Thursday, 12 February 2015

Dashichazuka En だし茶漬け えん

สวัสดีค่ะ

ส่วนใหญ่เราๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน เราก็จะนึกถึง ปลาดิบ ซูชิ ราเมง สุกี้ ชาบู อาหารปิ้งย่าง ใช่มั้ยคะ แต่นาโอะคาดว่า คงมีคุณผู้อ่านไม่กี่คนที่เคยทานข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่นแน่ เอนทรี่นี้นาโอะจะมารีวิวร้านข้าวต้มญี่ปุ่น (ตั้งชื่อเมนูให้เอง) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Ochazuke ค่ะ ร้านนี้ชื่อว่าร้าน Dashichazuka En だし茶漬け えん มีสาขาในโตเกียวหลายสาขาค่ะ และนอกจากโตเกียวแล้ว ในแถบคันไซก็ยังมีอีกหลายสาขา นาโอะได้มีโอกาสไปทานมาสองรอบ สองสาขาคือ เกียวโตกับโอซาก้า

หน้าร้านสาขาเกียวโตที่ Porta

เมนู

ร้านนี้ต้องกดใบสั่งอาหารจากตู้หน้าร้านก่อน ซึ่งจะมีพนักงานยืนอำนวยความสะดวกอยู่ค่ะ เมื่อเลือกเมนู จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะถามว่า จะรับปริมาณข้าวไซส์ไหน มี ใหญ่ กลาง เล็กค่ะ ซึ่งคุณผู้อ่านไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ต่อให้สั่งจานใหญ่ก็ตามที

บรรยากาศในร้านที่สาขาเกียวโต

เนื่องจากนาโอะเคยดูรายการวาไรตี้ของญี่ปุ่นรายการนึงแล้วเค้ามาทำข้าวหน้าไก่แบบนี้ให้ดู นาโอะก็เลยอยากลองชิมว่ามันรสชาติเป็นยังไง ครั้งแรกนาโอะเลยสั่งข้าวหน้าไก่ (หรือเรียกว่าข้าวต้มไก่ดีหว่า) ชื่อภาษาญี่ปุ่นมันยาวมากอะค่ะ (จริงๆ คือ อ่านไม่ออก) เอาเป็นว่า เรียกว่าข้าวหน้าไก่ละกันนะคะ ข้าวหน้าไก่นี้จะมีเนื้อไก่ต้มฉีก (เนื้อไก่ส่วนอก) ไข่ทอด ผักต้ม เห็ดหอม และผักดองราดมาบนข้าวมาค่ะ ทุกเซตที่สั่งจะเสิร์ฟพร้อมกาน้ำชาใส่น้ำซุปสำหรับราดบนข้าว เต้าหู้ และผักดองค่ะ

ข้าวหน้าไก่

ข้าวหน้าไก่

เวลาทาน ให้ราดน้ำซุป ซึ่งเป็นซุปดาชิลงไปในชามข้าว เทน้ำซุปได้ปริมาณมากน้อยแล้วแต่ชอบเลยค่ะ นาโอะลองชิมรสชาติน้ำซุปเปล่าๆ มันก็ไม่ได้มีรสชาติพิเศษอะไรมากนะคะ ออกจืดๆ ด้วยซ้ำ แต่พอราดลงไปบนข้าวหน้าไก่แล้ว มันทำให้น้ำซุปรสชาติกลมกล่อมขึ้นมาทันที แถมส่วนประกอบทุกอย่างในชามก็ลงตัวกันสุดๆ นาโอะชอบมาก

คุณผู้ชายสั่งข้าวปลากระพงซอสมิโสะงา คุณผู้ชายให้นาโอะลองชิม เฮ้ยยย มันดีงามมาก รสชาติมันดีมากค่ะ เนื่องจากเค้าหั่นปลากระพงมาเป็นชิ้นบางๆ พอเราราดน้ำซุปร้อนๆ ลงไป ปลาก็สุกกำลังดี นิ่ม อร่อย ซอสมิโสะงาทำให้รสชาติของน้ำซุปเข้มข้น ส่วนเคจังสั่งปลาแซลม่อนกับอิคุระค่ะ พอดีไม่ได้นั่งทานโต๊ะเดียวกัน เลยไม่สามารถแอบชิมของเคจังได้ เคจังบอกว่าก็อร่อยอยู่ค่ะ (แต่ส่วนตัวนาโอะจะไม่ชอบทานอิคุระที่ราดน้ำซุปลงไปนะคะ เพราะไข่มันจะสุก แล้วมันไม่อร่อยเหมือนทานแบบดิบค่ะ)

ข้าวแซลม่อนกับอิคุระ

เนื่องจากชิมเมนูของคุณผู้ชายไปครั้งแรกแล้วติดใจ ครั้งที่ 2 ที่ไปทานร้านนี้ นาโอะเลยสั่งข้าวปลากระพงซอสมิโสะมาทานเองบ้างค่ะ ส่วนคุณผู้ชายสั่งข้าวหน้าปลาบุรีแทน เมนูข้าวหน้าปลาบุรีเป็นเมนูพิเศษเฉพาะช่วงนะคะ แต่คุณผู้ชายบอกว่า ข้าวหน้าปลาบุรีอร่อยสู้ปลากระพงไม่ได้ค่ะ เนื่องจากซอสมิโสะงานั่นเอง

ข้าวหน้าปลาบุรี

ข้าวปลากระพงซอสมิโสะงา

ราดลงไปบนข้าวก่อนเทน้ำซุป

ความพิเศษอีกอย่างของเมนูข้าวปลากระพงซอสมิโสะงาคือ เค้าจะแยกปลากับซอสมิโสะงาออกจากข้าวค่ะ แล้วให้เราเทลงบนข้าวเองก่อนเทน้ำซุป (สร้างกิจกรรมให้เรานั่นเอง) จริงๆ คือไม่อยากให้ซอสมันลงไปกองอยู่ข้างล่างนานๆ มากกว่าค่ะ

ร้านนี้จะเป็นอีกร้านนึงในลิสต์ของนาโอะ ที่จะต้องไปทานทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่นค่ะ (ในลิสต์มีแค่ร้าน Ippudo) เพราะฉะนั้นนาโอะอยากชักชวนให้คุณผู้อ่านไปลองทานกันดูค่ะ รสชาติมันอาจจะไม่จัดจ้านเหมือนข้าวต้มบ้านเรา แต่ก็อร่อยเบาๆ ดีค่ะ

เนื่องจากร้านนี้มีสาขาเยอะ นาโอะแนะนำให้ลองเข้าไปดูในเวบไซต์ของเค้าและใช้ Google Translate หาสาขาที่สะดวกสำหรับคุณผู้อ่านดูนะคะ เมืองที่มีสาขาของร้านนี้ได้แก่ Tokyo, Shizuoka, Kyoto, Osaka ค่ะ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao

Tuesday, 10 February 2015

Sushi Kappo Yamanaka 鮨割烹 やま中

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน

นาโอะไป Hakata เมือง Fukuoka มาก็หลายรอบ แต่สารภาพว่าไม่ค่อยเจอร้านขายซูชิหรือปลาดิบที่ถูกใจมากนัก ขนาดดั้นด้นไปทานถึงตลาดปลา Fukuoka ก็ยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่ความพยายามในการหาร้านปลาดิบอร่อยๆ ใน Hakata ของนาโอะก็ยังไม่จบค่ะ ครั้งล่าสุดที่นาโอะมีโอกาสไป Hakata คือเดือนพฤศจิกายนปี 2014 ซึ่งคราวนี้นาโอะก็หาร้านซูชิไป จริงๆ พิมมิยะมีแนะนำร้านดังแถว Tenjin ให้ร้านนึงค่ะ ร้านนี้เป็นร้านยอดนิยมทั้งของคนโลคอลและนักท่องเที่ยวไทยเลยก็ว่าได้ มื้ออาหารคนจะเยอะต่อแถวยาวลงมาชั้น 1 หน้าร้าน แต่ทั้งนาโอะและพิมมิยะยังไม่ค่อยประทับใจในคุณภาพและรสชาติมากนัก เลยไม่ขอรีวิวร้านนั้นนะคะ

เกริ่นมาซะยืดยาว คือแค่อยากจะบอกว่า ในที่สุด ก็เจอร้านซูชิคุณภาพดี ราคาปานกลางใน Hakata แล้วค่ะ แถมไม่ต้องไปยืนตากลม ตากฝน หรือตากแดดยืนรอ เพราะร้านนี้อยู่ใน JR Hakata City ชั้น 9 ค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า Sushi Kappo Yamanaka 鮨割烹 やま中 นาโอะขอเรียกสั้นๆ ว่า Sushi Yamanaka ละกันค่ะ

หน้าร้าน


วันที่นาโอะไปทานเป็นวันอาทิตย์ค่ะ แต่นาโอะชะล่าใจไม่ไปรอตั้งแต่ก่อนร้านเปิด พอไปถึง 11 โมงตรงเป๊ะ ปรากฏว่า ร้านเต็มแล้วค่ะ ต้องลงชื่อหน้าร้านต่อคิวเข้า รอประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เข้าไปนั่งที่เคาน์เตอร์ค่ะ

หน้าเคาน์เตอร์

เชฟเสิร์ฟคำต่อคำ

เมนูมื้อกลางวัน

เมนูภาพมื้อกลางวัน

เมนูมื้อเย็น

นาโอะสั่งซูชิเซต B คุณผู้ชายสั่ง Chirashi Sushi ส่วนเคจังสั่งซูชิเซต A ค่ะ

Chirashi Sushi

พร้อมทานซูชิ

ถ้าคุณผู้อ่านสั่งเป็นซูชิเซตและนั่งที่เคาน์เตอร์ เชฟจะเสิร์ฟซูชิคำต่อคำเลยค่ะ ส่วนเซต Chirashi Sushi ของคุณผู้ชายก็จะได้มาเป็นกล่องพร้อมทานเลยค่ะ ของนาโอะกับของเคจังมีปริมาณซูชิต่างกัน 1 คำถ้วน แต่คุณภาพปลาไม่ได้เท่ากันหมดทุกคำนะคะ บางคำเช่น Anago ของนาโอะจะได้ชิ้นปลาส่วนท้อง ส่วนของเคจังที่เป็นเซตเล็กกว่า จะได้ชิ้นปลาส่วนหาง

Chirashi Sushi จัดปลามาได้หลากหลายมากๆ ค่ะ เนื่องจากคุณผู้ชายไม่ทานกุ้งเลยไม่มีกุ้งมาด้วยเหมือนในรูปในเมนู ปริมาณกับราคาถือว่าราคาปานกลางค่ะ

มาเริ่มส่วนของซูชิเซตกันค่ะ ของนาโอะกับเคจังในช่วงแรกๆ เหมือนกันแทบจะทุกคำ ยกเว้น Hotate ที่ของเคจังเป็นกุ้ง แต่ของนาโอะเป็น Hotate ค่ะ (เนื่องจากนาโอะไม่ทานกุ้ง เลยแจ้งกับเชฟไว้) คำแรกเป็นชูโทโร่ค่ะ ชิ้นปลาไม่หนามาก หน้าตาดูแล้วเหมือนจะธรรมดา แต่พอเข้าปากแล้วอร่อยมากค่ะ ปลาบปลื้ม คำที่ 2 ของนาโอะคือปลากระพงค่ะ ไม่เหนียวเลย นุ่ม ละลายในปาก ผิดกับปลากระพงทั่วไป หลังจากได้ 2 คำแรกแล้ว เชฟจะเสิร์ฟข้าวหน้าอิคุระ (ไข่ปลาแซลม่อน) และอุนิ (หอยเม่น) ในถ้วยจิ๋วๆ อิคุระเป็นอิคุระสดเลยค่ะ อร่อยมาก อุนิก็คุณภาพดีมาก หวาน หอม อร่อยสุดๆ ค่ะ

คำที่ 1 ปลาทูน่า และคำที่ 2 ปลากระพง

ข้าวหน้าอิคุระกับอุนิ


คำที่ 3 เป็น Hotate ค่ะ หอยเชลล์เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ คำที่ 4 เป็นปลาหมึกที่กรอบและไม่เหนียวเลยยยยย แม้กระทั่งในญี่ปุ่น จะหาซูชิปลาหมึกที่ไม่เหนียวก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะคะ

คำที่ 3 Hotate คำที่ 4 ปลาหมึก

Hotate

คำที่ 5 Saba Battera

เนื่องจากร้านนี้มีชื่อในเมนู Saba Battera หรือข้าวกดหน้าปลาซาบะดองด้วย คำที่ 5 เลยเป็น Saba Battera ค่ะ พอทานเข้าไป นาโอะหันไปบอกคุณผู้ชายว่า มันดีมาก อร่อยมาก ปลาซาบะไม่คาวเลย ข้าวรสชาติกลมกล่อมไม่หวานไม่เปรี้ยวจนเกินไป เราสั่ง Battera มากินเพิ่มเหอะ อิอิ คุณผู้ชายเลยสั่ง Saba Battera มาเพิ่ม 1 แถวค่ะ 

ร้านนี้เสิร์ฟ Miso Soup ในเซตด้วย และมิโสะเป็น Aka Miso หรือมิโซะแดง ซึ่งรสชาติจะจัดจ้านและแหลมคมกว่า Shiro Miso หรือมิโซะขาวค่ะ

Aka Miso (มิโซะแดง)

คำที่ 6 ในเซตของนาโอะกับของเคจังเป็นปลาหมึกยักษ์ค่ะ นาโอะไม่ค่อยชอบทานปลาหมึกยักษ์เท่าไหร่ รสชาติยังไงก็ไม่ค่อยปลื้ม แต่ของร้านยามานากะ ปลาหมึกยักษ์ไม่ค่อยเหนียวค่ะ เคี้ยวไม่ต้องนานมาก อิอิ ขิงดองของร้านนี้จะเสิร์ฟมาเป็นก้อนๆ (หรือเรียกเป็นแท่งดีนะ) ค่ะ รสชาติดีค่ะ

คำที่ 6 ปลาหมึกยักษ์

ขิงดอง

คำที่ 7

คำที่ 7 (เซต A จะไม่มีคำนี้ค่ะ) คือ Aburi Salmon หรือปลาแซลม่อนรนไฟ เนื้อปลามีความมัน อร่อยมากค่ะ คำที่ 8 คือ Anago หรือปลาไหลย่างค่ะ ถ้าเป็นซูชิเซต A จะได้ Anago ส่วนหางค่ะ ซึ่งจะไม่อร่อยเท่าส่วนท้องที่ซูชิเซต B ได้ค่ะ และคำสุดท้าย เป็นไข่หวานล้างปากค่ะ นอกจากซูชิ 9 คำ + ข้าวหน้าอิคะรุ&อุนิ แล้ว ยังมีมากิ (ข้าวห่อสาหร่าย) ไส้ปลาทูน่า กับข้าวห่อผักไส้ปูอัดด้วยค่ะ

คำที่ 8 Anago ส่วนท้อง

Anago ของซูชิเซต A

คำที่ 9 ไข่หวาน

ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาทูน่า

ข้าวปั้นห่อผักไส้ปูอัด

และสุดท้ายคือ Saba Battera ทั้งแถวที่คุณผู้ชายสั่งมาทานเพิ่ม อร่อยมากๆ ค่ะ คุณผู้อ่านสามารถสั่ง Battera แบบนี้เป็น Take away ได้ด้วยค่ะ แถวละ 1,200 เยนไม่รวมภาษี (ถ้าจำราคาไม่ผิดนะคะ)

Saba Battera

Saba Battera
 
ในเซตอาหารทุกเซตจะมีไอศกรีมด้วยค่ะ เป็นไอศกรีมรสส้มยูซุ อร่อยดีค่ะ (แต่ลูกเล็กไม่นิดเนะ อิอิ)


คุณผู้อ่านที่ไปเที่ยว Hakata และอยากทานซูชิอร่อยๆ ราคาไม่เจ็บตัวมาก นาโอะแนะนำร้านนี้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง ร้านนี้อยู่ที่ JR Hakata City Amu Plaza Hakata ชั้น 9 คุณผู้อ่านขึ้นลิฟท์แก้วจากในสถานี JR Hakata กดชั้น 9 ได้เลยค่ะ

เปิดบริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด
มื้อกลางวัน 11: 00 ~ 15: 00 
(LO 14: 30) 
มื้อเย็น 17: 00 ~ 23: 00 
(LO 21: 30)

แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao 

Sunday, 8 February 2015

Nokkedon のっけ丼 at Aomori Gyosai Center 青森魚菜センター

สวัสดีค่า

ช่วงนี้นาโอะอยากจะเคลียร์ร้านอาหารในสต๊อคให้หมดๆ เพราะใกล้ High Season แห่งการท่องเที่ยวเข้าไปทุกที คุณผู้อ่านก็น่าจะมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศกันมากมาย นาโอะเลยอยากจะรีบแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ ให้คุณผู้อ่านได้ไปลองกัน

เอนทรี่นี้นาโอะจะพาไปกิน nokkedon (のっけ丼) ที่ตลาดปลา Aomori กันค่ะ nokkedon เป็นเมนูดังของเมือง Aomori เลยก็ว่าได้ ใครไปใครมาเมืองนี้ก็ต้องมาทานที่ตลาดปลาชื่อว่า  Aomori Gyosai Center 青森魚菜センター (หรือแปลว่า Aomori fish & vegetable center) 

เจ้า nokkedon มันก็คือ donburi อย่างนึงค่ะ แต่ความพิเศษของมันอยู่ที่ เราสามารถเลือกเองได้อย่างอิสระว่าเราอยากจะทานข้าวหน้าอะไร ปริมาณขนาดไหน และสามารถเลือกปลา หรือ seafood อื่นที่ชอบได้ตามต้องการ 

ป้ายหน้าตลาดปลา

Information Counter

พอเข้าไปถึง ให้เข้าไปที่เคาน์เตอร์ Information เลยค่ะ จะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายให้ฟัง (ภาษาอังกฤษอาจจะกระท่อนกระแท่นนิดนึง แต่ก็พอจะเข้าใจได้) ว่าต้องทำยังไงบ้าง ขั้นตอนมีง่ายๆ คือ เราต้องซื้อ Coupon Set ที่ Information counter นี้ละค่ะ มี 2 ราคา คือ 540 เยน กับ 1,080 เยน แล้วเราก็เอาคูปองไปแลกกับอาหารที่เราต้องการ

หน้าตาคูปอง (ขออภัยค่ะ มัวแต่ตื่นตาตื่นใจ นึกขึ้นได้ว่าต้องถ่ายรูปก็แหว่งไปใบนึงแล้ว)

พอได้คูปองมาแล้ว สิ่งแรกที่ทุกคนต้องมีคือ ข้าว ค่ะ เพราะมันคือข้าวหน้าปลาดิบ ก็จำเป็นต้องมีข้าวใช่มั้ยละคะ แหะๆ ร้านที่ขายข้าวมีร้านเดียวทั้งตลาดค่ะ จาก Information Counter ให้เดินเลียบประตูทางเข้าตรงเข้ามาสุดทางแล้วเลี้ยวซ้ายล็อคสุดท้าย ร้านข้าวจะอยู่ร้านขวามือร้านแรกเลยค่ะ ข้าว 1 ถ้วยใช้คูปอง 1 ใบ

ร้านขายข้าว

ได้ข้าวมาแล้ว

หลังจากนั้น ก็เดินช้อปปิ้งค่ะ เดินให้รอบตลาดเล้ย แทบจะทุกร้านจะมีปลาดิบเป็นชิ้นๆ หั่นไว้ในตู้แช่ พร้อมเขียนป้ายบอกว่าต้องใช้คูปองกี่ใบ ปลาบางอย่างได้ 2 ชิ้นต่อคูปอง 1 ใบ ปลาบางอย่าง เช่น โอโทโร่ ใช้คูปอง 3 ใบต่อ 1 ชิ้น นอกจากปลาดิบแล้วก็ยังมีพวก กุ้ง ปู หอย และไข่ปลาต่างๆ อีกด้วยค่ะ

ละลานตา


พอช้อปปิ้งกันจนคูปองหมด (จนต้องไปซื้อใหม่เพิ่มอีกชุด) ก็ถึงเวลามานั่งกินกันแล้ว ทางตลาดจัดพื้นที่ให้นั่งกินอยู่ทุกมุมของตลาดเลยค่ะ แต่จะมีมุมนึงตรงข้าม Information เลย ที่มีห้องเป็นสัดส่วน

บรรยากาศในตลาด

ส่วนที่จัดไว้ให้นั่งทาน

ภาพข้างล่างเกิดจากที่นาโอะและเพื่อนๆ มาทานที่ตลาดปลานี้ 2 วันติดค่ะ ตอนแรกแพลนไว้ว่าวันแรกจะมากินที่ตลาดปลาแห่งนี้ อีกวันนึงจะไปอีกตลาดนึงเพราะหาร้านซูชิเอาไว้ (ที่พีรีวิวไปแล้วนั่นแหละค่ะ) แต่เนื่องจากติดใจ nokkedon มาก ก็เลยตัดสินใจกันมากินอีกเป็นรอบที่สอง

คูปองเซตใหญ่ 1 เซต

คูปองเซตใหญ่ 2 เซต ได้ถ้วยนี้ค่ะ

โอโทโร่ ใช้คูปอง 3 ใบต่อ 1 ชิ้น



คูปองที่ใช้ไป 2 คน โฮก

ปลาดิบและอื่นๆ ในตลาดนี้สดมากๆ ค่ะ อิคุระ (ไข่ปลาแซลม่อน) ของโปรดของนาโอะ เต่งตึงมาก ประทับใจสุดๆ เล่าแล้วก็น้ำลายสออยากจะกินขึ้นมาอีก ความพิเศษมันคงอยู่ตรงที่ ต่างคนต่างชอบปลาและอื่นๆ ไม่เหมือนกัน พวก Chirashi Sushi ที่ร้านต่างๆ จัดปลามาให้ก็ไม่ได้ถูกปากไปซะหมด แต่ nokkedon สามารถทำให้ทุกคนได้ทานในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ทั้งจานเล้ย 

ตลาดปลานี้เปิด 7:00-17:00 น. ปิดวันอังคารค่ะ เดินไม่ไกลจาก JR Aomori ด้วย ฤดูใบไม้ผลินี้ คุณผู้อ่านที่แพลนจะไปดูซากุระที่ Hirosaki ก็สามารถแวะไปทาน nokkedon ที่ Aomori ได้นะคะ รับรองไม่ผิดหวัง


แล้วพบกันใหม่ค่ะ
nao