Saturday, 31 March 2012

Matsuki Sushi 松喜すし

เนื่องด้วยช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมาพิมมิยะและนาโอะมีแผนจะไปเที่ยวเมืองน่ารักๆอย่าง Takayama และสิ่งสำคัญ (มาก) ที่เราจะต้องทำก็คือการหาร้านอร่อยของเมืองนี้ (เนื่องจากปากท้องเป็นเรื่องใหญ่^^") ซึ่งก็เป็นที่มาของเอนทรี่นี้ค่ะ ร้านที่กำลังจะพาไปชิมมีชื่อว่า Matsuki Sushi เป็นร้านซูชิที่คนญี่ปุ่นยกให้เป็นอันดับ 1 ของเมืองทาคายามะจากเว็บ r.tabelog ว้าววววว~ แล้วร้านนี้จะเด็ดดวงจริงอย่างที่คนญี่ปุ่นเค้าว่าไว้จริงรึเปล่า มามะๆ ตามพิมมิยะมาดูกันดีกว่านะคะ

ก่อนหน้านี้พิมมิยะเล่าให้นาโอะฟังว่าเพื่อนคนญี่ปุ่นบอกว่าซูชิที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นเป็นปลาที่จับได้จากทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ หาใช่ซูชิที่พวกเรากินแถวโตเกียว โอซาก้า หรือเซนไดซึ่งอยู่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นแต่เพียงอย่างใด นาโอะยังบอกว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่พวกเราจะได้ชิมซูชิของร้านนี้ เหตุเพราะตัวเมืองทาคายามะเองไม่อยู่ติดทะเล ร้านนี้ก็เลยสั่งปลามาจากเมือง Toyama และ Kanazawa ซึ่งอยู่ริมทะเลญี่ปุ่น (เรื่องที่ว่าซูชิของทะเลญี่ปุ่นอร่อยที่สุดเนี่ย พิมมิยะก็ยังสงสัยอยู่ จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้วที่ทำงานของพิมมิยะเชิญโปรเฟสเซอร์ชาวญี่ปุ่นมาสอน พอดีท่านมาจากเมือง Niigata ซึ่งอยู่ติดทะเลญี่ปุ่นเหมือนกัน พิมมิยะเลยถามโปรเฟสเซอร์ว่าจริงรึเปล่า สรุปคือคอนเฟิร์มว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ เพื่อนไม่ได้อำ ฮ่า~)

วันนั้นเราผิดจากแพลนที่วางไว้ไปนิดนึง จากเดิมที่ตั้งใจจะเที่ยวทาคายามะกันทั้งวันก็ดันตัดเหลือซะครึ่งวัน ทำให้เราต้องไปหม่ำซูชิที่ร้านนี้ในมื้อเย็นแทน วันที่ไปนั้นหิมะตกหนักมาก หนักขนาดที่ทำให้พิมมิยะมือแข็งซะจนเอากล้องออกมากดชัตเตอร์เพื่อชักภาพหน้าร้านไม่ไหวเลยทีเดียว ตอนที่เราไปถึงร้านเค้าเพิ่งเปิดรอบเย็นพอดี ตอนแรกเกือบอดกินเพราะไม่ได้โทร.ไปจองล่วงหน้าก่อน โชคดีที่คุณเจ้าของร้านเห็นว่าเราเป็นกะเหรี่ยงต่างชาติแถมยังมาแต่หัววัน เลยหาที่นั่งที่เคาน์เตอร์ให้พวกเราจนได้ค่ะ น่ารักจริงๆ




หลังจากพวกเรานั่งได้ไม่นานก็มีลูกค้าที่จองโต๊ะไว้มากันจนเต็มชั้นล่างของร้าน คุณเจ้าของซึ่งเป็นเชฟใหญ่ของร้านเป็นคนเทคแคร์พวกเรา ปล่อยให้ลูกน้องทำซูชิให้ลูกค้าคนอื่นๆ เค้าก็ชวนพวกเราคุยด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษของคุณพี่เค้าใช้ได้ดีพอควรเลยเมื่อเทียบกับร้านอาหารอื่นๆในญี่ปุ่น พอพวกเราบอกว่ามาจากเมืองไทย เค้าก็บอกว่าเค้าเคยมาเที่ยวภูเก็ต แถมยังยกมือไหว้พวกเราพร้อมกับพูดว่า “สวัสดีครับ” ด้วยอีกแน่ะ จากบรรยากาศหนาวๆก็ทำให้ภายในร้านนี้อบอุ่นขึ้นเป็นกองเลยค่ะ :D

คุณเจ้าของร้าน หน้าตาดีซะด้วยนะคะ อิอิ




ที่จริงแล้วพิมมิยะเล็งเมนูอาหารกลางวันของร้านนี้ไว้ เพราะดูจากในเว็บของร้านมันช่างน่าทานเสียนี่กระไร ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน ข้าวหน้าปลามากุโร ข้าวหน้าสเต็คเนื้อฮิดะ ฯลฯ ในราคาที่ไม่แพงมากอีกด้วย แถมร้านเค้ามีดีกรีเป็นถึงร้านซูชิอันดับ 1 ของเมืองนี่ก็รับประกันได้ชัวร์ว่าของเค้าต้องดีจริงแน่นอน แต่เนื่องจากเรามาทานมื้อเย็นกันแทน ก็เลยอดกินอาหารจำพวกด้งทั้งหลาย มีแต่เมนูซูชิให้เราเลือกเท่านั้นค่ะ ดูเมนูมื้อเย็นได้ในลิงค์นี้นะคะ http://www.matsuki-sushi.com/dinner.html




พิมมิยะเลือก Omakase course (ในเมนูภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า Variety course ค่ะ) ราคา 2,980 เยน เป็นเซตที่เชฟคัดเลือกจากของที่ดีที่สุดในร้านในวันนั้นค่ะ ในเซตมีซูชิทั้งหมด 12 คำ จริงๆแล้วในเมนูนี้ต้องมีซูชิเนื้อฮิดะ ของดังของเมืองทาคายามะด้วยนะคะ แต่ด้วยความที่พิมมิยะไม่ทานเนื้อก็เลยอด แง้~ ส่วนปลาหมึกก็ไม่ชอบกิน ทั้งๆที่คุณพี่เค้าพยายามโชว์ความสดของปลาหมึกร้านเค้าให้ดูด้วยการแล่แล้วปล่อยให้มันดิ้นดุ๊กดิ๊ก สุดท้ายพวกเราก็ยังเซย์โนอยู่ดี เพราะเท่าที่เคยทานมา ซูชิปลาหมึกจะเหนียวๆหน่อยอะค่ะ พิมมิยะกลัวฟันปลอมจะหลุด เลยไม่อยากกินเท่าไหร่ แฮ่~ (ที่จริงพอกลับมาก็นึกเสียดาย น่าจะลองดูว่าปลาหมึกของพี่เค้าจะอร่อยแค่ไหน ก็เล่นชี้ชวนชมซะขนาดนั้น) สุดท้ายคุณพี่เค้าเลยต้องหาซูชิอื่นๆมานำเสนอแทน




ไฮไลท์ของมื้อนั้นคือซูชิที่อยู่ข้างๆไข่ปลาแซลมอนค่ะ เรียกว่า Ankimo เป็นตับของปลาที่ชื่อว่า Anko (ส่วนคำว่า Kimo แปลว่าตับ) ขอบอกเลยว่าตับปลาอังโกะนี่อร่อยมว้ากกกกกก ให้รสสัมผัสที่นุ่มๆมันๆ ปกติแล้วเวลาเรากินตับปลา รสจะออกขมๆหน่อยใช่มั้ยคะ แต่นี่หารสขมไม่เจอเลยค่ะ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พวกเราได้ชิมอังคิโมะ ซึ่งคุณพี่เจ้าของบอกว่าปกติแล้วหากินยากมากเลยนะ (ลัคกี้~ :D) พอคุณเจ้าของเห็นพวกเรากรี๊ดกร๊าดถูกใจก็จัดแจงหั่นอังคิโมะเปล่าๆ รวมทั้งทำอังคิโมะซูชิอันจิ๋วๆแถมให้พวกเราอีก 6 อันด้วยนะคะ ใจดีจริงๆเลยน้า~

ตับปลาอังโกะคืออันขวามือของรูปค่ะ สงสัยจริงว่าตับใหญ่ขนาดนี้แล้วตัวปลาจะใหญ่ขนาดไหน ส่วนทางซ้ายคือ Hida beef ของดังของเมืองเค้า ซึ่งว่ากันว่าอร่อยสูสีกับเนื้อวากิวทั้งหลายเลยทีเดียว




ส่วนอีกชิ้นที่เป็นไฮไลท์คืออันที่ถัดจากอังคิโมะค่ะ เป็นกุ้งที่คุณพี่เจ้าของเค้าภูมิใจนำเสนอสุดๆ เป็นกุ้งขาวพันธุ์ดีที่จับได้จาก Toyama หากินยากอีกเหมือนกัน เนื้อกุ้งหวานมากเลย อร่อยสมกับที่เค้าโฆษณาไว้จริงๆ




Ootoro เห็นไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อนเลยทีเดียว อร่อยเริ่ดมากค่า~




Salmon อร่อยค่ะ (แต่ยังเป็นรองเอนโดซูชิอยู่นะ)




Anago ของร้านนี้ก็อร่อย




ไข่ปลา Herring พิมมิยะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ไม่ว่าจะไปทานที่ร้านไหนก็ตาม




ไข่หวานพร้อมขิงดองของร้านนี้ก็รสชาติดีมากเลยนะคะ




ซุปปูววววว์ อร่อยอีกเหมือนกัน




Hida beef steak กระทะนี้มากับเซต Shogun course ของเอสซังค่ะ ฮีบอกว่าทางร้านทำสุกไปนิดนึงเลยไม่นุ่มอย่างที่ฝันไว้ แต่ซูชิเนื้อฮิดะเวอร์ชั่นดิบนี่สุดยอดมากค่ะ (พิมมิยะก็แอบเสียดายที่กินไม่ได้ ฮือๆๆ)




ตบท้ายด้วยของหวานล้างปากที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ พิมมิยะกับนาโอะได้เป็นไอศครีมหนึ่งลูก ส่วนเซต Shogun course ของเอสซังได้พุดดิ้งด้วย ไม่รู้รสชาติเป็นไงเหมือนกัน
หลังจากจัดการอาหารทั้งหมดลงท้องเป็นที่เรียบร้อย คุณเจ้าของร้านก็เตือนลูกน้องให้เอาของที่ระลึกมาให้พวกเราเลือกคนละ 1 ชิ้นด้วยค่ะ เข้าใจว่าน่าจะเป็นของกำนัลจากทางร้านเนื่องในโอกาสปีใหม่ เพราะเห็นเค้าแจกลูกค้าคนอื่นๆในร้านด้วย พิมมิยะเลือกถ้วยชาลายกระต่ายมาใบนึง น่ารักเชียว




ก่อนจะกลับก็ต้องร่ำลากันเป็นพิธี คุณเจ้าของก็ยังพูด “ขอบคุณครับ” เป็นภาษาไทยอีก ทำเอาพวกเรายิ้มไม่หุบเลยทีเดียว น่ารักตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆค่ะ เค้าเดินมาส่งพวกเราที่หน้าร้านด้วย พิมมิยะเลยหันกลับไปบอกเค้าว่า แล้วจะมาใหม่นะคะ (ตอนที่พูดตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ แต่คงอีกหลายปีเลยค่ะกว่าจะได้กลับไปอีก T^T)

ร้าน Matsuki Sushi ออกจากสถานี JR Takayama เลี้ยวซ้าย เดินผ่านหน้า Nohi Bus Center ไปแล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกไฟแดง เดินตรงไปเรื่อยๆอีก 2 ไฟแดงแล้วเลี้ยวซ้าย หลังจากนั้นเลี้ยวขวาที่ซอยแรก ร้านอยู่ทางซ้ายมือ ป้ายหน้าร้านเขียนเหมือนซองตะเกียบในรูปด้านบนนะคะ





พิมมิยะขอเชียร์ร้านนี้สุดใจขาดดิ้นจริงๆ ถือเป็นร้านที่พิมมิยะประทับใจมากที่สุดในญี่ปุ่นเลย แน่นอนว่าความประทับใจไม่ได้อยู่แค่ความสดและรสชาติของอาหารเท่านั้น บรรยากาศก็ยังอบอุ่นเป็นกันเองอีกด้วยค่ะ ก็ได้แต่หวังว่าตัวเองจะมีโอกาสได้กลับไปเยือนเมืองน่ารักอย่าง Takayama รวมทั้งร้าน Matsuki Sushi อีก แต่ตอนนี้ก็คงต้องฝากคุณผู้อ่านไปเยี่ยมเยียนร้านเค้าแทนไปก่อนนะคะ :D

ピム宮 ~ pimmiya

แถมท้าย ร้านนี้เค้ามีคูปองให้ปรินท์จากเว็บร้านด้วย ลูกค้าจะได้สาเกฮิดะหรือไม่ก็ซุปปูเป็นของแถมค่ะ

3 comments:

  1. きた〜

    มายั่วให้หิวเลยนะเนี่ย กว่าจะได้กินซูชิแสนอร่อย อีกนานเลยอ่ะ

    ReplyDelete
  2. น่ากินมากกกกกก!!! อยากไปญี่ปุ่นมากถึงมากที่สุดครับ ณ จุด จุด นี้

    ReplyDelete
  3. ร้านนี้เค้าเด็ดจริงอะไรจริงฮ่ะ

    ReplyDelete