Sunday, 11 March 2012

Tribute to Sendai ~ Sendai Gourmet Map Part 1

เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ภูมิภาคโทโฮขุ พิมมิยะในฐานะอดีตพลเมืองต่างด้าวในเซนไดก็ขอพูดถึงบ้านหลังที่ 2 ซักนิดนึง แต่เห็นคนส่วนใหญ่รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว งานนี้คงไม่ต้องจัดซ้ำ เนื่องจากไม่ค่อยถนัดหน้าที่แบบนี้ แต่จะขอส่งเสริมการท่องเที่ยวเซนไดด้วยการเอาอาหารมายั่วต่อมน้ำลายของคุณผู้อ่านแทนละกันนะคะ แหะๆ

Sendai เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค Tohoku หรืออีกนัยหนึ่งก็คือภาคอีสานของญี่ปุ่น สถานีรถไฟของที่นี่ก็เป็นสถานีใหญ่สำหรับรถไฟที่จะนั่งต่อไปที่จังหวัดอื่นในโทโฮขุ เช่น Iwate, Akita หรือ Aomori หรือแม้กระทั่งรถไฟที่จะขึ้นฮอคไกโดก็ต้องผ่านที่นี่ค่ะ นับว่าเหมาะแก่การแวะมาเที่ยวซะจริงๆ เอนทรี่นี้พิมมิยะจะขอเล่าเฉพาะร้านที่อยู่ในละแวกสถานีเซนได ซึ่งนักท่องเที่ยวไปได้ง่ายๆเท่านั้นนะคะ





เริ่มต้นจากสถานี JR Sendai กันก่อน ที่สถานีนี้ก็มีร้านอร่อยอย่าง Rikyu 利久 ซึ่งเป็นร้านขายลิ้นวัวย่างหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า Gyutan (มาจากคำว่า กิว ที่แปลว่าวัว ในภาษาญี่ปุ่น กับ tongue ที่แปลว่าลิ้น ในภาษาอังกฤษ คนญี่ปุ่นก็เรียกทับศัพท์กันแบบนี้ค่ะ) ของขึ้นชื่อของเมืองเซนไดที่พีเคยแนะนำไว้ในรีวิวก่อนหน้านี้ ประมาณว่าถ้ามาถึงที่นี่แล้วก็ห้ามพลาดกิวตังเป็นอันขาด ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง (แต่พิมมิยะก็อดชิมค่ะ เพราะไม่ทานเนื้อวัว ^^”) ร้านนี้มีสาขาที่ชั้น 3 ของสถานีค่ะ ถ้าขึ้นบันไดเลื่อนของสถานีไปถึงชั้น 3 ปุ๊บ (ชั้นเดียวกับทางเข้าสำหรับชิงคันเซน) ให้เลี้ยวมาทางซ้ายแล้วเดินเข้ามาในซอยด้านซ้ายสุด ร้านอยู่ในซอยนั้นค่ะ ในซอยนี้มีร้านซูชิเจ้าโปรดของพิมมิยะอย่าง Hokushinzushi 北辰鮨 อยู่ด้วย แต่ร้านที่ชั้น 3 จะเป็นแบบเคาน์เตอร์ให้ยืนรับประทานเท่านั้น

ลงมาที่ชั้น 2 ของสถานี เดินไปฟากทางออกที่ติดกับห้าง S-PAL 2 และ PARCO มี Soup Stock Tokyo ร้านซุปเจ้าดังที่มีสาขาทั่วญี่ปุ่น พิมมิยะขอแนะนำ Atlantic lobster soup ของร้านนี้ค่ะ หอม มัน อร่อยมาก ส่วนซุปใสของร้านนี้ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ เยื้องๆกับร้านนี้ก็เป็น Delifrance ร้านขนมปังที่มีสาขามากมายในหลายประเทศ Melon pan (ขนมปังเมลอน) ของร้านนี้สุดยอดมากค่ะ อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยทานเมลอนปังมา โดยเฉพาะไส้ครีมที่เป็นรสเมลอนของเค้าหอมมากเลย





ถัดมาที่ชั้น 1 ก็มี Hokushinzushi อีกสาขาตั้งอยู่ ทางเข้าร้านอยู่ด้านนอกของตัวอาคารของสถานี สาขานี้มีโต๊ะให้นั่งค่ะ หรือถ้าเดินอยู่ในตัวอาคารไปในทิศที่เป็นทางเข้าห้าง S-PAL จะเจอร้านชูครีมชื่อดัง Beard Papa อย่าเพิ่งเบะปากนะคะ ร้าน Beard papa ที่ญี่ปุ่นเค้าจะมีรสพิเศษหมุนเวียนกันไปทุกอาทิตย์ให้เราได้ลองของใหม่ๆอยู่เสมอ นับว่าเหมาะสำหรับคนชอบลองของ (อย่างพิมมิยะ) มากค่ะ





ถ้าลงมาอีกชั้น คือชั้น B1 ของสถานี จะมีอาหารให้เลือกซื้อเลือกชิมกันมากมาย มีทั้งร้านให้นั่งรับประทาน ซื้อใส่กล่องกลับบ้าน หรือจะเอาไปกินบนรถไฟก็แล้วแต่เรา ที่ชั้นนี้มีร้านทงคัทสึชื่อดังอย่าง Saboten ซึ่งก็มีสาขาที่ Isetan บ้านเรา แถมยังมีเคาน์เตอร์แบบเทคเอาท์แยกอยู่ต่างหากอีกที่นึงในชั้นเดียวกัน แต่ถ้าไม่อยากรับประทานทงคัทสึ เดินไปอีกนิดนึงก็จะเจอร้านซูชิที่เพื่อนคนญี่ปุ่นบอกว่าดัง ชื่อ Sushi Tetsu すし哲 ซูชิร้านนี้ก็อร่อยค่ะ แต่ราคาออกจะแพงไปหน่อยเมื่อเทียบกับ Hokushinzushi แล้วที่สำคัญสุดๆสำหรับพิมมิยะก็คือร้านขนมปังเจ้าโปรดอย่าง Afternoon Tea ก็ยังมีสาขาตั้งอยู่ที่ชั้นนี้ด้วย สาขานี้เป็นสาขาที่แวะมาอุดหนุนบ่อยที่สุดเลยแหละค่า~ :D






ที่จริงแล้วตัวอาคารของสถานีเซนไดเป็นห้างที่ชื่อว่า S-PAL ที่ชั้น 2 ของห้างนี้บริเวณทางออกที่ติดกับโรงแรม Metropolitan Sendai มีคาเฟ่ชื่อดังอย่าง Café comme ca ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือเดียวกับร้าน Berry Café ร้านนี้เค้าขายทั้งของคาวอย่างสลัด ซุป พาสต้า (โดยเฉพาะพาสต้าที่เป็นครีมซอส อร่อยมากค่ะ) พิมมิยะปลื้มพาสต้าซอสไข่ปลา (Mentaiko pasta) ของร้านนี้ แต่ของที่ดังจริงๆของร้านคือทาร์ท ทาร์ทของร้านนี้ตกแต่งด้วยผลไม้ได้สวยงามไม่แพ้ Qu’il fait bon เลย เผลอๆจะสวยกว่าด้วยซ้ำ นับว่าดูดีทั้งหน้าตาและรสชาติ แต่ยังไง้ยังไงพิมมิยะก็ยังเทใจให้ Qu’il fait bon อยู่ดีนะคะ เนื่องจากถูกกว่า ฮ่า~





เดินจากสถานีเซนไดต่อไปที่ห้าง PARCO ซึ่งอยู่ติดๆกัน ที่ชั้น 1 ของห้างนี้มีร้านโรลเค้กชื่อดังอย่าง Roll Madu อยู่ ของขึ้นชื่อของร้านก็คือ Roll cake สารพัดชนิด มาดูจนตาลายสมกับชื่อร้าน แทบจะเลือกไม่ถูกเลยทีเดียวค่ะ

ส่วนชั้น 7 ของห้าง PARCO ก็เป็นที่ตั้งของคาเฟ่ที่เน้นคอนเซปท์ขายชาเขียวและขนมที่ทำจากชาเขียว ชื่อร้าน Nana’s Green Tea ไอศครีมชาเขียวของเค้าหอมและเข้มข้นได้ใจ อย่างรูปข้างล่างเป็น Matcha warabi mochi gelato parfait ชื่อยาวม้ากกกกก แต่อร่อยจริงค่ะ ใส่เครื่องมาให้แบบอลังการงานสร้างสุดๆ





เอนทรี่นี้พิมมิยะขออนุญาตพักไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ เพราะคนเขียนเกิดอาการหิวซะเอง ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อน เอนทรี่หน้าจะพาไปทัวร์ชิมละแวกสถานีเซนไดกันต่อ ขอปิดท้ายด้วยเพลงนี้ซึ่งพิมมิยะชอบมาก ชื่อเพลง Furusato มีความหมายว่า “บ้านเกิด” ค่ะ เพลงนี้ที่จริงแล้วถูกแต่งขึ้นมาก่อนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิเมื่อปีที่แล้ว แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นก็กลายเป็นเพลงที่เอามาร้องในหลายๆอีเวนท์ที่จัดเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น เพลงนี้ความหมายดีมากค่ะ ฟังทีไรก็ซึ้ง คิดถึงญี่ปุ่นจังเลยน้อ~


ピム宮 ~ pimmiya

Credit: น้องต้อ สำหรับรูปเปิดเอนทรี่แจ่มๆ ขอบคุณมากนะจ๊ะ :D

2 comments:

  1. โอวววว ไม่บอกกันมั่งเลยว่าเขียนบล๊อกอาหารไว้เพียบๆ ขนาดนี้
    ตามอ่านนะจ๊ะ

    ReplyDelete
  2. รำลึกบ้านเกิดมั่กๆ (บ้านเกิดเมื่อชาติที่แล้ว) เพลงเพร๊าะเพราะเนอะ

    ReplyDelete