนที่อร่อยเท่านี้มาก่อน จะราเมงข้อสอบ อิปปุโดหรือใดๆ บอกเลยว่าอร่อยมากที่สุด (นี่จากใจสาวกอิปปุโดนะเนี่ย) เส้นเล็กเหนียวนุ่ม ดีงามมากๆ พิมพ์ไปก็น้ำลายไหลในความดีงามส่วนข้าวผัดก็ธรรมดาค่ะ แต่หอมกระทะจริง พระเอกที่แท้จริงคือราเมงตรงหน้า

คนอ่านอาจจะบอก อินี่โอเวอร์รึป่าว ท้าให้ลองค่ะ ใครไปฟุกุโอกะ ขอให้ได้ลองShin-Shin แล้วคุณจะรู้ว่าทงคตสึราเมงที่แท้จริงมันดีขนาดไหน


Hakata ramen Shin-Shin KITTE Hakata ten (博多らーめん Shin-Shin KITTE博多店)
KITTE Hakata B1F
Hakata, Fukuoka, Japan



Tuesday, 10 February 2015

Sushi Kappo Yamanaka 鮨割烹 やま中

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน

นาโอะไป Hakata เมือง Fukuoka มาก็หลายรอบ แต่สารภาพว่าไม่ค่อยเจอร้านขายซูชิหรือปลาดิบที่ถูกใจมากนัก ขนาดดั้นด้นไปทานถึงตลาดปลา Fukuoka ก็ยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่ความพยายามในการหาร้านปลาดิบอร่อยๆ ใน Hakata ของนาโอะก็ยังไม่จบค่ะ ครั้งล่าสุดที่นาโอะมีโอกาสไป Hakata คือเดือนพฤศจิกายนปี 2014 ซึ่งคราวนี้นาโอะก็หาร้านซูชิไป จริงๆ พิมมิยะมีแนะนำร้านดังแถว Tenjin ให้ร้านนึงค่ะ ร้านนี้เป็นร้านยอดนิยมทั้งของคนโลคอลและนักท่องเที่ยวไทยเลยก็ว่าได้ มื้ออาหารคนจะเยอะต่อแถวยาวลงมาชั้น 1 หน้าร้าน แต่ทั้งนาโอะและพิมมิยะยังไม่ค่อยประทับใจในคุณภาพและรสชาติมากนัก เลยไม่ขอรีวิวร้านนั้นนะคะ

เกริ่นมาซะยืดยาว คือแค่อยากจะบอกว่า ในที่สุด ก็เจอร้านซูชิคุณภาพดี ราคาปานกลางใน Hakata แล้วค่ะ แถมไม่ต้องไปยืนตากลม ตากฝน หรือตากแดดยืนรอ เพราะร้านนี้อยู่ใน JR Hakata City ชั้น 9 ค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า Sushi Kappo Yamanaka 鮨割烹 やま中 นาโอะขอเรียกสั้นๆ ว่า Sushi Yamanaka ละกันค่ะ

หน้าร้าน


วันที่นาโอะไปทานเป็นวันอาทิตย์ค่ะ แต่นาโอะชะล่าใจไม่ไปรอตั้งแต่ก่อนร้านเปิด พอไปถึง 11 โมงตรงเป๊ะ ปรากฏว่า ร้านเต็มแล้วค่ะ ต้องลงชื่อหน้าร้านต่อคิวเข้า รอประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เข้าไปนั่งที่เคาน์เตอร์ค่ะ

หน้าเคาน์เตอร์

เชฟเสิร์ฟคำต่อคำ

เมนูมื้อกลางวัน

เมนูภาพมื้อกลางวัน

เมนูมื้อเย็น

นาโอะสั่งซูชิเซต B คุณผู้ชายสั่ง Chirashi Sushi ส่วนเคจังสั่งซูชิเซต A ค่ะ

Chirashi Sushi

พร้อมทานซูชิ

ถ้าคุณผู้อ่านสั่งเป็นซูชิเซตและนั่งที่เคาน์เตอร์ เชฟจะเสิร์ฟซูชิคำต่อคำเลยค่ะ ส่วนเซต Chirashi Sushi ของคุณผู้ชายก็จะได้มาเป็นกล่องพร้อมทานเลยค่ะ ของนาโอะกับของเคจังมีปริมาณซูชิต่างกัน 1 คำถ้วน แต่คุณภาพปลาไม่ได้เท่ากันหมดทุกคำนะคะ บางคำเช่น Anago ของนาโอะจะได้ชิ้นปลาส่วนท้อง ส่วนของเคจังที่เป็นเซตเล็กกว่า จะได้ชิ้นปลาส่วนหาง

Chirashi Sushi จัดปลามาได้หลากหลายมากๆ ค่ะ เนื่องจากคุณผู้ชายไม่ทานกุ้งเลยไม่มีกุ้งมาด้วยเหมือนในรูปในเมนู ปริมาณกับราคาถือว่าราคาปานกลางค่ะ

มาเริ่มส่วนของซูชิเซตกันค่ะ ของนาโอะกับเคจังในช่วงแรกๆ เหมือนกันแทบจะทุกคำ ยกเว้น Hotate ที่ของเคจังเป็นกุ้ง แต่ของนาโอะเป็น Hotate ค่ะ (เนื่องจากนาโอะไม่ทานกุ้ง เลยแจ้งกับเชฟไว้) คำแรกเป็นชูโทโร่ค่ะ ชิ้นปลาไม่หนามาก หน้าตาดูแล้วเหมือนจะธรรมดา แต่พอเข้าปากแล้วอร่อยมากค่ะ ปลาบปลื้ม คำที่ 2 ของนาโอะคือปลากระพงค่ะ ไม่เหนียวเลย นุ่ม ละลายในปาก ผิดกับปลากระพงทั่วไป หลังจากได้ 2 คำแรกแล้ว เชฟจะเสิร์ฟข้าวหน้าอิคุระ (ไข่ปลาแซลม่อน) และอุนิ (หอยเม่น) ในถ้วยจิ๋วๆ อิคุระเป็นอิคุระสดเลยค่ะ อร่อยมาก อุนิก็คุณภาพดีมาก หวาน หอม อร่อยสุดๆ ค่ะ

คำที่ 1 ปลาทูน่า และคำที่ 2 ปลากระพง

ข้าวหน้าอิคุระกับอุนิ


คำที่ 3 เป็น Hotate ค่ะ หอยเชลล์เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ คำที่ 4 เป็นปลาหมึกที่กรอบและไม่เหนียวเลยยยยย แม้กระทั่งในญี่ปุ่น จะหาซูชิปลาหมึกที่ไม่เหนียวก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะคะ

คำที่ 3 Hotate คำที่ 4 ปลาหมึก

Hotate

คำที่ 5 Saba Battera

เนื่องจากร้านนี้มีชื่อในเมนู Saba Battera หรือข้าวกดหน้าปลาซาบะดองด้วย คำที่ 5 เลยเป็น Saba Battera ค่ะ พอทานเข้าไป นาโอะหันไปบอกคุณผู้ชายว่า มันดีมาก อร่อยมาก ปลาซาบะไม่คาวเลย ข้าวรสชาติกลมกล่อมไม่หวานไม่เปรี้ยวจนเกินไป เราสั่ง Battera มากินเพิ่มเหอะ อิอิ คุณผู้ชายเลยสั่ง Saba Battera มาเพิ่ม 1 แถวค่ะ 

ร้านนี้เสิร์ฟ Miso Soup ในเซตด้วย และมิโสะเป็น Aka Miso หรือมิโซะแดง ซึ่งรสชาติจะจัดจ้านและแหลมคมกว่า Shiro Miso หรือมิโซะขาวค่ะ

Aka Miso (มิโซะแดง)

คำที่ 6 ในเซตของนาโอะกับของเคจังเป็นปลาหมึกยักษ์ค่ะ นาโอะไม่ค่อยชอบทานปลาหมึกยักษ์เท่าไหร่ รสชาติยังไงก็ไม่ค่อยปลื้ม แต่ของร้านยามานากะ ปลาหมึกยักษ์ไม่ค่อยเหนียวค่ะ เคี้ยวไม่ต้องนานมาก อิอิ ขิงดองของร้านนี้จะเสิร์ฟมาเป็นก้อนๆ (หรือเรียกเป็นแท่งดีนะ) ค่ะ รสชาติดีค่ะ

คำที่ 6 ปลาหมึกยักษ์

ขิงดอง

คำที่ 7

คำที่ 7 (เซต A จะไม่มีคำนี้ค่ะ) คือ Aburi Salmon หรือปลาแซลม่อนรนไฟ เนื้อปลามีความมัน อร่อยมากค่ะ คำที่ 8 คือ Anago หรือปลาไหลย่างค่ะ ถ้าเป็นซูชิเซต A จะได้ Anago ส่วนหางค่ะ ซึ่งจะไม่อร่อยเท่าส่วนท้องที่ซูชิเซต B ได้ค่ะ และคำสุดท้าย เป็นไข่หวานล้างปากค่ะ นอกจากซูชิ 9 คำ + ข้าวหน้าอิคะรุ&อุนิ แล้ว ยังมีมากิ (ข้าวห่อสาหร่าย) ไส้ปลาทูน่า กับข้าวห่อผักไส้ปูอัดด้วยค่ะ

คำที่ 8 Anago ส่วนท้อง

Anago ของซูชิเซต A

คำที่ 9 ไข่หวาน

ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาทูน่า

ข้าวปั้นห่อผักไส้ปูอัด

และสุดท้ายคือ Saba Battera ทั้งแถวที่คุณผู้ชายสั่งมาทานเพิ่ม อร่อยมากๆ ค่ะ คุณผู้อ่านสามารถสั่ง Battera แบบนี้เป็น Take away ได้ด้วยค่ะ แถวละ 1,200 เยนไม่รวมภาษี (ถ้าจำราคาไม่ผิดนะคะ)

Saba Battera

Saba Battera
 
ในเซตอาหารทุกเซตจะมีไอศกรีมด้วยค่ะ เป็นไอศกรีมรสส้มยูซุ อร่อยดีค่ะ (แต่ลูกเล็กไม่นิดเนะ อิอิ)


คุณผู้อ่านที่ไปเที่ยว Hakata และอยากทานซูชิอร่อยๆ ราคาไม่เจ็บตัวมาก นาโอะแนะนำร้านนี้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง ร้านนี้อยู่ที่ JR Hakata City Amu Plaza Hakata ชั้น 9 คุณผู้อ่านขึ้นลิฟท์แก้วจากในสถานี JR Hakata กดชั้น 9 ได้เลยค่ะ

เปิดบริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด
มื้อกลางวัน 11: 00 ~ 15: 00 
(LO 14: 30) 
มื้อเย็น 17: 00 ~ 23: 00 
(LO 21: 30)

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao 

Thursday, 27 December 2012

Tetsu Nabe ~ 鉄なべ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน

วันนี้นาโอะขอคั่นเอนทรี่ Anniversary ของพิมมิยะซะหน่อยนะคะ นาโอะเคยรีวิวร้านเกี๊ยวซ่าร้านดังแห่งเมือง Utsunomiya ไปแล้ว วันนี้นาโอะจะขอรีวิวร้านเกี๊ยวซ่าเจ้าอร่อยแห่ง Fukuoka บ้างนะคะ คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะเคยทราบมาบ้างว่า อาหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังใน Fukuoka นอกจากฮากาตะราเมงแล้ว ก็ยังมี เกี๊ยวซ่ากะทะร้อน หรือ Gyoza Nabe อีกอย่างนึง เมื่อปี 2009 ที่นาโอะไปเที่ยวฟุกุโอกะพร้อมพิมมิยะ พิมมิยะบ่นๆ ว่า พวกเราพลาด ไม่ได้กิน Gyoza Nabe กันเลย ครั้งนี้นาโอะเลยต้องจัดไปค่ะ นาโอะและชาวคณะชอบร้านนี้มากถึงขนาดต้องกลับไปกินอีก 1 รอบก่อนกลับกันเลยทีเดียว

ร้านนี้ชื่อว่า Tetsu Nabe ~ 鉄なべ ค่ะ แค่เดินผ่านหน้าร้านก็รู้แล้วว่าเค้าขาย Gyoza Nabe จริงๆ นาโอะเดินผ่านร้านนี้ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงค่ะ แต่ว่าไม่คิดว่าเป็นร้านเดียวกับร้านที่ตัวเองหาไป พออีกวันจะไปทาน ก็จำได้ทันทีว่า เมื่อวานเห็นร้านนี้แล้วนี่นา

ป้ายหน้าร้าน

ประตูร้าน

ป้ายเกี๊ยวซ่า (เกี๊ยวซ่าดูไหม้ไปนิด แหะๆ)

พอเข้าไปถึงในร้านก็จะเห็นเคาน์เตอร์นั่งทานอาหารและครัวเลยค่ะ จะเห็นว่าที่นั่งชั้น 1 มีที่นั่งไม่มากนัก โต๊ะใหญ่จะอยู่ชั้น 2 ทั้งหมดค่ะ วันแรกที่นาโอะไปทานร้านนี้ไปตอน 6 โมงเย็น ยังไม่มีลูกค้าซักกะคน (ในรูปคือถ่ายตอนทานเสร็จแล้ว) อาจจะเพราะเป็นวันธรรมดา และร้านอย่างนี้คนมักจะเริ่มเข้ามาตอนค่ำๆ หลังเลิกงานมั้งคะ

ที่นั่งชั้น 1

รอบแรกไปกัน 4 คนค่ะ พนักงานพาขึ้นไปชั้น 2 และแจ้งว่า ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษนะจ๊ะ มีแต่เมนูภาษาญี่ปุ่น โอเคนะ พวกเราจะตอบอะไรได้คะ นอกจาก โอเค 555+

เมนู




เข้าร้าน Gyoza Nabe ยังไงก็ต้องสั่งเกี๊ยวซ่าถูกมั้ยคะ ตอนแรกพวกเราก็ป๊อด เลยสั่งแค่ 2 ที่ (1 ที่มีเกี๊ยวซ่า 8 ชิ้น) แล้วสั่งอย่างอื่นด้วย ได้แก่ ปลาซาบะสด, ปลาอิวาชิสอดไส้เมนไทโกะย่าง, หอยตลับผัดเนย, ปีกไก่พะโล้และยากิโซบะ

Gyoza Nabe

น้ำจิ้มเกี๊ยวซ่าปรุงเอง

ปลาซาบะสด

ปลาอิวาชิสอดไส้เมนไทโกะย่าง

หอยตลับผัดเนย

ปีกไก่พะโล้

ยากิโซบะ

สิ่งแรกที่มาเสิร์ฟคือ ปลาซาบะสดค่ะ คุณผู้ชายบอกว่า ปลาซาบะสดเนี่ยไม่ได้หากินกันง่ายๆ นะ ยิ่งเมืองไทยยิ่งหาไม่ได้ ส่วนใหญ่เราจะได้กินซาชิมิปลาซาบะดองทั้งนั้น ขนาดดองแล้วบางร้านยังเหม็นคาวมากเลย ปลาซาบะสดของร้านนี้อยู่ในน้ำซอสซึ่งน่าจะประกอบด้วย น้ำมันงา, โชยุ, มิรินและสาเก (เดาเอาล้วนๆ) ปลาซาบะเนื้อนุ่มอร่อยมว๊ากกกกกกกกกค่ะ ไม่มีกลิ่นคาวเลย ในชามเล็กๆ นั้นมีอยู่ประมาณ 5-6 ชิ้น แปบเดียว หายไปในพริบตา เพราะมันอร่อยมากจริงๆ ค่ะ

มาถึงเมนูสำคัญคือ เกี๊ยวซ่า มาเป็นกะทะร้อน น้ำมันกระเด็นซู่ซ่าเลยทีเดียว เกี๊ยวซ่าทอดมากรอบมาก กรอบนอก นุ่มใน ชิ้นไม่ใหญ่มาก แต่เพดานปากอาจเปื่อยได้ถ้ากินเข้าไปทั้งคำ สรุป อร่อยมากอะค่ะ (แต่ต้องแอบเป่าให้เย็นนิดนึง) น้ำจิ้มที่มีพริกให้เติมได้เองทำให้ฟินนาเล่ค่ะ เพราะถูกปากคนไทยๆ อย่างพวกเรา เผ็ดได้สะใจอย่างที่ต้องการ พวกเราเลยต้องเบิ้ล สั่งเพิ่มอีก 2 ที่ค่ะ แหะๆ แต่ว่า...ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับร้านเกี๊ยวซ่าที่ Utsunomiya ต้องขอบอกว่า เกี๊ยวซ่าที่ Utsunomiya อร่อยกว่าค่ะ เพียงแต่เจ้านี้ก็อร่อยมากแล้วละค่ะ

ปลาอิวาชิย่าง มันเป็นของโปรดของนาโอะค่ะ นาโอะชอบกินปลาย่างทุกชนิด (ชาติที่แล้วคงเป็นแมว) แต่นาโอะไม่ค่อยชอบทานเมนไทโกะค่ะ เลยได้ชิมแต่เนื้อปลา เนื้อปลาย่างอร่อยมีรสเค็มเล็กน้อยกำลังดีตามสไตล์ปลาย่างค่ะ ร้านนี้เค้าขายเป็นตัวนะคะ ตัวละ 700 เยนตามเมนู โต๊ะเราสั่งมา 2 ตัวสู้ตาย อิอิ

หอยตลับผัดเนย อร่อยมากค่ะ หอยสดรสชาติกลมกล่อม หอมเนย อร่อยจริงๆ ค่ะ ส่วนปีกไก่พะโล้ ขอไม่แนะนำ เพราะมันธรรมดาสุดๆ เพียงแต่เนื้อไก่นุ่ม ยุ่ยมาก แอบแปลกใจว่าเค้าต้มยังไงหว่า หนังไก่ยังสวยแต่เนื้อนิ่มเละมากๆ

มาถึงไคล์แมกซ์อีกอย่างคือ ยากิโซบะค่ะ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกก ผัดได้รสชาติกลมกล่อม น้ำซอสรสชาติดีมากๆ ค่ะ เนื้อสัตว์มีหมู ปลาหมึกยักษ์และกุ้งตัวเล็กค่ะ 

รอบสองที่นาโอะไปทาน ปลาซาบะสดหมด ถึงกับเซ็งไปตามๆ กัน แต่สั่งเกี๊ยวซ่า 4 ที่ ยากิโซบะ 2 จานอะค่ะ แหะๆ

ร้านนี้อยู่แถวย่าน Nakasu เปิดบริการทุกวัน จันทร์ถึงอาทิตย์ เวลา 17:00-03:00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ที่ปิดเร็วหน่อย ปิด 23:00 น.ค่ะ เค้ามีวันหยุดตาม Public Holiday ของญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ ถ้าคุณผู้อ่านไปเที่ยวฟุกุโอกะ อย่าลืมแวะไปชิมนะคะ รับรองไม่ผิดหวัง


View Larger Map

แล้วพบกันใหม่ปีหน้าค่ะ
nao~*

Thursday, 13 December 2012

Musubi Mura ~ おむすび村

สวัสดีค่ะ

พักนี้จะเห็นนาโอะลงเอนทรี่ติดๆ กัน ไม่ต้องตกใจค่ะ ไปทานร้านอร่อยมาเยอะมากทริปนี้ เลยต้องรีบมาแชร์และแบ่งปันกัน (จริงๆ คือ รีบๆ ลงเพราะเดี๋ยวจะลืมความอร่อยซะก่อน)

วันนี้นาโอะยังพาไปทานอาหารแถวเกาะคิวชู (Kyushu) ของญี่ปุ่นค่ะ ร้านนี้เป็นร้านขายข้าวปั้นสามเหลี่ยมห่อสาหร่าย หรือเรียกว่า โอนิกิริ (Onigiri) นั่นเอง แถมด้วย โอเด้งร้อนๆ คลายหนาวด้วยค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า Musubi Mura (おむすび村) อยู่แถวย่าน Nakasu ในเมือง Fukuoka ค่ะ นาโอะกับเพื่อนๆ ไปทานร้านนี้กันหลังมื้อเย็น กะว่าจะสั่งโอเด้งมากินกุบกิบ ปรากฏว่า โอนิกิริของเค้าอร่อยมากกกกกกก สรุปไปๆ มาๆ สั่งโอนิกิริกินกันคนละ 2 ก้อน (บ้าพลัง) ร้านนี้ไม่ใหญ่มากนะคะ มีที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ประมาณ 10 ที่ได้ มีโต๊ะประมาณ 4 โต๊ะ

หน้าร้าน

ถามคนขายค่ะว่า ร้านนี้มีเมนูแนะนำอะไร (Osusume) คนขายบอกว่า เมนูแนะนำคือ ไข่หวานค่ะ นาโอะกับเพื่อนๆ ก็ไม่รอช้า พวกเราเชื่อคนง่าย สั่งมา 2 ชิ้น เนื้อไข่เนียนแน่นนุ่ม รสชาติไม่หวานมากจนเกินไป สรุป อร่อยค่ะ


ไข่หวาน

เมนูของร้านนี้มีแต่ภาษาญี่ปุ่นล้วนค่ะ นาโอะก็กระท่อนกระแท่นภาษาญี่ปุ่นมาก เลยอาศัยยืนชี้ๆ ตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่เค้าปั้นโอนิกิริแล้วสั่งเอาค่ะ ส่วนวิธีสั่งโอเด้งก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าหม้อต้มโอเด้งแล้วชี้โล้ด 555+

เมนูโอนิกิริ (รึเปล่าหว่า)

เมนูโอเด้ง

ล็อตแรก ลองสั่งโอนิกิริมา 2 ก้อน เป็นไส้เมนไทโกะ กับไส้ซาบะคลุกเกลือ แล้วก็สั่งโอเด้งมา 3 ชิ้นค่ะ

โอนิกิริไส้ซาบะคลุกเกลือ และ ไส้เมนไทโกะ


โอเด้งเต้าหู้ 2 อย่างกับหัวไชเท้า

กัดโอนิกิริไส้ซาบะไปคำแรก โฮกกกก มันอร่อยมาก ถ้าคุณผู้อ่านเคยได้ทานโอนิกิริตามร้าน Lawson หรือ 7-11 เวลาไปญี่ปุ่นแล้วว่าอร่อยแล้ว (นาโอะว่าอร่อยนะ) โอนิกิริร้านนี้ อร่อยกว่านั้นร้อยเท่า ข้าวเรียงเป็นเม็ด กัดปุ๊บ ข้าวแตกในปาก ไม่เหนียว กินแล้วไม่จุก ไส้ซาบะรสชาติดีมากๆ ซาบะกลิ่นไม่คาวเลย สรุป อร่อยมากกกกกกกกกก ค่ะ ส่วนไส้เมนไทโกะ นาโอะไม่ได้ลองชิมมา คุณผู้ชายบอกว่าอร่อยดี แต่ไส้ซาบะอร่อยกว่า

โอนิกิริซาบะคลุกเกลือ

กัดแล้วแตกงี้เลย

ส่วนโอเด้งนี่ ของโปรดนาโอะและเดอะแกงค์ค่ะ เนื้อเต้าหู้ของโอเด้งร้านนี้เนียนมาก คุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ นาโอะกินโอเด้งของร้านคอมบินิในญี่ปุ่นมาแทบจะทุกร้านละ (กินทุกวันเวลาอยู่ญี่ปุ่น พิมมิยะเป็นพยาน) นาโอะว่าของร้าน Family Mart อร่อยสุด แต่โอเด้งของร้านนี้ อร่อยกว่าของ Family Mart มากนัก เนื้อเต้าหู้เนียน น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ไม่เข้มไม่จืดจนเกินไป ฟินมากอะค่ะ เลยต้องจัดมาอีก 3 ชิ้นตามประสาคนชอบโอเด้ง แล้วก็สั่งโอนิกิริเพิ่มด้วย เพราะมันอร่อยมว๊ากกกก รอบนี้สั่ง 3 ก้อนเลยค่ะ สู้ตาย มีไส้ซาบะ 1 ก้อน, ไส้แซลม่อน 1 ก้อน และไส้เนื้อ (สำหรับคุณผู้ชายและเจเจ)

โอเด้งชุด 2

โอนิกิริไส้แซลม่อน, ไส้เนื้อ, ไส้ซาบะคลุกเกลือ (เรียงจากซ้ายไปขวา)

โอนิกิริไส้แซลม่อน นาโอะว่างั้นๆ อะ เป็นแซลม่อนคลุกกับอิคุระ (ไข่แซลม่อน) ขนาดนาโอะชอบกินอิคุระ นาโอะว่ามันยังไม่กลมกล่อมเท่าไหร่ แต่ก็กินหมดนะฮะ อิอิ ส่วนไส้เนื้อ คุณผู้ชายบอกว่า มันคือ ไคลแมกซ์ของร้านจริงๆ นาโอะไม่ทานเนื้อเลยไม่รู้จะบรรยายยังไง คุณผู้ชายและเพื่อนบอกว่า อร่อยมากกกกกกกกกก จนต้องสั่งมาเพิ่มอีก 1 ก้อนเลยทีเดียว

โอนิกิริไส้แซลม่อน

โอนิกิริไส้เนื้อ

สรุป ขนาดกินมื้อเย็นเป็นราเมงมาแล้ว มาถึงร้านนี้พวกเรา 4 คนยังสั่งโอนิกิริกินคนละ 2 ก้อน แถมโอเด้งอีก 6 ชิ้น กลิ้งกลับโรงแรมเลยละค่ะ แต่มันคุ้มค่าและอร่อยจริงๆ ถ้านาโอะจำไม่ผิด โอเด้งราคาชิ้นละ 130 เยน ส่วนโอนิกิริก้อนละ 350 เยนค่ะ

ร้านนี้เปิดเฉพาะมื้อเย็น 18:00 - 2:30 น. ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดทั่วไป ถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสไปเดินเล่นแถว Nakasu ไม่อยากให้พลาดร้านนี้ด้วยประการทั้งปวงจริงๆ ค่ะ นาโอะยังอยากกินอีกเลย พิมพ์เอนทรี่นี้ไปน้ำลายสอไป ฮ่า


View Larger Map

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao~*