Pages

Showing posts with label Location: Japan - Tokyo. Show all posts
Showing posts with label Location: Japan - Tokyo. Show all posts

Saturday, 23 September 2017

Lunch in Ebisu: ตะลุยร้านดังย่านเอบิสึ (AFURI + Hiragi Taiyaki)

ห่างหายไปซะนาน วันนี้พีกลับมาแล้วค่ะ วันนี้จะพาไปตะลุยกินแถวเอบิสึ ที่เอบิสึจะมีเหมือนถนนราเมง คือมีร้านราเมงดังๆตั้งอยู่ใกล้ๆกันให้เลือกชิมหลายแบบหลายสไตล์ วันนี้พีจะพาไปลองราเมงที่แหวกแปลกแนวชื่อดัง AFURIกันค่ะ 


ร้านAFURI มีหลายสาขา โดยสาขาแม่อยู่ที่นากะเมกุโร แต่ถ้านับความไปมาง่ายพีว่าที่เอบิสึนี่เดินมาง่ายนะคะ สะดวกทั้งคนมาทางJR และsubway ร้านเปิด11โมงถึงตี5 (ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด) แนะนำว่าถ้ามีเวลาให้มาตอนร้านเปิด หรือเลี่ยงช่วงมื้ออาหาร เพราะร้านเป็นเคาท์เตอร์ ที่นั่งไม่เยอะ แนะนำให้ทำการบ้านมาก่อนนะคะ เพราะต้องกดคูปองจากตู้เอา ร้านนี้ดังซุปราเมงซึ่งเป็นซุปไก่+ดาชิ และใส่น้ำyuzu (ผลไม้ตระกูลส้ม/มะนาว มีความคล้ายพวกเกรปฟรุตแต่จะหอมกว่ามาก) เมนูแนะนำคือ Yuzu Shio Ramen เป็นsignature dishของร้านค่ะ พอเรากดจากตู้ไปนั่งแล้ว คุณพนักงานจะมาถามว่าจะใส่น้ำมันไก่ (鶏油 - Chiyu)ตัวไหน ระหว่าง淡麗 (tanrei) กับ まろ味 (maroaji) ซึ่งตัวหลังจะเข้มข้นมากกว่าทำให้ซุปข้นขึ้นด้วย


พีก็สั่งตามเมนูแนะนำ ขอchiyuเป็น Maroaji ถามว่ามันทำให้เข้มข้นไหม เอาจริงๆก็ไม่นะคะ ซุปไก่คล่องคอดื่มง่าย ไม่เค็ม ไม่ข้นแบบทงคตสึราเมง (ซึ่งพีชอบมากกกกกก) กลิ่นyuzuหอมมาก ส่วนตัวการใส่yuzuไม่ได้ทำให้รสชาติเปรี้ยวหรืออะไร เป็นเหมือนกลิ่นที่หอมขึ้น ทำให้ไม่เลี่ยนมากกว่า ตัวชาชูชิ้นใหญ่รสชาติดีค่ะ ร้านนี้เป็นร้านที่ทุกคนควรไปลองถ้าชอบราเมง แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบความเค็ม ความมัน ความข้นของซุปเลยไม่รู้สึกว่าอินมากเท่าไหร่ค่ะ

AFURI 恵比寿 (AFURI Ebisu)
Tokyo, Japan




กินคาวแล้วต้องกินหวานนะคะ ที่เอบิสึมีร้านไทยากิชื่อดังอยู่ร้านนึง ชื่อ Hiiragi ร้านนี้ดังสุดๆเรียกว่าใครมาแถวนี้ต้องกินให้ได้ เพราะเค้าใช้ถั่วแดงผสมกับถั่วขาวเป็นไส้ กรอบอร่อย ช่วงที่พีไปมีซอฟ์ทเสิร์ฟขายคู่กับไทยากิด้วย เหมาะกับอากาศร้อนๆมาก แนะนำสุดๆค่ะ ราคาไม่แพงด้วย




Hiragi (たいやき ひいらぎ)
Tokyo, Japan
Website: http://www.taiyakihiiragi.com/
Tabelog: https://tabelog.com/tokyo/A1303/A130302/13026096/


Monday, 7 December 2015

Kokoro (心 下北沢店)


วันนี้จะพาทุกท่านไปย่านวัยรุ่นฮิปๆของโตเกียวบ้าง ย่านชิโมะคิตาซาว่า หลายๆท่านคงได้อ่านและพอได้ยินชื่อเสียงของความฮิปของย่านนี้มาบ้าง เป็นย่านวัยรุ่นที่มีร้านเสื้อผ้าของใช้แบบร้านเล็กๆกระจุกกระจิก รวมไปถึงร้านขายเสื้อผ้ามือสอง และด้วยความฮิปของย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมไลฟ์เฮาส์เล็กๆเต็มไปหมด ถ้ามาเดินย่านนี้ เราจะได้พบกับวัยรุ่น มนุษย์แนวๆ และนักดนตรีมากมาย

ทริปที่ผ่านมา พีเองก็ได้ไปดูการแสดงวงโปรดที่ไปเล่นในไลฟ์เฮาส์เล็กๆในย่านชิโมะคิตาซาว่า (งานติ่งต้องมาค่ะ) มีเวลาก่อนดูไลฟ์ก็เลยหาอะไรกินรองท้องซักหน่อย มาเจอร้านซุปแกงกะหรี่ชื่อร้าน Kokoro (心) เลยจัดไป 

ซุปแกงกะหรี่ หรือKare soup เป็นของขึ้นชื่อของฮอคไกโดนะคะ อารมณ์เหมือนแกงกะหรี่แต่ใส่น้ำแกงเยอะๆ ไม่ให้ข้น ทำให้ซดซุปได้ ร้านส่วนใหญ่โดยพื้นฐานก็จะต้องมีซุปไก่เป็นหลัก แล้วเราก็เลือกทอปปิ้งต่างๆรวมถึงความเผ็ดได้ พีก็เลือกซุปไก่ค่ะ ส่วนความเผ็ด ในเมนูบอกว่าคนทั่วไป(ญี่ปุ่น)มักจะเลือกระดับ 3 ถือเป็นระดับกลาง ถ้าเกินระดับ10 เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม พีก็คิดว่า เอากลางๆแล้วกัน ไม่แน่ใจว่าความเผ็ดมันจะเท่าไหร่เลยเลือกระดับ 5 บวกทอปปิ้งเป็นรากบัวกรอบ



ซุปเสิร์ฟพร้อมข้าวค่ะ ข้าวนี่เลือกได้ว่าจะรับเป็นข้าวขาวหรือข้าวกล้อง ลดปริมาณ เพิ่มปริมาณข้าวได้ ซุปนั้นหาความเผ็ดไม่เจอเลยค่ะ แอบไม่เข้าใจการที่บอกว่าระดับ3ก็เผ็ดแล้วคืออะไร มั่นใจว่าระดับ5 สำหรับคนไทย เหมือนเรากินแกงจืดที่ใส่พริกไทยค่ะ ไม่เผ็ดเลย ร้อนๆนิดหน่อย แนะนำเลยว่า ถ้ามาญี่ปุ่นแล้วเจออาหารที่เลือกความเผ็ดได้ โปรดตระหนักเลยว่าคนญี่ปุ่นเค้าไม่กินเผ็ดเลย ดังนั้นเราต้องใส่ไม่ยั้งค่ะ ถ้ากินเผ็ด แต่ว่านอกจากเรื่องเผ็ด ซุปกลมกล่อมมาก ซดได้คล่องคอจริงๆ ที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ ไก่ที่ได้เป็นส่วนน่องติดสะโพก ก็ร่อนกินได้ง่ายมาก ร้านนี้เป็นร้านดังของย่านชิโมะคิตาซาว่าเลยก็ว่าได้ ใครผ่านมาแนะนำให้มาลองกันค่ะ


Kokoro (心 下北沢店)
Shimokitazawa, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1318/A131802/13009355/

Wednesday, 2 December 2015

Honke Abeya (本家あべや)

วันนี้จะพาทุกท่านไปทานของขึ้นชื่อของจังหวัดอะคิตะโดนไม่ต้องไปถึงอะคิตะกัน
เผอิญตอนที่พีไปโตเกียวเดือนแปด จับพลัดจับผลูไปแถวสถานีโตเกียวเลยลองเสิร์ชtabelogดูว่ามีร้านไหนน่าสนใจบ้าง ก็ไปเจอKitte Granche ที่เป็นห้างอยู่ตรงทางออกทิศเหนือของสถานีโตเกียว ห้างนี้ชั้นใต้ดินจะมีร้านอาหารที่มาจากเกือบทุกจังหวัดของญี่ปุ่นมาเปิดอยู่ และมีร้านขายของฝากจากทุกจังหวัดอยู่ด้วย พีเลยเดินสำรวจแล้วตกอยู่ในภวังค์ของรูปโอยะโกะด้งจากร้าน Honke Ayabe ร้านที่มาจากจังหวัดอะคิตะ


ส่วนตัวต้องบอกเลยว่า ชอบกินโอยาโกะด้งมาก แต่หาที่อร่อยรสชาติพอเหมาะพอเจาะยากมาก ทั้งๆที่มันคืออาหารพื้นๆของญี่ปุ่น ไม่ใช่ว่าร้านไหนทำก็อร่อยนะคะ บอกเลย ขนาดร้านดังที่นิวยอร์คพีว่าเค้าก็ยังทำไม่อร่อย เราเลยต้องขอลองกับร้านนี้สักหน่อย

ถ้าพูดถึงอาหารชื่อดังของอะคิตะ หลายๆคนก็คงคิดถึงข้าวอะคิตะโคมาจิที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งเอาไปทำเป็นอาหารยอดฮิตของอะคิตะอย่างหม้อไฟคิริทัมโปะ น้อยคนคงนึกถึงอาหารที่ทำจากไก่ เพราะคนส่วนใหญ่จะติดภาพของไก่นาโกย่าโคชินมาก แต่จริงๆแล้วพันธุ์ฮิไนจิโดริ ของอะคิตะเองก็มีชื่อเสียงไม่แพ้นาโกย่าโคชินเลยค่ะ การสั่งโอยาโกะด้งเลยเป็นการได้ลองทั้งไก่พันธุ์ดีและไข่จากพันธุ์ดีไปในตัว แถมยังได้กินข้าวอะคิตะโคมาจิอีกต่างหาก ยิงนกนัดเดียวได้นกสามตัวเลย

พีไปทานมื้อเที่ยงแบบร้านเพิ่งเปิดเลย พนง.ในร้านเป็นแขกค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นปากีสถาน (ฟังจากที่เค้าคุยกัน) ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าเป็นร้านญี่ปุ่นจะสั่งไม่ได้เพราะพูดญี่ปุ่นไม่ได้ (แต่ในขณะเดียวกัน พีก็สั่งเค้าเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ ไม่มีปัญหาอะไร ฮ่า) เราสั่งเป็นชุดอาหารกลางวันโอยาโกะด้งแบบธรรมดา


มาเป็นเหมือนชามอ่างใส่ข้าวเลย เยอะพอตัวเลยนะคะ พอเปิดฝาดู


งดงามมากค่ะ ไข่แดงไม่สุกคือนิพพานมากๆ ขอบอกว่าไข่สดมากเท่านั้นถึงจะกินดิบๆแบบนี้ได้ รสชาติไม่จืด ไม่เค็มไป กำลังพอดีมากๆ ในส่วนของไก่คือนุ่มมาก รู้สึกดีงามจริงๆ อร่อยมาก พีเองยังไม่มีโอกาสได้ลองโอยาโกะด้งร้านดังร้านเทพของโตเกียวเลยไม่สามารถเปรียบเทียบความเทพได้ แต่ถ้าจากความชอบส่วนตัว บอกเลยว่าร้านนี้จัดว่าโอเค ไม่มีคำว่าเสียดายเงินเลย แวะมาลองกันได้ถ้าชอบโอยาโกะด้ง หรืออยากลองอาหารอะคิตะ หรืออยากลองอาหารจากจังหวัดอื่นๆที่Kitte Granche ก็มีคอนเซปน่าสนใจดีนะคะ แวะมาดูกันได้

Honke Ayabe Kitte Granche (本家あやべ Kitte Granche店)
ชั้นB1 JP Tower Kitte
Tokyo
website: http://www.honkeabeya.com/
tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1302/A130201/13167089/



แอบมา edit ต่อจากพีซัง ร้านนี้พิมมิยะแอบตามรอยพีไปกินที่สาขา JR Tokyo มา 2 ครั้งแล้วค่ะ (ธ.ค. 2015 กับ ต.ค. 2016) สาขาที่สถานีโตเกียวอยู่ที่ Kitamachi Dining บนชั้น 2 ของสถานี ขอยกมือให้โอยาโกะด้งของร้านนี้อีกเสียงนึงค่ะ อร่อย คุณสามีชอบมาก อีกอย่างที่ลองแล้วอร่อยก็คือพวก yakitori ใครไปหลายๆคนลองสั่งมาแบ่งกันชิมดูนะคะ ~ ピム宮 pimmiya~

Monday, 26 October 2015

TOKYO TONKOTSU BASE (TOKYO豚骨BASE)

กลับมาอีกครั้ง กับการนำเสนอราเมงอีกแล้ว ต้องบอกเลยว่าทริปเดือน8ที่ผ่านมา เป็นทริปที่พีอยากกินราเมงตลอดเวลา กินกันจนรู้สึกว่าโซเดียมขึ้นตาเลยทีเดียว ร้านนี้ค้นพบตอนเดินในสถานีชินากาว่า ชื่อ Tokyo Tonkotsu Base Made by Ippudo ใช่แล้วค่ะ ร้านนี้เป็นร้านsub-brand ของIppudo


ลองหาข้อมูลเจอว่าเป็นร้านที่ราเมงซุปอื่นๆผสมกับทงคตสึ และตั้งร้านในอยู่ในสถานีรถไฟส่วนใหญ่ เพื่อตอบสนองกับลูกค้าที่ใช้บริการรถไฟ มาไวเคลมไว เห็นชื่อ Ippudo แล้วบอกเลยว่าต้องลอง เพราะส่วนตัวพีชอบรสทงคตสึราเมงของIppudoที่สุด ในบรรดาร้านทงคตสึราเมงที่มีสาขาเยอะ



จากเมนูจะเห็นว่ามีทั้งทงคตสึโชยุราเมง ทงคตสึมิโสะราเมง และทงคตสึธรรมดา พีเนี่ยแสนน่าเบื่อค่ะ เพราะสั่งเป็นทงคตสึธรรมดา เพิ่มน้ำมันดำเข้มข้น ทอปปิ้งเป็นเมนไทโกะ อ่านที่พีสั่งแล้วรู้สึกคุ้นมั้ยคะ ถูกแล้วค่ะ จริงๆที่สั่งก็คือaka maru ของร้านIppudoดีๆนี่เอง ฮ่า 



รสชาติบอกเลยว่าค่อนข้างเข้มข้น ไม่อ่อนเค็มเหมือนIppudoบางสาขาโดยเฉพาะแถบคันไซ (นอกเรื่อง แอบรู้สึกว่าคนคันไซเค้าอ่อนเค็มกว่าคนคันโตมาก ส่งผลแม้กับซุปราเมงของร้านที่เป็นเชนเหมือนกัน) หมูชาชูคือโอเคเลยค่ะ ละลายในปาก เอาเป็นว่าไม่มีอะไรจะติ เพราะทำได้ค่อนข้างสมมาตรฐานของร้าน ฝากท้องได้เลยสำหรับคนที่อยู่ที่สถานีรถไฟรอขึ้นรถต่อรถแล้วไม่รู้จะกินร้านไหน ถ้าเจอTokyo Tonkotsu Base แวะได้เลยค่ะ สาขาเท่าที่รู้ตอนนี้มี

TOKYO TONKOTSU BASE (TOKYO豚骨BASE)
JR Shinagawa, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1314/A131403/13124628/




Saturday, 22 August 2015

Tokyo Ramen: Battle of Tsukemen

สวัสดีทุกท่านค่ะ ไม่มีอะไรจะกล่าวนอกจากขออภัยที่หายไป (แต่ก็คงไม่มีใครสังเกต ฮ่า)
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ นอกจากเพราะไม่ได้ไปไหน หรือที่ไปก็กินตามที่เพื่อนคนอื่นแนะนำบ้าง เจอร้านไม่โดนบ้าง ก็เลยหายไปค่ะ วันนี้ขอกลับมาพร้อมเอนทรี่ที่ตั้งชื่อเรียกแขกมากๆ เพราะเป็นการต่อสู้ของสึเคะเมง 2 ร้านดังในโตเกียวที่พีได้ไปจัดมาในช่วงทริปหน้าร้อนที่ผ่านมา

TETSU

เนื่องจากในโตเกียวคราวนี้ พีเปลี่ยนมาพักย่านชินากาว่าแทนอิเคะบุคุโระตามปกติ ได้เดินผ่านเหมือนตรอกราเมงใต้ทางรถไฟของชินากาว่า ขนาด2-3ทุ่มก็ยังเห็นผู้คนขวักไขว่ เลยลองหาข้อมูลดู ปรากฎมีร้านสึเคะเมง TETSU เจ้าดังอยู่ด้วย ไม่รอช้าต้องเค้าไปลองดู

สึเคะเมง จะต่างจากราเมงอื่นๆตรงที่ เค้าจะแยกเส้นกับซุปออกจากกันค่ะ เส้นจะค่อนข้างใหญ่กว่าราเมงทั่วไปเพราะพอเวลาเราเอาเส้นไปจุ่มซุป ซุปจะได้เกาะเส้นขึ้นมาได้ ซุปจะเข้มข้น (หรือภาษาบ้านๆเรียกว่า เค็ม) กว่าปกติ เพราะเราไม่ได้จะซดซุปทั้งอย่างงั้น ส่วนใหญ่พอเส้นหมดแล้วเราจะซดซุป ทางร้านจะมีกาใส่น้ำซุปใสตั้งอยู่ ให้เราเติมซุปใสลงไปละลายความเข้มข้นเพื่อจะได้ซดอย่างคล่องคอ

พีไปรอกินร้านนี้ตอน4โมงเย็น ก็ยังต้องรอคิวนะคะ คนไม่ได้แน่นร้านอะไร แต่เป็นเพราะต้องจัดระเบียบที่นั่งให้ลูกค้า ก่อนอื่นเราก็ต้องกดซื้อจากตู้ก่อนว่าเราจะกินอะไร เพิ่มทอปปิ้งไหม พอถึงคิวเรา พนักงานก็จะขอคูปอง ถ้าเลือกสึเคะเมง เค้าจะถามว่าเอาแบบร้อนหรือเย็น ถึงจะเป็นหน้าร้อน และชอบกินของเย็นแค่ไหน แต่ปากก็ไวรีบพูดว่า เอาแบบร้อนทันที เลยไม่รู้ว่าที่ว่าเย็นเนี่ย หมายถึงเส้นหรือซุป ไว้คราวหน้าไปแก้ตัวอีกรอบจะมาบอกนะคะ




นั่งสักพักสึเคะเมงก็ถูกนำมาเสิร์ฟ เส้นอยู่ในน้ำร้อน เสิร์ฟพร้อมซุปเข้มข้น ขอบอกว่า เข้มมากๆ กินไปรู้สึกถึงความแมนของตัวเองขึ้นมากระทันหัน หมูที่ลอยนี่สามชั้นทำร้ายจิตใจมากๆ บอกเลยว่าไม่สามารถกินมันที่มาด้วยได้ ทำใจไม่ได้จริงๆ แต่ซุปเข้มกินกับเส้นแล้วเข้ากันมากๆ สมแล้วที่เป็นสึเคะเมงเจ้าดัง อ่อ ร้านนี้ พอกินเส้นเติมน้ำซุปใสไปแล้ว สามารถขอหินร้อนจากพนักงานได้นะคะ เอามาใส่ในซุปให้ซุปกลับมาเดือดอีกครั้ง พีไม่ได้ขอค่ะ เพราะร้อนแค่นี้ก็คงพอ อีกอย่างซุปก็เข้มาจนซดต่อไม่ไหว

Tsukemen TETSU (つけ麺 TETSU)
Shinagawa Station, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1314/A131403/13045337/

   


Rokurinsha (六厘舎)

ร้านนี้เป็นสึเคะเมงเจ้าดัง ร้านแม่อยู่แถวโอซากิ แต่เห็นสาขาที่คนเยอะมากๆคือสาขาที่สถานีโตเกียว ที่เป็น Ramen Street พีอาจจะไปช่วงวันหยุดด้วย (โอบ้ง) เลยเห็นคนต่อคิวรอร้านนี้เรียกว่าตลอดเวลาเลย ไม่ว่าจะ10โมงเช้า หรือ4โมงเย็น เราก็อดทนรอไม่ไหวซะด้วยเลยไม่ได้ลอง จนพบว่า ในสนามบินฮาเนดะ ด้านในหลังตม.แล้ว มีร้านRokurinshaมาเปิดขายราเมงอยู่ด้วย 24 ชม. ก่อนอื่นต้องทำใจว่า รสชาติอาจจะไม่เหมือนที่สาขาต่างๆนอกสนามบิน ด้วยปัจจัยสถานที่ ฯลฯ แต่เราต้องจัดไปค่ะ ไม่ให้เสียโอกาส



คราวนี้พีสั่งเป็น คาระสึเคะเมง หรือราเมงรสเผ็ด ดีที่เค้าแยกพริกมาต่างหาก ทำให้ได้ลองชิมซุปแบบไม่มีรสพริกมากวนใจ พบว่าซุปร้านนี้รสปลาคัตสึโอะคือโดดมากค่ะ สามารถรับรสนี้ได้เลย ซุปไม่เข้มเท่าที่TETSUค่ะ ซดง่ายกว่า พริกอาจจะดูน่ากลัวนะคะ แต่บอกเลยว่าอย่าไปกลัวพริกหรือความเผ็ดของประเทศนี้ ห่างชั้นจากเราชาวไทยมาก ฮ่า

Rokurinsha (六厘舎)
Haneda International Terminal, Tokyo
Website: http://rokurinsha.com/

บทสรุป

ส่วนตัวพี ถึงแม้ซุปของRokurinshaจะซดง่ายกว่า แต่ขอบอกว่าความประทับใจนั้น มีให้TETSUมากกว่าค่ะ ชอบเส้นของTETSUมากกว่า เพราะมันไม่หนาเกินไป ไม่หนึบจนแน่นไป ชอบความกลมกล่อมของซุปที่แม้จะเข้ม แต่ก็สามารถเอนจอยได้ เลยขอให้TETSUชนะแบทเทิลครั้งนี้ไปค่ะ

ถ้าใครไปญี่ปุ่นแล้วมีโอกาสได้ลองสึเคะเมงทั้งสองร้านนี้หรือร้านอื่นๆ ชอบร้านไหน ลองเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ

Thursday, 12 February 2015

Dashichazuka En だし茶漬け えん

สวัสดีค่ะ

ส่วนใหญ่เราๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน เราก็จะนึกถึง ปลาดิบ ซูชิ ราเมง สุกี้ ชาบู อาหารปิ้งย่าง ใช่มั้ยคะ แต่นาโอะคาดว่า คงมีคุณผู้อ่านไม่กี่คนที่เคยทานข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่นแน่ เอนทรี่นี้นาโอะจะมารีวิวร้านข้าวต้มญี่ปุ่น (ตั้งชื่อเมนูให้เอง) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Ochazuke ค่ะ ร้านนี้ชื่อว่าร้าน Dashichazuka En だし茶漬け えん มีสาขาในโตเกียวหลายสาขาค่ะ และนอกจากโตเกียวแล้ว ในแถบคันไซก็ยังมีอีกหลายสาขา นาโอะได้มีโอกาสไปทานมาสองรอบ สองสาขาคือ เกียวโตกับโอซาก้า

หน้าร้านสาขาเกียวโตที่ Porta

เมนู

ร้านนี้ต้องกดใบสั่งอาหารจากตู้หน้าร้านก่อน ซึ่งจะมีพนักงานยืนอำนวยความสะดวกอยู่ค่ะ เมื่อเลือกเมนู จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะถามว่า จะรับปริมาณข้าวไซส์ไหน มี ใหญ่ กลาง เล็กค่ะ ซึ่งคุณผู้อ่านไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ต่อให้สั่งจานใหญ่ก็ตามที

บรรยากาศในร้านที่สาขาเกียวโต

เนื่องจากนาโอะเคยดูรายการวาไรตี้ของญี่ปุ่นรายการนึงแล้วเค้ามาทำข้าวหน้าไก่แบบนี้ให้ดู นาโอะก็เลยอยากลองชิมว่ามันรสชาติเป็นยังไง ครั้งแรกนาโอะเลยสั่งข้าวหน้าไก่ (หรือเรียกว่าข้าวต้มไก่ดีหว่า) ชื่อภาษาญี่ปุ่นมันยาวมากอะค่ะ (จริงๆ คือ อ่านไม่ออก) เอาเป็นว่า เรียกว่าข้าวหน้าไก่ละกันนะคะ ข้าวหน้าไก่นี้จะมีเนื้อไก่ต้มฉีก (เนื้อไก่ส่วนอก) ไข่ทอด ผักต้ม เห็ดหอม และผักดองราดมาบนข้าวมาค่ะ ทุกเซตที่สั่งจะเสิร์ฟพร้อมกาน้ำชาใส่น้ำซุปสำหรับราดบนข้าว เต้าหู้ และผักดองค่ะ

ข้าวหน้าไก่

ข้าวหน้าไก่

เวลาทาน ให้ราดน้ำซุป ซึ่งเป็นซุปดาชิลงไปในชามข้าว เทน้ำซุปได้ปริมาณมากน้อยแล้วแต่ชอบเลยค่ะ นาโอะลองชิมรสชาติน้ำซุปเปล่าๆ มันก็ไม่ได้มีรสชาติพิเศษอะไรมากนะคะ ออกจืดๆ ด้วยซ้ำ แต่พอราดลงไปบนข้าวหน้าไก่แล้ว มันทำให้น้ำซุปรสชาติกลมกล่อมขึ้นมาทันที แถมส่วนประกอบทุกอย่างในชามก็ลงตัวกันสุดๆ นาโอะชอบมาก

คุณผู้ชายสั่งข้าวปลากระพงซอสมิโสะงา คุณผู้ชายให้นาโอะลองชิม เฮ้ยยย มันดีงามมาก รสชาติมันดีมากค่ะ เนื่องจากเค้าหั่นปลากระพงมาเป็นชิ้นบางๆ พอเราราดน้ำซุปร้อนๆ ลงไป ปลาก็สุกกำลังดี นิ่ม อร่อย ซอสมิโสะงาทำให้รสชาติของน้ำซุปเข้มข้น ส่วนเคจังสั่งปลาแซลม่อนกับอิคุระค่ะ พอดีไม่ได้นั่งทานโต๊ะเดียวกัน เลยไม่สามารถแอบชิมของเคจังได้ เคจังบอกว่าก็อร่อยอยู่ค่ะ (แต่ส่วนตัวนาโอะจะไม่ชอบทานอิคุระที่ราดน้ำซุปลงไปนะคะ เพราะไข่มันจะสุก แล้วมันไม่อร่อยเหมือนทานแบบดิบค่ะ)

ข้าวแซลม่อนกับอิคุระ

เนื่องจากชิมเมนูของคุณผู้ชายไปครั้งแรกแล้วติดใจ ครั้งที่ 2 ที่ไปทานร้านนี้ นาโอะเลยสั่งข้าวปลากระพงซอสมิโสะมาทานเองบ้างค่ะ ส่วนคุณผู้ชายสั่งข้าวหน้าปลาบุรีแทน เมนูข้าวหน้าปลาบุรีเป็นเมนูพิเศษเฉพาะช่วงนะคะ แต่คุณผู้ชายบอกว่า ข้าวหน้าปลาบุรีอร่อยสู้ปลากระพงไม่ได้ค่ะ เนื่องจากซอสมิโสะงานั่นเอง

ข้าวหน้าปลาบุรี

ข้าวปลากระพงซอสมิโสะงา

ราดลงไปบนข้าวก่อนเทน้ำซุป

ความพิเศษอีกอย่างของเมนูข้าวปลากระพงซอสมิโสะงาคือ เค้าจะแยกปลากับซอสมิโสะงาออกจากข้าวค่ะ แล้วให้เราเทลงบนข้าวเองก่อนเทน้ำซุป (สร้างกิจกรรมให้เรานั่นเอง) จริงๆ คือไม่อยากให้ซอสมันลงไปกองอยู่ข้างล่างนานๆ มากกว่าค่ะ

ร้านนี้จะเป็นอีกร้านนึงในลิสต์ของนาโอะ ที่จะต้องไปทานทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่นค่ะ (ในลิสต์มีแค่ร้าน Ippudo) เพราะฉะนั้นนาโอะอยากชักชวนให้คุณผู้อ่านไปลองทานกันดูค่ะ รสชาติมันอาจจะไม่จัดจ้านเหมือนข้าวต้มบ้านเรา แต่ก็อร่อยเบาๆ ดีค่ะ

เนื่องจากร้านนี้มีสาขาเยอะ นาโอะแนะนำให้ลองเข้าไปดูในเวบไซต์ของเค้าและใช้ Google Translate หาสาขาที่สะดวกสำหรับคุณผู้อ่านดูนะคะ เมืองที่มีสาขาของร้านนี้ได้แก่ Tokyo, Shizuoka, Kyoto, Osaka ค่ะ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Tuesday, 3 February 2015

Imaiya Honten 今井屋本店

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน

นาโอะเพิ่งสังเกตตัวเองว่า 4 เอนทรี่ผ่านมาของนาโอะล้วนแต่เป็นการรีวิวร้านของหวาน ขนาดเอนทรี่ที่ไปแจมกับพิมมิยะก็เป็นของหวาน จริงๆ มีร้านอาหารอีกหลายร้านที่อยู่ในคิว แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้รีวิวแต่ของหวานก่อน อิอิ เอนทรี่นี้นาโอะจะพาไปลองอาหารง่ายๆ สไตล์แม่ลูก เป็นร้าน Oyakodon ชื่อดังย่านชินจุกุกันค่ะ ร้านนี้มีชื่อว่า Imaiya Honten ร้านนี้มีหลายสาขาทั่วญี่ปุ่นค่ะ  








จะสังเกตได้จากเมนูว่า เมนูอาหารทั้งหมดเป็นไก่ ไม่ว่าจะเป็น โอยาโกะด้ง (ข้าวหน้าไก่) , ไก่ทอด หรือ ยากิโทริ (ไก่ย่าง) จริงๆ มียากิโทริอื่นๆ ขายด้วยค่ะ แต่รอบนี้นาโอะไม่ได้ลอง

และแน่นอนค่ะ โอยาโกะด้งเค้าดัง เราก็ต้องสั่ง ไปกัน 4 คนสั่งโอยาโกะด้งไปซะ 3 คน โอยาโกะด้งเค้ารสชาติดีมากค่ะ น้ำซุปที่ใช้ทำรสชาตินุ่มนวลมากค่ะ ไก่ก็นุ่มกำลังดี สรุปว่าเป็นโอยาโกะด้งที่อร่อยมากค่ะ โอยาโกะด้งเป็นเมนูโปรดของนาโอะ ถ้าไปทานร้านไหนมีเมนูนี้ก็จะสั่งตลอดค่ะ นาโอะคอนเฟิร์มว่า โอยาโกะด้งร้านนี้อร่อยจริง ไม่ได้โม้ ส่วนไก่ทอด (จริงๆ มันน่าจะเป็นการทอดแล้วเอาไปอบอีกรอบ ในเมนูเขียนว่า Grilled HINAI Chicken Thigh) ที่คุณผู้ชายสั่ง หนังกรอบเนื้อนุ่มมากๆ ค่ะ มีเมนูทานเล่น 2 จานที่สั่งเพิ่มคือ ไก่ทอด (Fried HINAI Chicken Thigh) อันนี้เนื้อด้านไปหน่อยค่ะ ไม่แนะนำ อีกจานคือซุปไก่เข้มข้น คือ มันเข้มข้นมาก รสชาติเกือบใกล้เคียงซุปไก่สลัดเลยทีเดียว

ไก่ทอด ด้านไปนิดค่ะ

ไก่อบ หนังกรอบเนื้อนุ่มมาก

โอยาโกะด้งจานหลัก

ซุปไก่เข้มข้น

ถึงร้านนี้จะมีหลายสาขาแต่นาโอะสารภาพว่าหาเวบไซต์ที่รวบรวมสาขามาให้คุณผู้อ่านไม่เจอจริงๆ ค่ะ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ยังไงถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสไปแถวชินจุกุ ลองแวะไปชิมกันนะคะ

Shinjuku Imaiya Honten
Lunch 11:30 - 14:30
Dinner 17:00 - 12:00




แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Tuesday, 12 November 2013

Tameiken (たいめいけん)



หนีหนาวจากฝั่งยุโรปมาหนาวแถวเอเชียต่อดีกว่า วันนี้พีจะพาไปชิมข้าวห่อไข่ที่พีหมายตามาสองปีได้แล้ว ร้านนี้ชื่อ たいめいけん - Tameiken  ร้านนี้นอกจากจะมีสาขาใหญ่แล้วก็มีร้านเป็นเหมือนเคาท์เตอร์เล็กๆตามห้างใหญ่ๆ อย่างเซบุ อิเคบุคุโระ, ทาคาชิมายะ ชินจูกุ แต่วันนี้ที่จะพาไปชิมคือสาขาแม่ตั้งอยู่ที่แถวNihonbashi เหตุผลเพราะเมนูที่อยากชิมไม่มีขายที่ร้านเคาท์เตอร์ค่ะ



ร้านเปิด 11 โมง พีไปถึง11.10 น. เดินเข้าไป เดี๋ยวนะ คนพวกนี้เค้ามาจากไหนกันค่ะ เค้านั่งกันเต็มร้าน ได้อาหารแล้วด้วย บางคนเหมือนพนักงานบริษัท เค้าพักเที่ยงกันแล้วหรอ ไวมาก ก้มหน้าหันมาอีกที นั่งกันเต็มร้านเลย จุดนี้ต้องขอบอกว่าเป็นเคล็ดลับการไปกินข้าวที่ญี่ปุ่นเลย คือเลี่ยงพักเที่ยงได้จะดีมาก ต้องกินก่อนหรือหลังเท่านั้นจริงๆ แล้วถ้าเป็นร้านดัง ควรไปตั้งแต่เปิดร้านเท่านั้นจริงๆค่ะ



ไม่พูดพร่ำทำเพลงบอกคุณป้าที่รับออเดอร์ว่า ขอ"ทันโปโปะออมไรซ์" (タンポポオムライス) ที่หนึ่งคะ เนื่องจากเป็นเซทกลางวัน คุณป้าก็จะให้เลือกว่าระหว่างโคลสลอว์ กับซุปบอร์ช (ซุปบีทรูทสไตล์รัสเซีย) จะรับอะไรดี พีก็เลือกเป็นโคลสลอว์มา คุณป้าก็หยิบโคลสลอว์ที่ทำใส่ตู้แช่ไว้ออกมาเสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศ ขอบอกว่าโคลสลอว์อันนี้เป็นสไตล์ออริจินัลจริงๆ เพราะใส่วินิการ์กับกะหล่ำปลีเท่านั้น ไม่มีมายองเนสแบบโคลสลอว์สไตล์KFCนะคะ รสชาติสดชื่นมาก

นั่งซักแป๊ป แอบดูโต๊ะข้างๆเค้าสั่งอาหารไป เมนดิชของเราก็มา

ทันโปโปะออมไรซ์


เป็นข้าวห่อไข่แบบฟูๆ กรีดไข่ออกมาแล้วแบบลาวาไหล อันนี้ต้องแอบขโมยรูปจากเวบมาให้ดูเพราะรูปของพี...ไม่ได้ถ่ายมา ฮ่า เห็นแล้วตื่นเต้น เลยกินไปซะก่อน ข้าวที่โดนโปะมาเป็นข้าวผัดไก่ค่ะ รสอ่อนๆ ต้องราดซอสมะเขือเทศที่เค้าให้มา หอมเนยมาก พอตักเข้าปาก (แต่ขอบอกว่า กินมากๆก็แอบเลี่ยนได้ ดังนั้น โคลสลอว์ที่เราสั่งมาคู่กันนี่แหละค่ะ เข้ามาช่วยชีวิตไว้) ดูจานไม่ใหญ่แต่อิ่มเอาเรื่องนะคะ  เมนูอื่นๆในร้านก็ดูน่ากิน เห็นคนสั่งราเมงเยอะมาก ทั้งๆที่ไม่ใช่ร้านราเมงเลยคิดว่า สงสัยต้องกลับมาซ้ำ อีกอย่างที่อร่อยก็ฮายาชิไรซ์ที่พีเคยกินที่สาขาเซบุ อิเคะบุคุโระ (อ่านรีวิวได้ที่นี่)

ร้านนี้มาง่ายมากที่สุด (แต่ทางออกจะงงนิดนึง) ลงรถไฟใต้ดินสถานีNihonbashi ออกทางออกC2  ค่ะ โผล่ออกมาจะเป็นถนนใหญ่และมีซอยทางซ้าย เราเลี้ยวเข้าซอย ฝั่งตรงข้ามจะเห็นร้านTameiken เลยแบบรูปด้านบนเลยค่ะ ใครไปแถวนั้น อย่าลืมแวะไปชิมนะคะ

Tameiken (たいめいけん)
Nihonbashi, Tokyo
Website: http://www.taimeiken.co.jp/



View Larger Map

Tuesday, 22 October 2013

Irifune Sushi (入船寿司)



เอนทรี่นี้พีจะพาไปร้านไฮไลท์ของทริปนี้เลย ด้วยความที่ต้องไปแถวJiyugaoka พีก็ลองเสิร์ชๆหาร้านอาหารแถวนั้น ก็เจอร้านIrifune Sushi ที่เดินไม่ไกลจากสถานี Jiyugaokaสักเท่าไหร่ ร้านนี้tabelogให้คะแนน 3.6 ส่วนเรทติ้งที่อื่นได้ 4.5 จาก 5 คิดแล้วว่าต้องไม่ธรรมดา ประมวลจากรูปภาพและรีวิว คนจะสั่งโอโทโร่อะบุริด้ง (Otoro Aburi Don - 大トロのあぶり丼) หรือข้าวหน้าโอโทโร่ลนไฟ เห็นแล้ว คนรักโอโทโร่ก็คิดว่าทริปนี้เราจะไม่พลาดเด็ดขาด


ด้วยความที่ไปซิ่งแถวอื่นมาก่อน กะว่าให้ซาหลังเที่ยงสักหน่อย (ญี่ปุ่นตอนเที่ยงนี่ คิวกินข้าวโหดมากจริงๆ ถ้าไม่กินก่อนก็ต้องกินหลัง) พีเลยไปถึงบ่ายสองกว่า ปรากฎว่า ไม่มีใครเลย โผล่หน้าเข้าไป เจอเจ้าของร้านกำลังเตรียมปลาอยู่ ยังต้องถามว่า นี่เปิดรึเปล่า เค้าก็เชิญเลย สั่งไปเสร็จสรรพ แล้วก็นั่งรออาหาร


เสน่ห์ของการมากินซูชิแล้วนั่งเคาท์เตอร์คือการได้ดูเชฟเตรียมอาหารและพูดคุยกัน คุณพ่อเจ้าของร้านก็แบบชวนคุย เราก็เลยต้องสปีคญี่ปุ่นกระท่อนกระแท่นไปว่ามาจากเมืองไทย เห็นร้านในเวบก็อยากมามากๆ คุณพ่อก็แบบดีใจขอบคุณที่มา แล้วก็เอาปลามาให้ชม จากรูปข้างบน โอโทโร่ อยู่ด้านซ้าย มากุโร่อยู่ด้านขวา ตรงกลางน่าจะเป็นชูโทโร่ แล้วคุณพ่อก็บอกว่า "Otoro Number 1!" พร้อมโชว์นิ้วโป้ง เชื่อค่ะคุณพ่อว่าโอโทโร่เนี่ย เยี่ยมจริงอะไรจริง ฮ่า หลังจากนั้นคุณพ่อก็แล่ปลาแล้วก็ส่งไปลนไฟหลังร้าน



ก่อนจานหลักมา ของเรียกน้ำย่อยก็มาก่อน เป็นแซลม่อนต้มซีอิ้วแช่เย็น คนไทยอาจจะฝืนความรู้สึกนิดนึง ของแบบนี้มากินเย็นๆน้ำกลายเหมือนเป็นเยลลี่ได้ยังไง แต่ว่า อร่อยมากเลย ยิ่งเดินเหงื่อซึมมา อร่อย ไม่เค็มไป กำลังพอดี (แต่คิดว่าถ้ากินตอนร้อน คนชอบเค็มแบบพีต้องว่ามันจืดไปแน่ๆ เพราะส่วนมาก เวลาเย็นแล้วอาหารมักจะเค็มขึ้น)

ละเลียดซักพัก จานหลักก็มา



ขอบอกว่าตอนเค้ายกโอโทโร่ลนไฟมา ก่อนจัดลงจาน กลิ่นหอมมาก หอมเหมือนเนื้อย่างเลย สีก็เหมือน  พอจะลงมือจัดการ คุณพ่อก็บอกว่าไม่ต้องใส่ซอสนะจ๊ะ เพราะที่ลนไฟมาจะมีพรำๆซอสมาแล้ว ไอ้เราตอนแรกก็แบบจะดีหรอ ไม่จืดหรอ แต่เอาก็เอา เจ้าของร้านบอกก็ต้องเชื่อ ปรากฎว่า อร่อยมากกกกก ลงตัวสุดๆ ผิวด้านนอกดูสุกแต่พอกัดเข้าไป เนื้อข้างในยังเป็นสีชมพูอ่อนสไตล์โอโทโร่อยู่เลย เนื้อนุ่มละลายในปาก คุณพ่อแล่หนาพอดีไม่ได้บางเฉียบอย่างที่เห็นในซุปเปอร์ฯ สุดยอดมากจริงๆ คุ้มค่ากับค่าเสียหายมาก (เอาไว้ตอนท้าย เพราะเดี๋ยวรู้ก่อนจะไม่เซอร์ไพรซ์) แบบของดีมันเป็นอย่างงี้นี่เอง แล้วจะบอกเลยว่า เหมือนจะน้อย แต่เยอะมาก เชื่อเถอะค่ะว่าเยอะ คนกินจุแบบพีการรันตีเลยว่า พอกินไปสัก1ใน4ของชามแล้วยังแอบเหนื่อย ถือว่าคุ้มและอิ่มมาก กินแนมไปกับเครื่องเคียงที่มากับจานหลัก ได้แก่ผักดอง ไข่หวาน และซุปหอยกาบ นับว่าเป็นมื้อที่อิ่มเอมใจ ยิ่งตอนทานเสร็จจ่ายตังค์แล้วบอกคุณพ่อว่า อร่อยมาก คนทำก็ดีใจคนกินก็ดีใจ กว่าจะออกจากร้านได้โค้งกันแล้วโค้งกันอีก นี่แหละญี่ปุ่นของจริง ฮ่า

มาถึงค่าเสียหาย 10,500เยนค่ะ (รวมแทกซ์แล้ว แต่คิดว่าหลังจากนี้ราคาจะขึ้นเป็น 10,800 เยน เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่นปรับขึ้นจาก 5% เป็น 8%แล้ว) ราคาอาจจะดูโหดไปมาก แต่ขอบอกว่ามันคุ้มจริงๆ ถ้าใครว่าราคาสูงไป อาจจะลองเป็นมากุโร่อะบุริด้งที่ราคาย่อมเยาว์ลง หรือจะเป็นแบบที่ไม่ลนไฟ หรือเป็นซูชิอื่นก็มี เท่าที่ดู ของเค้าสดใหม่ น่ากินไปหมด สำหรับพีร้านนี้ highly recommended และจะกลับไปซ้ำแน่นอน

ร้านนี้ไปไม่ยาก ร้านอยู่ใกล้สถานีOkusawaมาก เดินออกจากสถานีหันซ้ายเดินตรงไปถึงเลย แต่ว่าสถานีOkusawaสายรถไฟที่ผ่านอาจจะไม่หลากหลายเท่าสถานีJiyugaoka ถ้ามาจากสถานีJiyugaoka ออก South Exit แล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปจนเจอถนนใหญ่ที่มองทางซ้ายจะเป็นทางรถไฟและที่กั้น เราเลี้ยวขวาค่ะ แล้วเดินตรงอย่างเดียว จนเจอสถานีOkusawaทางซ้ายมือ แล้วก็จะถึงร้าน

Irifune Sushi (入船寿司) 
Okusawa, Setagaya, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1317/A131711/13003244/



View Larger Map

Wednesday, 9 October 2013

Aoyama Flower Market TEA HOUSE

お久しぶりです!

รู้สึกเหมือนห่างหายไปนานมากเลยกับการอัพบล็อค (จริงๆแล้วก็เพราะไม่ได้ไปไหน + ขี้เกียจ) เลยมีแค่สองสาวนาโอะกับพิมมิยะรับช่วงกันเรื่อยมา อาทิตย์ก่อนได้ไปชาร์จแบตเพิ่มพลังชีวิตที่โตเกียวมาอาทิตย์นึง เลยพอจะมีร้านให้ได้รีวิวติดไม้ติดมือกับเค้ามาบ้าง เริ่มต้นที่ร้านแรกเลย Aoyama Flower Market TEA HOUSE

ถ้าใครมาญี่ปุ่นจะสังเกตุเห็นร้านขายดอกไม้ที่มีซุ้ม/ร้านตามห้างใหญ่ๆในโตเกียว(และแถบคันโต - แถบอื่นพีไม่แน่ใจเท่าไหร่) ชื่อ Aoyama Flower Market เรียกว่าเป็นร้านดอกไม้เชนใหญ่ที่สุดเลยก็น่าจะไม่ผิด ร้านนี้แรกๆขายแต่ดอกไม้ แต่ตอนหลังหันมาจับตลาดคาเฟ่ด้วย โดยอาศัยเอกลักษณ์คือเปิดร้านคาเฟ่ในร้านดอกไม้ ให้บรรยากาศเหมือนนั่งจิบชาในสวนดอกไม้ โดยจะมีอยู่สองสาขาคือ ที่อาโอยาม่า (ร้านสาขาแม่) กับที่ห้าง Atre Kichijoji พีมีโอกาสใช้บริการที่สาขาในห้างAtre Kichijoji 




บรรยากาศในร้าน จะดูโปร่งๆ เอาดอกไม้ต้นไม้มาวาง จัดให้เหมือนเรานั่งในสวนเลย ที่นี่ดูโล่งโปร่ง เพราะเค้าจัดให้คนที่ไม่ได้ใช้บริการคาเฟ่เดินผ่านร้านไปมาได้ มันเลยเหมือนนั่งอยู่ริมถนน ดูผู้คนไปมา คั่นกลางระหว่างโต๊ะก็จะมีกระถางต้นไม้วางอยู่ ดอกไม้นี่เหมือนเค้าจะเวียนไปแต่ละอาทิตย์ ตอนที่พีไปจะเป็นดอกCosmos (ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเรียกว่าดอกอะไร ใครรู้บอกด้วยนะคะ)

ร้านนี้เป็นแบบสไตล์ญี่ปุ่นคือ เดินไปสั่งอาหารที่เคาท์เตอร์ จ่ายเงิน รับของหรือเดี๋ยวเค้าเอามาส่ง พีไปถึงบ่ายโมงกว่า หิวมากเลย ร้านนี้จริงๆเค้าไม่เน้นอาหารคาว แต่ว่าก็จะมีset lunch ขาย อย่างเช่น เซทสลัด เซทสตู หรือเซทครอกเมอร์ซิเออร์ โดยในเซทก็เลือกเครื่องดื่มได้ พีเลือกเป็นเซทสตูเนื้อ + Rose Soda


รับโซดากุหลาบมาจิบก่อน เท่าที่รู้ ร้านนี้ค่อนข้างจะดังเรื่องชากุหลาบ/โซดากุหลาบ รสชาติไม่หวานเลย หอมกลิ่นกุหลาบ ส่วนตัวแอบกังวลเล็กน้อยเพราะเคยเจอน้ำกลิ่นกุหลาบที่เหมือนกุหลาบทั้งสวนมาลง แต่อันนี้ขอบอกว่าสบายมาก


สตูเนื้อเสิร์ฟพร้อมขนมปัง


ราดครีมสดลงไป

นั่งชมร้านถ่ายรูปไปซักพัก พนง.ก็ยกสตูมาส่ง น่ารักมาก จานชามจัดมาลักษณะแบบมินิมัล สไตล์ญี่ปุ่นสุดๆ รสชาตินี่ไม่ต้องพูดถึง เข้มข้นอร่อยมาก ไม่ออกเปรี้ยวเกินไป กินคู่กับขนมปังแล้วแฮปปี้สุดๆ เห็นสาวๆญี่ปุ่นสั่งชาร้อนมาดื่มพักเท้าหลังจากชอปปิ้งกัน ก็หมายตาว่าถ้ากลับมาครั้งหน้าจะขอมาแก้มือชิมชาร้อนๆในบรรยากาศสวยๆแบบนี้อีกบ้าง เอาไว้คราวหน้าไปเยี่ยมชมสาขาแม่ดีกว่า

ใครที่รักดอกไม้แล้วมองหาอาหารกลางวันง่ายๆ หรือคาเฟ่ชิลด์ๆ ในย่านอาโอยาม่ากับคิชิโจจิ อย่าลืมมาลองร้านนี้ดูนะคะ

Aoyama Flower Market TEA HOUSE
Atre Kichijoji B1F
เปิด 10:00~21:00 

Website: http://www.afm-teahouse.com/



View Larger Map