Saturday, 31 March 2012

Matsuki Sushi 松喜すし

เนื่องด้วยช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมาพิมมิยะและนาโอะมีแผนจะไปเที่ยวเมืองน่ารักๆอย่าง Takayama และสิ่งสำคัญ (มาก) ที่เราจะต้องทำก็คือการหาร้านอร่อยของเมืองนี้ (เนื่องจากปากท้องเป็นเรื่องใหญ่^^") ซึ่งก็เป็นที่มาของเอนทรี่นี้ค่ะ ร้านที่กำลังจะพาไปชิมมีชื่อว่า Matsuki Sushi เป็นร้านซูชิที่คนญี่ปุ่นยกให้เป็นอันดับ 1 ของเมืองทาคายามะจากเว็บ r.tabelog ว้าววววว~ แล้วร้านนี้จะเด็ดดวงจริงอย่างที่คนญี่ปุ่นเค้าว่าไว้จริงรึเปล่า มามะๆ ตามพิมมิยะมาดูกันดีกว่านะคะ

ก่อนหน้านี้พิมมิยะเล่าให้นาโอะฟังว่าเพื่อนคนญี่ปุ่นบอกว่าซูชิที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นเป็นปลาที่จับได้จากทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ หาใช่ซูชิที่พวกเรากินแถวโตเกียว โอซาก้า หรือเซนไดซึ่งอยู่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นแต่เพียงอย่างใด นาโอะยังบอกว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่พวกเราจะได้ชิมซูชิของร้านนี้ เหตุเพราะตัวเมืองทาคายามะเองไม่อยู่ติดทะเล ร้านนี้ก็เลยสั่งปลามาจากเมือง Toyama และ Kanazawa ซึ่งอยู่ริมทะเลญี่ปุ่น (เรื่องที่ว่าซูชิของทะเลญี่ปุ่นอร่อยที่สุดเนี่ย พิมมิยะก็ยังสงสัยอยู่ จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้วที่ทำงานของพิมมิยะเชิญโปรเฟสเซอร์ชาวญี่ปุ่นมาสอน พอดีท่านมาจากเมือง Niigata ซึ่งอยู่ติดทะเลญี่ปุ่นเหมือนกัน พิมมิยะเลยถามโปรเฟสเซอร์ว่าจริงรึเปล่า สรุปคือคอนเฟิร์มว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ เพื่อนไม่ได้อำ ฮ่า~)

วันนั้นเราผิดจากแพลนที่วางไว้ไปนิดนึง จากเดิมที่ตั้งใจจะเที่ยวทาคายามะกันทั้งวันก็ดันตัดเหลือซะครึ่งวัน ทำให้เราต้องไปหม่ำซูชิที่ร้านนี้ในมื้อเย็นแทน วันที่ไปนั้นหิมะตกหนักมาก หนักขนาดที่ทำให้พิมมิยะมือแข็งซะจนเอากล้องออกมากดชัตเตอร์เพื่อชักภาพหน้าร้านไม่ไหวเลยทีเดียว ตอนที่เราไปถึงร้านเค้าเพิ่งเปิดรอบเย็นพอดี ตอนแรกเกือบอดกินเพราะไม่ได้โทร.ไปจองล่วงหน้าก่อน โชคดีที่คุณเจ้าของร้านเห็นว่าเราเป็นกะเหรี่ยงต่างชาติแถมยังมาแต่หัววัน เลยหาที่นั่งที่เคาน์เตอร์ให้พวกเราจนได้ค่ะ น่ารักจริงๆ




หลังจากพวกเรานั่งได้ไม่นานก็มีลูกค้าที่จองโต๊ะไว้มากันจนเต็มชั้นล่างของร้าน คุณเจ้าของซึ่งเป็นเชฟใหญ่ของร้านเป็นคนเทคแคร์พวกเรา ปล่อยให้ลูกน้องทำซูชิให้ลูกค้าคนอื่นๆ เค้าก็ชวนพวกเราคุยด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษของคุณพี่เค้าใช้ได้ดีพอควรเลยเมื่อเทียบกับร้านอาหารอื่นๆในญี่ปุ่น พอพวกเราบอกว่ามาจากเมืองไทย เค้าก็บอกว่าเค้าเคยมาเที่ยวภูเก็ต แถมยังยกมือไหว้พวกเราพร้อมกับพูดว่า “สวัสดีครับ” ด้วยอีกแน่ะ จากบรรยากาศหนาวๆก็ทำให้ภายในร้านนี้อบอุ่นขึ้นเป็นกองเลยค่ะ :D

คุณเจ้าของร้าน หน้าตาดีซะด้วยนะคะ อิอิ




ที่จริงแล้วพิมมิยะเล็งเมนูอาหารกลางวันของร้านนี้ไว้ เพราะดูจากในเว็บของร้านมันช่างน่าทานเสียนี่กระไร ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน ข้าวหน้าปลามากุโร ข้าวหน้าสเต็คเนื้อฮิดะ ฯลฯ ในราคาที่ไม่แพงมากอีกด้วย แถมร้านเค้ามีดีกรีเป็นถึงร้านซูชิอันดับ 1 ของเมืองนี่ก็รับประกันได้ชัวร์ว่าของเค้าต้องดีจริงแน่นอน แต่เนื่องจากเรามาทานมื้อเย็นกันแทน ก็เลยอดกินอาหารจำพวกด้งทั้งหลาย มีแต่เมนูซูชิให้เราเลือกเท่านั้นค่ะ ดูเมนูมื้อเย็นได้ในลิงค์นี้นะคะ http://www.matsuki-sushi.com/dinner.html




พิมมิยะเลือก Omakase course (ในเมนูภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า Variety course ค่ะ) ราคา 2,980 เยน เป็นเซตที่เชฟคัดเลือกจากของที่ดีที่สุดในร้านในวันนั้นค่ะ ในเซตมีซูชิทั้งหมด 12 คำ จริงๆแล้วในเมนูนี้ต้องมีซูชิเนื้อฮิดะ ของดังของเมืองทาคายามะด้วยนะคะ แต่ด้วยความที่พิมมิยะไม่ทานเนื้อก็เลยอด แง้~ ส่วนปลาหมึกก็ไม่ชอบกิน ทั้งๆที่คุณพี่เค้าพยายามโชว์ความสดของปลาหมึกร้านเค้าให้ดูด้วยการแล่แล้วปล่อยให้มันดิ้นดุ๊กดิ๊ก สุดท้ายพวกเราก็ยังเซย์โนอยู่ดี เพราะเท่าที่เคยทานมา ซูชิปลาหมึกจะเหนียวๆหน่อยอะค่ะ พิมมิยะกลัวฟันปลอมจะหลุด เลยไม่อยากกินเท่าไหร่ แฮ่~ (ที่จริงพอกลับมาก็นึกเสียดาย น่าจะลองดูว่าปลาหมึกของพี่เค้าจะอร่อยแค่ไหน ก็เล่นชี้ชวนชมซะขนาดนั้น) สุดท้ายคุณพี่เค้าเลยต้องหาซูชิอื่นๆมานำเสนอแทน




ไฮไลท์ของมื้อนั้นคือซูชิที่อยู่ข้างๆไข่ปลาแซลมอนค่ะ เรียกว่า Ankimo เป็นตับของปลาที่ชื่อว่า Anko (ส่วนคำว่า Kimo แปลว่าตับ) ขอบอกเลยว่าตับปลาอังโกะนี่อร่อยมว้ากกกกกก ให้รสสัมผัสที่นุ่มๆมันๆ ปกติแล้วเวลาเรากินตับปลา รสจะออกขมๆหน่อยใช่มั้ยคะ แต่นี่หารสขมไม่เจอเลยค่ะ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พวกเราได้ชิมอังคิโมะ ซึ่งคุณพี่เจ้าของบอกว่าปกติแล้วหากินยากมากเลยนะ (ลัคกี้~ :D) พอคุณเจ้าของเห็นพวกเรากรี๊ดกร๊าดถูกใจก็จัดแจงหั่นอังคิโมะเปล่าๆ รวมทั้งทำอังคิโมะซูชิอันจิ๋วๆแถมให้พวกเราอีก 6 อันด้วยนะคะ ใจดีจริงๆเลยน้า~

ตับปลาอังโกะคืออันขวามือของรูปค่ะ สงสัยจริงว่าตับใหญ่ขนาดนี้แล้วตัวปลาจะใหญ่ขนาดไหน ส่วนทางซ้ายคือ Hida beef ของดังของเมืองเค้า ซึ่งว่ากันว่าอร่อยสูสีกับเนื้อวากิวทั้งหลายเลยทีเดียว




ส่วนอีกชิ้นที่เป็นไฮไลท์คืออันที่ถัดจากอังคิโมะค่ะ เป็นกุ้งที่คุณพี่เจ้าของเค้าภูมิใจนำเสนอสุดๆ เป็นกุ้งขาวพันธุ์ดีที่จับได้จาก Toyama หากินยากอีกเหมือนกัน เนื้อกุ้งหวานมากเลย อร่อยสมกับที่เค้าโฆษณาไว้จริงๆ




Ootoro เห็นไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อนเลยทีเดียว อร่อยเริ่ดมากค่า~




Salmon อร่อยค่ะ (แต่ยังเป็นรองเอนโดซูชิอยู่นะ)




Anago ของร้านนี้ก็อร่อย




ไข่ปลา Herring พิมมิยะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ไม่ว่าจะไปทานที่ร้านไหนก็ตาม




ไข่หวานพร้อมขิงดองของร้านนี้ก็รสชาติดีมากเลยนะคะ




ซุปปูววววว์ อร่อยอีกเหมือนกัน




Hida beef steak กระทะนี้มากับเซต Shogun course ของเอสซังค่ะ ฮีบอกว่าทางร้านทำสุกไปนิดนึงเลยไม่นุ่มอย่างที่ฝันไว้ แต่ซูชิเนื้อฮิดะเวอร์ชั่นดิบนี่สุดยอดมากค่ะ (พิมมิยะก็แอบเสียดายที่กินไม่ได้ ฮือๆๆ)




ตบท้ายด้วยของหวานล้างปากที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ พิมมิยะกับนาโอะได้เป็นไอศครีมหนึ่งลูก ส่วนเซต Shogun course ของเอสซังได้พุดดิ้งด้วย ไม่รู้รสชาติเป็นไงเหมือนกัน
หลังจากจัดการอาหารทั้งหมดลงท้องเป็นที่เรียบร้อย คุณเจ้าของร้านก็เตือนลูกน้องให้เอาของที่ระลึกมาให้พวกเราเลือกคนละ 1 ชิ้นด้วยค่ะ เข้าใจว่าน่าจะเป็นของกำนัลจากทางร้านเนื่องในโอกาสปีใหม่ เพราะเห็นเค้าแจกลูกค้าคนอื่นๆในร้านด้วย พิมมิยะเลือกถ้วยชาลายกระต่ายมาใบนึง น่ารักเชียว




ก่อนจะกลับก็ต้องร่ำลากันเป็นพิธี คุณเจ้าของก็ยังพูด “ขอบคุณครับ” เป็นภาษาไทยอีก ทำเอาพวกเรายิ้มไม่หุบเลยทีเดียว น่ารักตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆค่ะ เค้าเดินมาส่งพวกเราที่หน้าร้านด้วย พิมมิยะเลยหันกลับไปบอกเค้าว่า แล้วจะมาใหม่นะคะ (ตอนที่พูดตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ แต่คงอีกหลายปีเลยค่ะกว่าจะได้กลับไปอีก T^T)

ร้าน Matsuki Sushi ออกจากสถานี JR Takayama เลี้ยวซ้าย เดินผ่านหน้า Nohi Bus Center ไปแล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกไฟแดง เดินตรงไปเรื่อยๆอีก 2 ไฟแดงแล้วเลี้ยวซ้าย หลังจากนั้นเลี้ยวขวาที่ซอยแรก ร้านอยู่ทางซ้ายมือ ป้ายหน้าร้านเขียนเหมือนซองตะเกียบในรูปด้านบนนะคะ





พิมมิยะขอเชียร์ร้านนี้สุดใจขาดดิ้นจริงๆ ถือเป็นร้านที่พิมมิยะประทับใจมากที่สุดในญี่ปุ่นเลย แน่นอนว่าความประทับใจไม่ได้อยู่แค่ความสดและรสชาติของอาหารเท่านั้น บรรยากาศก็ยังอบอุ่นเป็นกันเองอีกด้วยค่ะ ก็ได้แต่หวังว่าตัวเองจะมีโอกาสได้กลับไปเยือนเมืองน่ารักอย่าง Takayama รวมทั้งร้าน Matsuki Sushi อีก แต่ตอนนี้ก็คงต้องฝากคุณผู้อ่านไปเยี่ยมเยียนร้านเค้าแทนไปก่อนนะคะ :D

ピム宮 ~ pimmiya

แถมท้าย ร้านนี้เค้ามีคูปองให้ปรินท์จากเว็บร้านด้วย ลูกค้าจะได้สาเกฮิดะหรือไม่ก็ซุปปูเป็นของแถมค่ะ

Tuesday, 27 March 2012

Umegaoka Sushi no Midori 梅丘寿司の美登利

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน วันนี้พิมมิยะเพิ่งเคลียร์งานเสร็จไปอีกชิ้นนึง เลยนึกครึ้มอกครึ้มใจนั่งดูรูปของกินแก้เครียด พอดูแล้วก็หายเหนื่อยไปได้หน่อยนึง อิอิ.. ก็เลยจัดการลงมือเขียนบล็อกอีกซักเอนทรี่ซะเลย ครั้งนี้จะพาไปชิมซูชิร้านดังที่คนไทยรู้จักในนามมิโดริซูชิ ซึ่งคนญี่ปุ่นเค้ารู้จักในชื่อ Sushi no Midori ค่ะ

สาขาแรกของร้านนี้อยู่ที่ย่าน Umegaoka ในโตเกียว ซึ่งพิมมิยะยังไม่มีโอกาสแวะไปแถวนั้น (ไม่เหมือนพี รายนั้นเค้าไปสำรวจแถวนั้นจนปรุแล้ว) ก็เลยไปชิมที่สาขาที่ชั้น B1 ของห้าง Atre ที่สถานี JR Kichijoji แทน พอดีว่าวันนั้นพิมมิยะไปซื้อของแถวย่าน Kichijoji ซึ่งเป็นย่านนึงในโตเกียวที่มีของเก๋ๆให้เลือกชมและช้อปมากมาย ถือเป็นอีกย่านที่พิมมิยะชอบมากๆค่ะ คนไม่ค่อยเยอะ เราก็เดินชิลด์ๆชมนู่นชมนี่ได้ ไม่เหมือนบางย่าน เดินแล้วปวดเฮด

ครั้งนั้นสั่งเซตแนะนำของทางร้าน ราคา 2,625 เยน คุ้มสุดๆไปเลย เพราะมีทั้ง Ootoro, Chuutoro, Uni, Ikura, Botan ebi, Anago, Kanpachi ฯลฯ แล้วก็มีอีกอย่างที่เป็นของโปรดของพิมมิยะ คือ Tsubugai เป็นหอยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่อไทยเรียกว่าอะไร แบบว่ามันกรุบกริบ แถมยังหวานมากๆอีกด้วยค่ะ คุณพี่เชฟเอาเกลือผสมอะไรสีดำๆซักอย่างมาโรย ตามด้วยบีบมะนาวใส่ไปนิดนึง เสริมให้รสหวานน้องหอยเด่นขึ้นกว่าเดิม อูยๆๆ อร่อยอย่าบอกใคร ปกติพิมมิยะปลื้มซูชิตระกูลหอยอยู่แล้ว พอมาเจอคำนี้เข้าเล่นเอาฝันหวานไปเลย




ส่วนอีกอย่างที่อร่อยขั้นเทพก็คือ Anago ร้านนี้เค้าคัดเลือกปลาไหลทะเลคุณภาพดี เนื้อมันๆนิดนึง แต่ก็ไม่เลี่ยนจนเกินไป เอามาย่างให้มีกลิ่นเกรียมๆแต่พองาม ทาด้วยซอสสูตรอร่อยของทางร้าน สุดยอดมากเลยค่ะ พิมมิยะโหวตให้อานาโกะของร้านนี้เยี่ยมยอดที่สุดในบรรดาร้านซูชิทั้งหมดที่เคยทานมาเลยนะคะ

Ootoro เห็นไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อปลาได้อย่างชัดเจน น่าเขมือบจริงจริ๊ง




Uni ของร้านนี้ก็สดอร่อย




Botan ebi กุ้งเนื้อหวานๆที่คุณเชฟเก็บเอาส่วนหัวมาใส่ถ้วยให้เราได้ชิมมันกุ้งด้วยค่ะ ดีจริงๆเลยเนอะ :D





Ikura เม็ดใสปิ๊ง รสชาติกำลังดี





สลัดมันปู มากับในเซต ด้านบนเป็นมันปู ข้างล่างมีเนื้อปูกับผักกาดแก้ว อร่อยมากค่ะ พิมมิยะปลื้มมากเพราะปกติเป็นคนชอบทานมันปูอยู่แล้ว





นอกจากสลัดมันปูแล้ว ในเซตนี้ยังมีเครื่องเคียงอย่างอื่นคือซุปเต้าเจี้ยวกับไข่ตุ๋น ซึ่งก็อร่อยอีกเหมือนกัน แล้วก็แถมขนมหวานเป็นเค้กชิ้นจิ๋วๆมาให้ล้างปากอีกด้วย แต่เค้กของร้านนี้งั้นๆอะค่ะ (แหงล่ะ ก็ไม่ใช่ร้านขนมนี่เนอะ)

รอบแรกที่ไปสาขา Kichijoji เนี่ย พิมมิยะประทับใจมาก เพราะซูชิของเค้าอร่อย ราคาก็มิตรภาพ ส่วนคุณพี่เชฟก็ใจดี๊ดี เห็นพิมมิยะงัดกล้องออกมาถ่ายแทบจะทุกช็อตเลยอาสาถ่ายรูปพิมมิยะคู่กับซูชิเซตให้ด้วย (แต่รูปนั้นพิมมิยะขออนุญาตเซนเซอร์นะคะ เกรงคุณผู้อ่านจะจับไข้ ฮ่า~)

ส่วนรอบที่ 2 พิมมิยะไปพร้อมกับนาโอะที่สาขา Shibuya Mark City ค่ะ

หน้าร้าน (เอื้อเฟื้อภาพโดย Nao) คิวยาวสุดๆ กะเหรี่ยงอย่างเราก็อดทนรอกะเค้าไป คิวก่อนหน้าพวกเราเป็นคนจีนค่ะ ปริ๊นท์โพยพร้อมแผนที่ร้านมาอย่างดีเลย ของเค้าดังจริงอะไรจริงนะ อิอิ





เมนูก็ละลานตาเหมือนเคย ทำเอาเลือกเกือบไม่ถูก ^^" มีภาษาอังกฤษให้ด้วยนะคะ





สุดท้ายก็สั่งเซตนี้มาค่ะ 2,100 เยน มีซูชิปูมาขานึงด้วย ชอบๆๆ แล้วก็แถมสลัดมันปูกับไข่ตุ๋นเหมือนเคย ตินิดนึงตรงที่ให้สลัดมันปูน้อยกว่าสาขา Kichijoji นะคะ ส่วนรสชาติของซูชิก็อร่อยเหมือนกับที่สาขา Kichijoji ค่ะ





เซตนี้ของนาโอะ คุณเธอกระซิบว่าซาบะดองของร้านนี้อร่อยมว้ากกกกก พิมมิยะก็อยากชิมบ้างน้า~ รู้งี้แย่งนาโอะกินดีกว่า ฮี่ๆ


สาขา Kichijoji: ชั้น B1 ตึก Atre สถานี JR Kichijoji สาขานี้มีเซตพิเศษช่วงมื้อกลางวันด้วยนะคะ เชิญชมได้ในเว็บของสาขานี้

สาขา Shibuya: ชั้น 4 ตึก Shibuya Mark City ฝั่ง East (ตึกที่มีสถานีรถไฟ Keio Inokashira Line) ข้างสถานี JR Shibuya

ส่วนสาขาอื่นๆก็มีที่ Ginza, Akasaka, Tamagawa ฯลฯ ดูได้ในเว็บไซต์ Sushi no Midori ค่ะ
สำหรับความประทับใจของร้านนี้ พิมมิยะชอบมากตรงที่ Anago ของเค้าอร่อยสุดยอดจริงๆ อีกอย่างก็คือสลัดมันปู แถมคุณภาพยังคุ้มกับราคาที่จ่ายไปด้วย ราคาซูชิของร้านนี้นับว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับร้านอื่น ฉะนั้นถ้ามีโอกาส สมควรบรรจุร้านนี้ไว้ในโปรแกรมเยี่ยมชมโตเกียวนะคะ :D

ピム宮 ~ pimmiya

Credit: Nao สำหรับรูปหน้าร้าน แต๊งหลายจ้า

Wednesday, 21 March 2012

Hanamaru 花まる

สวัสดีค่ะ พิมมิยะมารายงานตัวอีกแล้ว ครั้งนี้จะพาคุณผู้อ่านกลับไปที่เกาะฮอคไกโดกันอีกรอบ ที่นั่นได้ชื่อว่าเป็นครัวของประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าเกาะนี้เป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นเลิศ โดยเฉพาะอาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากนม รวมทั้งพืชผักทั้งหลาย

ร้านที่จะพาคุณผู้อ่านไปเยี่ยมในครั้งนี้ชื่อ Hanamaru เป็นร้าน Kaiten sushi หรือซูชิสายพานนั่นเองค่ะ มีหลายสาขาบนเกาะฮอคไกโด สาขาที่ไปชิมมาก็คือสาขาที่ชั้น 7 Stellar Place ของสถานี JR Sapporo ร้านนี้เพื่อนสมัยมัธยมของพิมมิยะที่มาเรียนต่อที่ซัปโปโรเป็นคนแนะนำค่ะ แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ทริปนั้นพิมมิยะล่วงหน้าไปรอพีกับนาโอะที่ซัปโปโร เลยมีโอกาสหนีเพื่อนไปหม่ำซูชิอร่อยๆที่ร้านนี้ซะ 2 รอบ อิอิ ไว้คราวหน้าไปด้วยกันนะจ๊ะ :P

ต้องขอบอกว่า..นี่เป็นร้านซูชิสายพานที่พิมมิยะชอบมากที่สุดในญี่ปุ่น!! ปกติพิมมิยะไม่โปรดซูชิสายพานซักเท่าไหร่ คงเป็นเพราะเคยเจอแต่ร้านไม่อร่อย เลยทานทีไรก็ไม่เคยถูกใจ มาโดนเข้าจังๆที่ร้านนี้แหละค่ะ (ที่จริงอาจจะมีร้านที่อร่อยกว่าร้านนี้ก็ได้ แต่พิมมิยะยังไปไม่ถึงค่ะ ฮ่า~) ราคาก็จัดว่าไม่แพง สำหรับพิมมิยะแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีร้านซูชิสายพานร้านไหนมาล้มแชมป์ร้านนี้ได้เลยนะคะ

หน้าร้าน สาขา Stellar Place คิวยาวเหยียด




ซูชิจะเสิร์ฟในจาน แล้ววางไว้บนสายพานที่วนไปเรื่อยๆให้ลูกค้าหยิบมารับประทาน ราคาก็คิดตามสีของจาน นอกจากซูชิแล้วก็ยังมีอาหารอื่นๆ อย่างเช่นไก่ทอดคะระอะเกะ และขนมหวานด้วยนะคะ แต่ถ้าเป็นซูชิที่แพงหน่อย อย่างพวกโทโร่ ไข่หอยเม่น ฯลฯ ต้องเขียนออร์เดอร์ในกระดาษแล้วส่งให้เชฟ หรือไม่ก็สั่งปากเปล่าเอาก็ได้ค่ะ




จานนี้ของโปรดค่ะ ไปร้านไหนก็ต้องทาน Hotate (หอยเชลล์)




Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) อันนี้ก็โปรด พิมมิยะชอบเวลากัดแล้วไข่ปลาแตกโพละอยู่ในปาก หอม มัน สะใจอย่าบอกใคร ยิ่งของร้านนี้รสชาติกำลังดีเลย ไม่เค็มจนเกินไป




แต่อันนี้โปรดที่สุด Uni (ไข่หอยเม่น) ร้านนี้สีเหลืองนวลๆ ดูนุ่มๆฟูๆน่าทานมว้ากกกกค่ะ สดสุดๆ อร่อยจังเลยน้า~


Aburi salmon (แซลมอนลนไฟ) กึ่งสุกกึ่งดิบ อร่อยอีกแล้วค่ะ




Tamagoyaki (ไข่หวานย่าง) ร้านนี้ทำได้หน้าตาสวยงามน่าหม่ำมาก รสชาติก็ดี ไม่หวานจนเกินไป




Anago (ปลาไหลทะเล)




Zuwaikani (ปูสึไว) หวานอร่อย ถ้าอยากจะรับประทานปูที่ฮอคไกโด แนะนำให้รับประทานตามร้านซูชิ หรือไม่ก็ภัตตาคารปูเลยจะดีกว่า ไม่แนะนำให้รับประทานตามร้านบุฟเฟต์ปู ส่วนปูอีกอย่างที่อร่อยสุดๆ คือปูทาราบะ (Tarabakani) แต่แพงกว่าปูสึไวอยู่พอสมควร




Hamachi (ปลาฮามาจิ) มันกำลังดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป




Kanimiso (มันปู) ของโปรดอีกอย่างของพิมมิยะ




ตบท้ายด้วย Torigai (หอยปีกนก) อันนี้เวอร์ชั่นสดๆ อร่อยจริงๆ ที่ขายในบ้านเราจะเป็นแบบต้มสุกมาแล้ว ซึ่งสู้แบบสดไม่ได้เลยนะคะ เอนทรี่นี้คุณผู้อ่านอาจจะเห็นคำว่า "อร่อย" เยอะเป็นพิเศษ ฮี่ๆ แต่ของเค้าอร่อยจริงๆน้า~




ส่วนสาขาอื่นของร้านนี้ก็มีในซัปโปโรและเมืองอื่นในฮอคไกโด ลองเข้าไปดูในเว็บร้านเค้านะคะ แต่พิมมิยะว่าสาขา Stellar Place นี่แหละค่ะหาง่ายสุด

สรุปแล้วพิมมิยะให้คะแนนร้านนี้เรื่องคุณภาพของซูชิที่เทียบเท่าร้านแพงๆ แต่ราคามิตรภาพ ให้คะแนนจากไข่หอยเม่น ไข่ปลาแซลมอนที่อร่อยมากๆ พิมมิยะทานมื้อละ 6-7 จาน ราคาไม่ถึงพันห้าร้อยเยนเลยค่ะ แต่รอบนั้นพิมมิยะไม่ได้ลองชิมโทโร่ของเค้า ไม่รู้ว่าจะอร่อยแค่ไหน ถ้าได้มีโอกาสไปเยือนซัปโปโรอีกก็จะขอล้างตากับร้านนี้อีกชัวร์ๆค่ะ :D

pimmiya ~ ピム宮

Credit: เพื่อนเอ๋ย สำหรับการแนะนำให้รู้จักกับร้านนี้ スゲ~ おいしかったよ。

Sunday, 18 March 2012

Mui Kee Congee ~ 品妹記生滾粥

สวัสดีค่ะ เอนทรี่นี้จะพาคุณผู้อ่านไปทานโจ๊กฮ่องกงร้อนๆ กันค่ะ ร้านนี้อาจจะหายากนิดนึง แต่รับรองว่าไม่มีผิดหวังค่ะ นาโอะเป็นคนชอบทานโจ๊ก และไปทานมาหลายร้านแล้วในฮ่องกง ส่วนตัวคิดว่า ร้านนี้อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยทานโจ๊กฮ่องกงมาเลยค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ตลาดสด Fa Yuen Street (Fa Yuen Street Market) เป็นตลาดสดเหมือนกับตลาดสดบ้านเราค่ะ แต่ว่าเป็นตึกมีหลายชั้นหน่อย ร้านนี้ตั้งอยู่ชั้น 3 ค่ะ (แต่ป้ายชั้นของอาคารจะเขียนว่า ชั้น 4) ชื่อร้าน Mui Kee (品妹記生滾粥 ) (ร้านเบอร์ 12) นาโอะต้องขอโทษด้วยที่ลืมถ่ายรูปป้ายหน้าร้านมา แต่ชื่อร้านเขียนเป็นภาษาจีนตามที่นาโอะลงไว้เลยค่ะ ที่ป้ายจะมีเลข 12 ติดอยู่ด้วย ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าไปแล้วจะสั่งไม่รู้เรื่อง

โจ๊กของเค้าก็มีเนื้อสัตว์หลากหลายให้เลือกใส่ สามารถผสมกันได้ด้วย เช่น ปลากับหมู หรือ เนื้อบดกับไข่เยี่ยวม้า เป็นต้น เมนูเด็ดของเค้าเป็น โจ๊กไข่เยี่ยวม้า ค่ะ แต่เนื่องจากนาโอะไม่ชอบทานไข่เยี่ยวม้า เลยได้ลองทานแต่ โจ๊กหมูชิ้น โจ๊กเนื้อบด โจ๊กเนื้อปลา (ไปทานมามากกว่า 1 ครั้งนะคะ ถึงทานได้หลายเมนูขนาดนี้ เดี๋ยวคุณผู้อ่านจะงงว่ากินเข้าไปยังไงไหว หลายขนานเกิ้น)

ส่วนตัว นาโอะชอบโจ๊กหมูชิ้นมากที่สุดค่ะ เนื้อหมูหมักมานิ่มมากกกกกกก อารมณ์หมูนิ่มๆ ที่ใส่ในราดหน้าบ้านเราอะค่ะ ปริมาณหมูที่ให้เมื่อเทียบกับโจ๊กถือว่าเยอะมาก โจ๊กอาจจะหมดก่อนหมูได้ ฮ่า ส่วนโจ๊กปลา นาโอะว่าเนื้อปลาแอบเหม็นคาวนิดนึงค่ะ แต่เค้าสไลด์ปลามาได้บางมาก (มีครั้งนึงที่ไปทานแล้วเจอพ่อครัวกำลังหั่นปลาอยู่ หั่นได้บางมากๆๆๆๆ เลยค่ะ) ถ้าคนชอบทานปลา โจ๊กปลาก็น่าจะอร่อยสำหรับคุณค่ะ (นาโอะก็ชอบนะ ไม่ค่อยสนใจกลิ่นคาวเท่าไหร่) ส่วนโจ๊กเนื้อบด ... อันนี้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าคนที่ชอบทานเนื้ออาจจะชอบค่ะ แต่นาโอะว่าเนื้อเค้าด้านๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยมีมัน (แหะๆ ชอบมันๆ อะค่ะ)

จานนี้โจ๊กหมูชิ้น + ปลา

จานนี้โจ๊กเนื้อบด

โจ๊กเนื้อวัวแบบชิ้น + ไส้หมู

ร้านนี้เค้ามีปาท่องโก๋ขายด้วย ปาท่องโก๋ตัวยาวๆ ตามแบบฮ่องกงอะค่ะ เค้าจะตัดแบ่งมาให้เลย ทานกับโจ๊กก็เข้ากันดี แต่เนื้อปาท่องโก๋ค่อนข้างแข็ง จัดอยู่ในขั้นไม่อร่อยก็ได้ค่ะ แต่เพื่อความลงตัวสุดๆ ของการทานโจ๊ก ก็ต้องมีปาท่องโก๋ค่ะ ถือซะว่าสั่งมาเติมเต็ม ฮ่า

ปาท่องโก๋


นอกจากโจ๊กกับปาท่องโก๋ ที่ร้านก็มีเครื่องดื่มพวกชา กาแฟ นาโอะเคยสั่งชามะนาวเย็นของเค้า อร่อยเลยละค่ะ ชาเข้มข้นมีเลม่อนสดใส่มาในแก้ว รสชาติดีด้วยค่ะ


ชามะนาว


ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ตลาด Fa Yuan Street ที่ถนน Fa Yuan พอหาตลาดเจอแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นที่ 3 เลยค่ะ หาป้ายร้านเบอร์ 12 นะคะ รับรองไม่ผิดหวัง

Updated: 25 July 2012 -- ได้มีโอกาสไปอีกครั้ง เลยเก็บภาพหน้าร้านมาให้ค่ะ

หน้าร้าน


ดูแผนที่ขนาดใหญ่

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าค่ะ
nao~*