Pages

Showing posts with label Type: Ramen. Show all posts
Showing posts with label Type: Ramen. Show all posts

Saturday, 23 September 2017

Lunch in Ebisu: ตะลุยร้านดังย่านเอบิสึ (AFURI + Hiragi Taiyaki)

ห่างหายไปซะนาน วันนี้พีกลับมาแล้วค่ะ วันนี้จะพาไปตะลุยกินแถวเอบิสึ ที่เอบิสึจะมีเหมือนถนนราเมง คือมีร้านราเมงดังๆตั้งอยู่ใกล้ๆกันให้เลือกชิมหลายแบบหลายสไตล์ วันนี้พีจะพาไปลองราเมงที่แหวกแปลกแนวชื่อดัง AFURIกันค่ะ 


ร้านAFURI มีหลายสาขา โดยสาขาแม่อยู่ที่นากะเมกุโร แต่ถ้านับความไปมาง่ายพีว่าที่เอบิสึนี่เดินมาง่ายนะคะ สะดวกทั้งคนมาทางJR และsubway ร้านเปิด11โมงถึงตี5 (ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด) แนะนำว่าถ้ามีเวลาให้มาตอนร้านเปิด หรือเลี่ยงช่วงมื้ออาหาร เพราะร้านเป็นเคาท์เตอร์ ที่นั่งไม่เยอะ แนะนำให้ทำการบ้านมาก่อนนะคะ เพราะต้องกดคูปองจากตู้เอา ร้านนี้ดังซุปราเมงซึ่งเป็นซุปไก่+ดาชิ และใส่น้ำyuzu (ผลไม้ตระกูลส้ม/มะนาว มีความคล้ายพวกเกรปฟรุตแต่จะหอมกว่ามาก) เมนูแนะนำคือ Yuzu Shio Ramen เป็นsignature dishของร้านค่ะ พอเรากดจากตู้ไปนั่งแล้ว คุณพนักงานจะมาถามว่าจะใส่น้ำมันไก่ (鶏油 - Chiyu)ตัวไหน ระหว่าง淡麗 (tanrei) กับ まろ味 (maroaji) ซึ่งตัวหลังจะเข้มข้นมากกว่าทำให้ซุปข้นขึ้นด้วย


พีก็สั่งตามเมนูแนะนำ ขอchiyuเป็น Maroaji ถามว่ามันทำให้เข้มข้นไหม เอาจริงๆก็ไม่นะคะ ซุปไก่คล่องคอดื่มง่าย ไม่เค็ม ไม่ข้นแบบทงคตสึราเมง (ซึ่งพีชอบมากกกกกก) กลิ่นyuzuหอมมาก ส่วนตัวการใส่yuzuไม่ได้ทำให้รสชาติเปรี้ยวหรืออะไร เป็นเหมือนกลิ่นที่หอมขึ้น ทำให้ไม่เลี่ยนมากกว่า ตัวชาชูชิ้นใหญ่รสชาติดีค่ะ ร้านนี้เป็นร้านที่ทุกคนควรไปลองถ้าชอบราเมง แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบความเค็ม ความมัน ความข้นของซุปเลยไม่รู้สึกว่าอินมากเท่าไหร่ค่ะ

AFURI 恵比寿 (AFURI Ebisu)
Tokyo, Japan




กินคาวแล้วต้องกินหวานนะคะ ที่เอบิสึมีร้านไทยากิชื่อดังอยู่ร้านนึง ชื่อ Hiiragi ร้านนี้ดังสุดๆเรียกว่าใครมาแถวนี้ต้องกินให้ได้ เพราะเค้าใช้ถั่วแดงผสมกับถั่วขาวเป็นไส้ กรอบอร่อย ช่วงที่พีไปมีซอฟ์ทเสิร์ฟขายคู่กับไทยากิด้วย เหมาะกับอากาศร้อนๆมาก แนะนำสุดๆค่ะ ราคาไม่แพงด้วย




Hiragi (たいやき ひいらぎ)
Tokyo, Japan
Website: http://www.taiyakihiiragi.com/
Tabelog: https://tabelog.com/tokyo/A1303/A130302/13026096/


Sunday, 25 June 2017

Hakata ramen Shin-Shin (博多らーめん Shin-Shin)

วันนี้ขอพาไปชิมทงคตสึราเมงที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยกินมาค่ะ ขอพาท่านไป Shin-Shin ramen ซึ่งร้านนี้มีสาขาแค่ในฮากาตะ(ฟุกุโอกะ)เท่านั้น สมกับที่ทงคตสึราเมงเป็นของดีของขึ้นชื่อของฮากาตะ สาขาที่พีไปอยู่ที่ห้าง Kitte ซึ่งติดกับสถานีJR/ใต้ดินฮากาตะ สาขานี้ไม่ใช่สาขาแม่ แต่เปิดถึงห้าทุ่ม ไปมาสะดวก ขอแนะนำ เพราะถ้าจะกินสาขาแม่ต้องเข้าไปที่เทนจิน (แต่พีก็อยากไปสาขาแม่เพราะอยากไปดูลายเซ็นคนดังของญี่ปุ่นที่มีเต็มร้าน)

พีมีโอกาสได้รู้จักShin-Shin ramenจากนักร้อง/นักดนตรีญี่ปุ่น ที่เวลาไปทัวร์ฟุกุโอกะแล้วมักจะทวีตรูปราเมงร้านนี้มาโชว์ พีเลยคิดว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ทริปนี้มีโอกาสแวะไปฮากาตะแค่1วันก็ต้องขอลอง

เนื่องจากไปกินช่วงกลางวัน มีLunch menu set เลยขอเป็นราเมง+ชาฮั่น (ข้าวผัด) เซ็ทแบบอื่นก็มีนะคะทั้งกับข้าวปั้นและเกี้ยวซ่า จริงๆของดังของฮากาตะอีกอย่างคือยากิราเมง หรือราเมงแบบผัด ซึ่งShin-Shinก็ดังเหมือนกัน แต่ไม่มีโอกาส เอาไว้คราวหน้าจะต้องจัดแน่นอน คราวนี้ขอเป็นทงคตสึราเมงธรรมดา + ทอปปิ้งไข่ต้ม (เป็นคนต้องกินราเมงกะไข่ทุกครั้ง ไม่สามารถไม่กินได้)

โฉมหน้าราเมงสุดอร่อย
เซ็ทที่สั่ง โปรดสังเกตว่าชามใหญ่มาก


ซดน้ำซุปคำแรก เข้มข้น กลมกล่อม แต่ไม่เลี่ยนเลย ไม่หนักด้วย อร่อยมาก ตาโตลุกวาว บอกเลยว่าไม่เคยกินเจ้าไหนที่อร่อยเท่านี้มาก่อน จะราเมงข้อสอบ อิปปุโดหรือใดๆ บอกเลยว่าอร่อยมากที่สุด (นี่จากใจสาวกอิปปุโดนะเนี่ย) เส้นเล็กเหนียวนุ่ม ดีงามมากๆ พิมพ์ไปก็น้ำลายไหลในความดีงามส่วนข้าวผัดก็ธรรมดาค่ะ แต่หอมกระทะจริง พระเอกที่แท้จริงคือราเมงตรงหน้า

คนอ่านอาจจะบอก อินี่โอเวอร์รึป่าว ท้าให้ลองค่ะ ใครไปฟุกุโอกะ ขอให้ได้ลองShin-Shin แล้วคุณจะรู้ว่าทงคตสึราเมงที่แท้จริงมันดีขนาดไหน


Hakata ramen Shin-Shin KITTE Hakata ten (博多らーめん Shin-Shin KITTE博多店)
KITTE Hakata B1F
Hakata, Fukuoka, Japan



Monday, 26 October 2015

TOKYO TONKOTSU BASE (TOKYO豚骨BASE)

กลับมาอีกครั้ง กับการนำเสนอราเมงอีกแล้ว ต้องบอกเลยว่าทริปเดือน8ที่ผ่านมา เป็นทริปที่พีอยากกินราเมงตลอดเวลา กินกันจนรู้สึกว่าโซเดียมขึ้นตาเลยทีเดียว ร้านนี้ค้นพบตอนเดินในสถานีชินากาว่า ชื่อ Tokyo Tonkotsu Base Made by Ippudo ใช่แล้วค่ะ ร้านนี้เป็นร้านsub-brand ของIppudo


ลองหาข้อมูลเจอว่าเป็นร้านที่ราเมงซุปอื่นๆผสมกับทงคตสึ และตั้งร้านในอยู่ในสถานีรถไฟส่วนใหญ่ เพื่อตอบสนองกับลูกค้าที่ใช้บริการรถไฟ มาไวเคลมไว เห็นชื่อ Ippudo แล้วบอกเลยว่าต้องลอง เพราะส่วนตัวพีชอบรสทงคตสึราเมงของIppudoที่สุด ในบรรดาร้านทงคตสึราเมงที่มีสาขาเยอะ



จากเมนูจะเห็นว่ามีทั้งทงคตสึโชยุราเมง ทงคตสึมิโสะราเมง และทงคตสึธรรมดา พีเนี่ยแสนน่าเบื่อค่ะ เพราะสั่งเป็นทงคตสึธรรมดา เพิ่มน้ำมันดำเข้มข้น ทอปปิ้งเป็นเมนไทโกะ อ่านที่พีสั่งแล้วรู้สึกคุ้นมั้ยคะ ถูกแล้วค่ะ จริงๆที่สั่งก็คือaka maru ของร้านIppudoดีๆนี่เอง ฮ่า 



รสชาติบอกเลยว่าค่อนข้างเข้มข้น ไม่อ่อนเค็มเหมือนIppudoบางสาขาโดยเฉพาะแถบคันไซ (นอกเรื่อง แอบรู้สึกว่าคนคันไซเค้าอ่อนเค็มกว่าคนคันโตมาก ส่งผลแม้กับซุปราเมงของร้านที่เป็นเชนเหมือนกัน) หมูชาชูคือโอเคเลยค่ะ ละลายในปาก เอาเป็นว่าไม่มีอะไรจะติ เพราะทำได้ค่อนข้างสมมาตรฐานของร้าน ฝากท้องได้เลยสำหรับคนที่อยู่ที่สถานีรถไฟรอขึ้นรถต่อรถแล้วไม่รู้จะกินร้านไหน ถ้าเจอTokyo Tonkotsu Base แวะได้เลยค่ะ สาขาเท่าที่รู้ตอนนี้มี

TOKYO TONKOTSU BASE (TOKYO豚骨BASE)
JR Shinagawa, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1314/A131403/13124628/




Saturday, 22 August 2015

Tokyo Ramen: Battle of Tsukemen

สวัสดีทุกท่านค่ะ ไม่มีอะไรจะกล่าวนอกจากขออภัยที่หายไป (แต่ก็คงไม่มีใครสังเกต ฮ่า)
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ นอกจากเพราะไม่ได้ไปไหน หรือที่ไปก็กินตามที่เพื่อนคนอื่นแนะนำบ้าง เจอร้านไม่โดนบ้าง ก็เลยหายไปค่ะ วันนี้ขอกลับมาพร้อมเอนทรี่ที่ตั้งชื่อเรียกแขกมากๆ เพราะเป็นการต่อสู้ของสึเคะเมง 2 ร้านดังในโตเกียวที่พีได้ไปจัดมาในช่วงทริปหน้าร้อนที่ผ่านมา

TETSU

เนื่องจากในโตเกียวคราวนี้ พีเปลี่ยนมาพักย่านชินากาว่าแทนอิเคะบุคุโระตามปกติ ได้เดินผ่านเหมือนตรอกราเมงใต้ทางรถไฟของชินากาว่า ขนาด2-3ทุ่มก็ยังเห็นผู้คนขวักไขว่ เลยลองหาข้อมูลดู ปรากฎมีร้านสึเคะเมง TETSU เจ้าดังอยู่ด้วย ไม่รอช้าต้องเค้าไปลองดู

สึเคะเมง จะต่างจากราเมงอื่นๆตรงที่ เค้าจะแยกเส้นกับซุปออกจากกันค่ะ เส้นจะค่อนข้างใหญ่กว่าราเมงทั่วไปเพราะพอเวลาเราเอาเส้นไปจุ่มซุป ซุปจะได้เกาะเส้นขึ้นมาได้ ซุปจะเข้มข้น (หรือภาษาบ้านๆเรียกว่า เค็ม) กว่าปกติ เพราะเราไม่ได้จะซดซุปทั้งอย่างงั้น ส่วนใหญ่พอเส้นหมดแล้วเราจะซดซุป ทางร้านจะมีกาใส่น้ำซุปใสตั้งอยู่ ให้เราเติมซุปใสลงไปละลายความเข้มข้นเพื่อจะได้ซดอย่างคล่องคอ

พีไปรอกินร้านนี้ตอน4โมงเย็น ก็ยังต้องรอคิวนะคะ คนไม่ได้แน่นร้านอะไร แต่เป็นเพราะต้องจัดระเบียบที่นั่งให้ลูกค้า ก่อนอื่นเราก็ต้องกดซื้อจากตู้ก่อนว่าเราจะกินอะไร เพิ่มทอปปิ้งไหม พอถึงคิวเรา พนักงานก็จะขอคูปอง ถ้าเลือกสึเคะเมง เค้าจะถามว่าเอาแบบร้อนหรือเย็น ถึงจะเป็นหน้าร้อน และชอบกินของเย็นแค่ไหน แต่ปากก็ไวรีบพูดว่า เอาแบบร้อนทันที เลยไม่รู้ว่าที่ว่าเย็นเนี่ย หมายถึงเส้นหรือซุป ไว้คราวหน้าไปแก้ตัวอีกรอบจะมาบอกนะคะ




นั่งสักพักสึเคะเมงก็ถูกนำมาเสิร์ฟ เส้นอยู่ในน้ำร้อน เสิร์ฟพร้อมซุปเข้มข้น ขอบอกว่า เข้มมากๆ กินไปรู้สึกถึงความแมนของตัวเองขึ้นมากระทันหัน หมูที่ลอยนี่สามชั้นทำร้ายจิตใจมากๆ บอกเลยว่าไม่สามารถกินมันที่มาด้วยได้ ทำใจไม่ได้จริงๆ แต่ซุปเข้มกินกับเส้นแล้วเข้ากันมากๆ สมแล้วที่เป็นสึเคะเมงเจ้าดัง อ่อ ร้านนี้ พอกินเส้นเติมน้ำซุปใสไปแล้ว สามารถขอหินร้อนจากพนักงานได้นะคะ เอามาใส่ในซุปให้ซุปกลับมาเดือดอีกครั้ง พีไม่ได้ขอค่ะ เพราะร้อนแค่นี้ก็คงพอ อีกอย่างซุปก็เข้มาจนซดต่อไม่ไหว

Tsukemen TETSU (つけ麺 TETSU)
Shinagawa Station, Tokyo
Tabelog: http://tabelog.com/tokyo/A1314/A131403/13045337/

   


Rokurinsha (六厘舎)

ร้านนี้เป็นสึเคะเมงเจ้าดัง ร้านแม่อยู่แถวโอซากิ แต่เห็นสาขาที่คนเยอะมากๆคือสาขาที่สถานีโตเกียว ที่เป็น Ramen Street พีอาจจะไปช่วงวันหยุดด้วย (โอบ้ง) เลยเห็นคนต่อคิวรอร้านนี้เรียกว่าตลอดเวลาเลย ไม่ว่าจะ10โมงเช้า หรือ4โมงเย็น เราก็อดทนรอไม่ไหวซะด้วยเลยไม่ได้ลอง จนพบว่า ในสนามบินฮาเนดะ ด้านในหลังตม.แล้ว มีร้านRokurinshaมาเปิดขายราเมงอยู่ด้วย 24 ชม. ก่อนอื่นต้องทำใจว่า รสชาติอาจจะไม่เหมือนที่สาขาต่างๆนอกสนามบิน ด้วยปัจจัยสถานที่ ฯลฯ แต่เราต้องจัดไปค่ะ ไม่ให้เสียโอกาส



คราวนี้พีสั่งเป็น คาระสึเคะเมง หรือราเมงรสเผ็ด ดีที่เค้าแยกพริกมาต่างหาก ทำให้ได้ลองชิมซุปแบบไม่มีรสพริกมากวนใจ พบว่าซุปร้านนี้รสปลาคัตสึโอะคือโดดมากค่ะ สามารถรับรสนี้ได้เลย ซุปไม่เข้มเท่าที่TETSUค่ะ ซดง่ายกว่า พริกอาจจะดูน่ากลัวนะคะ แต่บอกเลยว่าอย่าไปกลัวพริกหรือความเผ็ดของประเทศนี้ ห่างชั้นจากเราชาวไทยมาก ฮ่า

Rokurinsha (六厘舎)
Haneda International Terminal, Tokyo
Website: http://rokurinsha.com/

บทสรุป

ส่วนตัวพี ถึงแม้ซุปของRokurinshaจะซดง่ายกว่า แต่ขอบอกว่าความประทับใจนั้น มีให้TETSUมากกว่าค่ะ ชอบเส้นของTETSUมากกว่า เพราะมันไม่หนาเกินไป ไม่หนึบจนแน่นไป ชอบความกลมกล่อมของซุปที่แม้จะเข้ม แต่ก็สามารถเอนจอยได้ เลยขอให้TETSUชนะแบทเทิลครั้งนี้ไปค่ะ

ถ้าใครไปญี่ปุ่นแล้วมีโอกาสได้ลองสึเคะเมงทั้งสองร้านนี้หรือร้านอื่นๆ ชอบร้านไหน ลองเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ

Tuesday, 15 January 2013

Yokohama Ganso Sapporo-ya (横浜元祖 札幌や)

สวัสดีค่ะ
ห่างหายไปนานเลย ปล่อยให้สองสาวนาโอะกับพิมมิยะเค้าอัพบล๊อคกันอย่างขมักเขม้น คราวนี้ก็ขอมาแนะนำร้านราเมงที่โยโกฮาม่า จริงๆโยโกฮาม่าเหมือนจะเป็นเมืองศูนย์รวมของราเมงเพราะมีพิพิธภัณฑ์ราเมงที่ชินโยโกฮาม่า แต่เอาเข้าจริง ในตัวเมืองโยโกฮาม่า (หมายถึงสถานีJR Yokohama) ไม่ค่อยมีร้านราเมงเลย ถ้ามีก็จะเป็นร้านราเมงสไตล์จีน หรือบะหมี่เกี้ยวบ้านเรา พีลองหาร้านจากเว็บหากินเจ้าเดิม คือ http://www.tabelog.com ก็เจอร้าน Yokohama Ganso Sapporo-ya (横浜元祖 札幌や) ที่อยู่ชั้นB1Fของห้าง Sotetsu Joinus ซึ่งติดกับตัวสถานีJR Yokohama เลย


ถ้าออกมาจากสถานีJR Yokohama ให้ออกมาcentral exitนะคะ ดูป้ายที่จะชี้ไปป้ายรถเมล์ ห้างอยู่ทางนั้นเลยค่ะ (แต่ถ้าเจอห้างLumine หรือไปทางโซโก้ แปลว่ามาผิดทางแล้ว ต้องเดินไปฝั่งตรงข้ามนะคะ)

ร้านนี้เป็นร้านราเมงซุปสไตล์ซัปโปโรตามชื่อค่ะ ซุปสไตล์ซัปโปโรเนี่ย จริงๆแล้วก็มีทั้งซุปเกลือ (ชิโอะ) ซุปโชยุ และซุปมิโสะ ร้านนี้เลือกได้เลยค่ะว่าจะสั่งซุปชนิดไหน แล้วก็มีทอปปิ้งให้เลือกใส่เพิ่มได้ รวมทั้งเนย ใช่แล้ว ราเมงบัตเตอร์ ของขึ้นชื่อของซัปโปโร

พีสั่งเป็นมิโสะราเมง เพิ่มทอปปิ้งเป็น โมยาชิ หรือถั่วงอก ขอบอกว่าชามใหญ่มาก ราเมงอย่างเดียวชามละ700เยน ทอปปิ้งอีก80เยน มันเยอะมากค่ะ ถั่วงอกนี่มันกองใหญ่มาก ถั่วงอกเค้าเป็นถั่วงอกผัดแล้ว มีรสมีชาตินะคะ ซุปมิโสะก็กลมกล่อม แต่ขอบอกว่าหลังๆมันก็ไม่ไหวนะคะ มันเลี่ยนนิดหน่อย อาจต้องมีตัดรสด้วยพริกอะไรแบบนี้ พี่ว่าร้านนี้อร่อยใช่ได้เลยค่ะ เสียดายที่ได้มีโอกาสลองซุปแค่แบบเดียว อยากลองชิโอะราเมงบ้าง เห็นคนสั่งกันเยอะมาก เอาไว้คราวหน้าค่อยไปลองเนอะ

Yokohama Ganso Sapporo-ya (横浜元祖 札幌や)
B1F Sotetsu Joinus
Yokohama, Japan


View Larger Map

Thursday, 3 May 2012

New York Ramen Battle: Totto Ramen vs. Ippudo NY

กินอาหารเช้าสไตล์สิงคโปร์ไปแล้ว มากินราเมงร้อนๆที่นิวยอร์คกับพีต่อเลยดีกว่านะคะ

หลายคนอาจจะงงว่า อ้าว เธอ ไปนิวยอร์ค ไหงกลับไปกินราเมงซะได้ อันนี้พีก็งงเหมือนกันค่ะ (ฮ่าๆๆ) แต่คงเป็นเพราะนิวยอร์คเป็น multi-cultural city มีอาหารนานาชาติให้ลอง แล้วไอ้ร้านที่พีอยากลองและได้ลองส่วนใหญ่ก็ดันกลายเป็นร้านญี่ปุ่นซะอย่างงั้น อีกอย่างเพื่อนสาว M ของพีที่อิมพอร์ตมาจากบอสตันก็อยากกินราเมงมากๆ เราสองคนเลยตะลุยกินราเมงสองร้านดังของนิวยอร์คในเวลาสองวันติด

Totto Ramen: ร้านดังซุปไก่


พีกะ M ไปถึงหน้าร้าน Ramen Totto ก่อนเวลาเปิดเกือบครึ่งชั่วโมงเลยเดินเล่นไปมา กลับมาที่ร้านใกล้เวลาเปิด เพิ่งเห็นว่าเค้ามีบอร์ดให้ไปลงชื่อเลยไปเขียนชื่ออะไว้รอเค้าเรียก โชคดีมากเพราะพอร้านเปิดเค้าก็เรียกทีละคนแล้วมาตัดที่ชื่อของพีพอดี เป็นกรุ๊ปสุดท้ายที่ได้เข้าไปกิน นอกนั้นยืนรอต่อไปอีกอย่างน้อย 20 นาที


ร้านเป็นร้านเล็กๆคูหาเดียวอยู่ชั้นใต้ดิน พีได้นั่งเคาเตอร์ มองหน้าคนทำครัวและอาหารอย่างแสนสบาย พ่อครัวคนทำนี่ญี่ปุ่นของแท้แน่นอน เพราะกันคิ้วทุกราย (ฮ่า) ได้ยินเค้าพูดภาษาญี่ปุ่นกันเราก็อุ่นใจยังไงบอกไม่ถูก

พีสั่งเป็น Totto Spicy Ramen ทอปปิ้งเป็นเมนมะ(หน่อไม้) แบบเผ็ด(ซึ่งเผ็ดจริงๆเพราะเค้าคลุกพริกมา ฮ่าๆๆๆ) ตัวราเมงเป็น paitan ramen ใส่น้ำมันเผ็ด ตัวซุปเค้าเป็นซุปไก่ รสจะเบาๆ ราเมงชื่อว่า spicy แต่พีว่าเบาๆไม่รุนแรง คนไทยกินกำลังสบายๆ หมูชาชูเค้าเนื้อแน่น แต่ไม่ถึงกับละลายในปาก ต้องอาศัยแรงเคี้ยวอยู่หน่อยๆคนที่ชอบรสอ่อนๆ ไม่ชอบราเมงเค็มๆคงชอบ Totto แน่ๆ

Totto Ramen
366 W 52nd Street (Bet. 8th & 9th Ave)
New York, NY 10019
http://tottoramen.com/

Ippudo NY: รสชาติคลาสสิคของฮากาตะ

(รูปหน้าร้านถ่ายตอน 16.15 น. ซึ่งมีคนมาเข้าคิวรอกินรอบเย็นที่เปิดตอน17.00 น. กันแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร้านนี้ฮิต)

วันรุ่งขึ้นพีต้องออกไปประชุมก่อนตอนเช้าแถว wall street เลยนัดไปกิน Ippudo กับ M และเพื่อนๆ M ตอนบ่ายสอง ไปถึงที่ร้านเพื่อนของ M บอกว่า อุ๊ย ไม่มีแถว ที่ไหนได้ เข้าไปในร้านนั่งรอกันเต็มเลย เราก็เลยต้องสั่งดริงค์แล้วก็ยืนรออยู่ที่บาร์กันก่อน

บาร์ดูฮิพแบบเอเชี่ยน
รับสาเก หรือเหล้าบ๊วยมั้ยคะ

รอประมาณ 20 นาทีก็ได้โต๊ะ เมนูที่นี่จะคล้ายๆกับที่สิงคโปร์ ซึ่งหมายถึงแตกต่างจากญี่ปุ่นแบบสิ้นเชิง


ที่ญี่ปุ่น จะมีแค่ราเมง 3 แบบ กับเมนูประจำฤดูกาล เกี๊ยวซ่า และข้าว แต่ที่นี่จะมี appertizer และราเมง หลากหลายรูปแบบมาก แต่ราเมงหลักๆยืนพื้นก็มีสามอย่างเช่นเคย คือ Shiromaru, Akamaru และ Karaka men เราเลือก appertizer 2 อย่างมาแชร์ เลือกที่เป็นซีฟูดกับไม่มีเนื้อสัตว์เพราะมีเพื่อนที่ไม่กินเนื้อวัวกับหมูค่ะ (และพีว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เมนูIppudoที่นิวยอร์คจะมีราเมงหลายแบบ เพราะคนเป็นมังสวิรัติกันเยอะมาก คนที่พีเจอในทริปนี้ร้อยละ30 เป็นมังสวิรัติทั้งสิ้น) เราเลิือก Kani Cream Croquette กับ Avocado & Tofu Tartar มาลอง

Kani Cream Croquette

Avocado & Tofu Tartar

Croquette อร่อยมากค่ะคุณขา อร่อยมากจริงๆ ซอสคอกเทลที่ราดมาแบบอร่อยมาก อร่อยสุดๆ แต่ก็น้อยสุดๆเช่นกัน ต้องละเลียดกินเลยทีเดียว ส่วนตัว Avocado & Tofu Tartar แบบว่างงมาก เป็นเต้าหู้วางบนเส้นแก้วแล้วเอาอะโวคาโด้วางพร้อมบางสิ่งที่เหมือนจะเป็นไข่ปลา แต่ชิมแล้วเราว่าไม่ใช่ มาพร้อมกับเดรซซิ่งงากับน้ำเชื่อมจากน้ำตาลดำ มันก็ไม่แย่ แต่มันงงมากกว่า กินไปงงไปจุดนั้น

และแล้วก็มาถึงพระเอกของงาน Akamaru Modern ทอปปิ้งไข่ต้ม ของพี เมนูประจำตัว และเป็นเมนูตรวจเช็คมาตรฐานของร้าน Ippudo ทั่วโลกก็ว่าได้ ชิมรสชาติแล้วรู้สึกว่าที่นี่ไม่เข้มข้นเท่าของที่ญี่ปุ่น (แต่กินจนจบแล้วก็เค็มเหมือนเดิม ฮ่าๆ) แล้วเหมือนเค้าใส่กะหล่ำปลีในราเมงซึ่งพีจำไม่ได้ว่าที่อื่นใส่กะหล่ำปลี (พีจำผิดรึป่าว นาโอะ พิมมิยะ จำได้ไหม?) แต่อย่างอื่น ขอบอกว่าอร่อยเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน หมูสามชั้นก็ยังคงนุ่มละลายในปากเหมือนเดิม อร่อยมาก ฟินที่สุดวินาทีนั้น

เครปเค้ก
Matcha Brulee

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเราจะจบเด็ดขาด ต้องเก็บท้องไว้สำหรับของหวาน พระเอกออกโรงไปแล้ว คราวนี้ขอนางเอก(แฝด)ออกงานบ้าง เครปเค้กแสนอร่อยจากร้านขนมดังสไตล์ญี่ปุ่นของนิวยอร์ค Lady M กับ Matcha Brulee เสิร์ฟพร้อมไอสครีมชาเขียว พีไม่แน่ใจว่าตัว Creme Brulee นี่ร้านทำเองหรือไปรับของที่ไหนมาเพราะเค้าไม่ได้บอก แต่รู้อย่างเดียวว่าอร่อยมาก กอไก่ล้านตัว อร่อยมากๆจากใจคนไม่ชอบ Creme Brulee รสชาติลงตัวมาก ไม่ไหวเกินไป กินกับชาเขียวยิ่งอร่อยมากกว่าเดิม ส่วนเครปเค้ก ยังไม่ขออธิบายในความเทพ เพราะจะเก็บไว้รีวิวเอนทรี่หน้าที่เราไปเยี่ยมร้าน Lady M ถึง Upper East Side เลยทีเดียว

Ippudo NY
65 Fourth Avenue (Between 9th and 10th Street)
New York, NY 10003
http://www.ippudony.com

ถ้าเทียบสองร้าน สำหรับพี พีว่า Ippudo ก้าวข้ามผ่านคำว่าร้านราเมงไปแล้ว Ippudo กลายเป็นร้านอาหารที่ขายราเมงเป็น specialities ลูกค้าที่เป็นมังสวิรัติหรือมีข้อจำกัด สามารถมานั่งกินและดื่มพร้อมกับเพื่อนคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกอะไร (ที่ร้านมีราเมงมังสวิรัติอยู่หนึ่งเมนูค่ะ เป็น Wasabi Shoyu Ramen น้ำซุปก็เป็นน้ำสต๊อกผัก) ในขณะที่ Totto Ramen จะเป็นร้านราเมงแบบญี่ปุ่นแท้ๆเลย ทุกคนนั่งกินแล้วก็ไป ขายแค่ราเมงไม่สนอย่างอื่น เครื่องเคียงไม่มี แต่ราคาราเมงสองร้านไม่หนีกันเท่าไหร่นะคะ ประมาณ 14 ดอลลาร์

ถ้าเทียบเรื่องรสชาติ พีและ M ให้ Ippudo ชนะเลย คงเพราะเราสองคนชอบความเข้มข้นแบบทงคตสึราเมงสไตล์ฮากาตะ ซุปใสไพตันแบบ Totto ใช่ว่าจะไม่อร่อย แต่แค่ไม่ถูกปากเราเท่ากับ Ippudo มากกว่า ดังนั้น พีจึงขอให้ Ippudo ชนะในสังเวียนนี้ไปค่ะ

ใครได้ลองทั้งสองร้าน เปรียบเทียบแล้วชอบแบบไหนเอามาบอกกันได้นะคะ

Friday, 23 December 2011

Ippudo 一風堂

สวัสดีค่ะ พิมมิยะมารายงานตัวพร้อมรีวิวร้านราเมงในดวงใจของเราทั้งสามคน นั่นก็คือ Ippudo Ramen นั่นเอง

หลังจากที่ได้ชิมราเมงร้านนี้เป็นครั้งแรกพร้อมนาโอะเมื่อหลายปีก่อน ก็ติดใจและบอกต่อๆกันเรื่อยมา ราเมงของร้านนี้เป็นสไตล์ Hakata ตามชื่อถิ่นกำเนิดที่จังหวัดฟุกุโอกะ น้ำซุปจะออกข้นๆมันๆที่เรียกว่าทงคทสึ (Tonkotsu) ซึ่งเป็นซุปที่เคี่ยวจากกระดูกหมูจนไขมันที่อยู่ในไขกระดูกละลายออกมา เรียกว่าอร่อยจนลืมกลัวอ้วนกันไปเลย แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าถ้าใครไม่ชอบอาหารที่มันๆก็อาจจะไม่ค่อยปลื้มกับร้านนี้เท่าไหร่นะคะ

Ippudo มีสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อนคนญี่ปุ่นของพิมมิยะหลายคนไม่ว่าจะมีภูมิลำเนาจากเมืองไหน พอพูดถึงราเมง ทุกคนก็มักจะพร้อมใจกันพูดถึงร้านนี้


หน้าร้าน สาขา Sakae, Nagoya

สำหรับสาขาของ Ippudo ในประเทศญี่ปุ่น สามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ของร้าน Ippudo จะลำบากหน่อยก็ตรงที่เว็บเค้ามีแต่ภาษาญี่ปุ่น ใช้กูเกิ้ลช่วยแปลก็พอจะอ่านรู้เรื่องอยู่ค่ะ แต่แผนที่ที่ในเว็บมีให้ก็ดันเป็นเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นซะอีกแน่ะ ถ้าจะหาแผนที่ร้านให้ง่ายขึ้นก็ก๊อปปี้ที่อยู่ร้านมาใส่กูเกิ้ลแม็พอีกที เช่น สาขา IPPUDO TAO FUKUOKA ก็ใส่ที่อยู่คือ 〒810-0001 福岡市中央区天神1-13-13 ลงไปในกูเกิ้ลแม็พ เท่านี้เราก็จะได้แผนที่ร้านเป็นภาษาอังกฤษปนญี่ปุ่นเอาไว้กันหลงทางแล้วค่ะ (กูเกิ้ลแม็พที่นั่นยังมีภ.ญี่ปุ่นปนซะเป็นส่วนใหญ่)




ร้านนี้ถึงแม้จะไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่เมนูของเค้าก็มีรูปประกอบ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลเวลาสั่งอาหารนะคะ


ระหว่างนั่งรอราเมงมาเสิร์ฟ ก็สามารถตักผักดองและถั่วงอกคลุกน้ำมันงาของทางร้านมาทานเล่นไปพลางๆได้ไม่อั้น


ขอแนะนำถั่วงอกคลุกน้ำมันงาของร้านนี้ อร่อยแบบไม่ต้องเสียตังค์เพิ่ม

มาดูหน้าตาราเมงของเค้ากันดีกว่าค่ะ ชามแรก สุดยอดคลาสสิคตลอดกาล "Shiromaru" มาในชามสีขาวสมชื่อ (shiro = สีขาว) น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ไม่ค่อยรู้สึกว่ามันมากเท่าไหร่



ชามที่สอง "Akamaru" เสิร์ฟในชามสีแดงสมชื่อเหมือนกัน (aka= สีแดง) ชามนี้จะผสมมิโสะ (เต้าเจี้ยว) แบบเผ็ดลงไปด้วย ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นมาอีกหน่อย แล้วก็มันกว่าชามแรกด้วย เวอร์ชันปกติของชามนี้จะไม่มีไข่ต้มให้นะคะ ในรูปข้างล่างพอดีอยากโด๊ปไข่เลยสั่งเพิ่ม




เมื่อก่อนพิมมิยะชอบน้องแดงมากค่ะ ตอนนี้ปันใจมาให้น้องขาวซะแล้ว สาเหตุเนื่องมาจาก.. (จะเล่าดีมั้ยเนี่ย) ชามนี้จะผสมงาดำบดด้วย เจ้านี่แหละค่ะตัวดี ทานแล้วไปติดตามซอกฟัน มีอยู่วันนึงไปทานพร้อมกับเพื่อนคนญี่ปุ่น ไอ้เราก็ยิ้มซะหวานเชียว ปรากฏว่ากลับถึงบ้านส่องกระจกดู.. งาบดสีดำๆติดฟันเพียบเลย!! พลาดจริงๆเลยค่ะวันนั้น เสียภาพลักษณ์หญิงไทยหมดเลย (ส่วนเพื่อนก็คงขำแทบตาย เหอๆ) T^T

เส้นบะหมี่ของทางร้านเป็นแบบเส้นกลมๆเล็กๆ ซึ่งเราสามารถเลือกระดับความนิ่ม-แข็งของเส้นได้ตั้งแต่
-แบบเส้นนิ่ม ทางร้านใช้คำว่า Futsuu ที่จริงคำว่า Futsuu แปลว่าธรรมดา ทั่วๆไปค่ะ
-แข็งปานกลาง ทางร้านใช้คำว่า Kata คำนี้ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าแข็ง ทางร้านเลยเอาคำนี้มาใช้กับเส้นแบบแข็งพอประมาณ
-แข็งที่สุดของทางร้าน (Barikata) -- อันนี้ของโปรดพิมมิยะค่ะ เคี้ยวแล้วหนึบๆดี แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นหนึบเหมือนสปาเกตตี้แบบเส้น al dante

ปกติแล้วถ้าเราไม่ระบุว่าจะเอาเส้นแบบไหน ก็จะได้แบบปานกลางมาเป็น default อยู่แล้ว ที่จริงแล้วถ้าใครพอจับใจความที่พนักงานพูดได้ เค้าจะพูดประมาณว่า Katamen ก็ให้พยักหน้าเออออไปกับเค้าละกันนะคะ สุดท้ายจะได้เส้นแข็งแบบปานกลางมาลองชิมค่ะ

ส่วนหมูชาชูของร้านก็นุ่มมาก แทบไม่ต้องเคี้ยว แล้วก็บางสาขาจะมีหมูตุ๋นก้อนๆ (Buta kakuni) ให้เลือกด้วย

บางสาขามีบะหมี่เกี๊ยวอีกตะหาก รสชาติจะสู้หมี่เกี๊ยวเมืองไทยได้หรือไม่ก็ต้องลองพิสูจน์กันเอาเองนะคะ


บะหมี่เกี๊ยวใส่หมูคาคุนิ ดีทั้งรสชาติและหน้าตา

นอกจาก Shiromaru กับ Akamaru แล้ว ก็ยังมีราเมงแบบอื่นด้วย เช่น

Karakamen น้ำซุปเป็นแบบ Shiromaru แต่ปรุงให้รสชาติเผ็ดจัดจ้านกว่า แถมมีให้เลือกความเผ็ดได้หลายระดับอีกด้วย แต่ที่ว่าเผ็ดสุดของเค้านี่นับว่าแค่เด็กๆของคนไทยเราเองค่ะ ชามนี้ไม่มีหมูชาชูกับไข่ต้มมาให้ แต่ใส่หมูสับผสมกับถั่วลิสงบดแทน จะว่าไปถ้าบีบมะนาวก็จะกลายเป็นบะหมี่ต้มยำบ้านเราแล้วแหละน้า~


Ippudo Karakamen อันนี้สั่งไข่ต้มมาใส่เพิ่มโปรตีนเองค่ะ

แล้วก็ เมนูน้องใหม่ล่าสุด Tsukemen บะหมี่แห้งจุ่มในน้ำซุปแบบเข้มข้น หอมกลิ่นปลาแห้ง ซึ่งพิมมิยะคิดว่าเค็มและมันเกินไป เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่


Hakata Tsukemen

อีกหนึ่งเมนูที่แหวกแนวไปจากชามอื่น Hakata Chuuka soba ชื่อเป็นโซบะแต่ที่จริงแล้วเป็นโชยุราเมงค่ะ พิมมิยะแอบปลื้มตรงที่น้ำซุปไม่มันมาก รสชาติดีด้วย แถมใส่ผิวส้มลงไปทำให้กลิ่นหอมๆอีกต่างหาก



Hakata Chuuka soba

นอกจากนี้ทางร้านก็ยังมี Seasonal menu ให้เลือกชิมกันด้วย อย่างชามนี้เป็นเมนูหน้าร้อน ก็เป็นบะหมี่แห้งใส่ไข่ลวก ไม่ต้องมานั่งซดน้ำซุปร้อนๆให้เหงื่อโทรมกาย (อากาศร้อนๆ แล้วยังต้องมาซดราเมงร้อนๆอีก มันทรมานมากเลยนะคะนั่น!!) เมนูนี้ก็อร่อยไปอีกแบบ แต่โดยส่วนตัวยังไงก็เลิฟ Shiromaru กับ Akamaru ที่สุดแล้วแหละค่า


หลายปีที่ผ่านมาทาง Ippudo เองก็ได้ขยายสาขาไปยังประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็น New York, Singapore, Seoul รวมทั้ง Hong Kong ถ้าไม่มีโอกาสไปชิมถึงญี่ปุ่น ใกล้ๆบ้านเราอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกงก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ขอตบท้ายด้วยรูปจาก Ippudo Singapore สาขา Mandarin Gallery รูปนี้ถ่ายเมื่อประมาณเกือบ 2 ปีที่แล้ว พิมมิยะไม่รู้สึกว่ารสชาติแตกต่างจากที่ญี่ปุ่นนะคะ อร่อยได้มาตรฐานอิปปุโดเหมือนเคย แต่แอบแพงนิดนึง มื้อนั้นพิมมิยะโดนเรียกค่าเสียหายไป 30 กว่าเหรียญ ประมาณ 700 บาท แถมน้ำชาก็ยังต้องจ่ายตังค์ด้วย ที่ญี่ปุ่นเซตราเมงบวกเกี๊ยวซ่าไม่ถึงพันเยน ถูกกว่าแยะเลย






ใครมีโอกาสได้ชิมดูแล้ว ขอเชิญแบ่งปันประสบการณ์ได้ที่นี่นะคะ :D

ピム宮 ~ pimmiya