Sunday, 17 March 2013

Kabuto かぶと

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เข้าใกล้ฤดูชมดอกซากุระแล้ว คิดว่าหลายคนคงมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน พิมมิยะเลยจะขอเขียนถึงร้้านที่ญี่ปุ่นซักหน่อยนะคะ เอนทรี่นี้เป็นร้านพิเศษที่แกล้งทำเป็นลืมมานาน เพราะมาเจอประสบการณ์แบบโหดๆที่ร้านนี้เข้า 

แต่ที่ต้องรีวิว เนื่องเพราะคุณถุงซึ่งกำลังจะไปชมซากุระบานตอนปลายเดือนนี้ถามพิมมิยะว่ามีร้านปลาไหลอร่อยๆในโตเกียวมั้ย พิมมิยะเลยต้องจำใจงัดร้านนี้ขึ้นมาเขียน เพราะว่าของเค้าอร่อยจริงๆค่ะ ปลาไหลที่เคยทานมาในชีวิตนี้ล้วนแต่ชิดซ้ายไปเลย สมกับที่เป็นร้าน Unagi อันดับ 1 ของโตเกียวจากเว็บ tabelog จริงๆ

เจ้า Unagi นี่เป็นปลาไหลน้ำจืดค่ะ ส่วนปลาไหลทะเลเรียกว่า Anago อันหลังสามารถหารับประทานได้ตามร้านซูชิ ส่วน Unagi นี่คนไทยคงคุ้นเคยกันดี ร้านที่อร่อยจริงๆมักจะต้องเป็นร้านที่เป็น specialist ด้าน Unagi โดยเฉพาะ ร้านแบบนี้เค้าจะย่างปลาไหลเอง ปรุงซอสเอง ไม่ใช่ปลาไหลสำเร็จรูปที่เอาออกมาจากซองพลาสติกแล้วเอาไปอุ่นในเตา -"- ร้านที่ย่างปลาไหลเองในกทม. พิมมิยะพอจะนึกออกอยู่แค่ร้านเดียวคือ Unagi Nakamura ตรงพร้อมพงศ์ค่ะ   

คนญี่ปุ่นนิยมรับประทาน Unagi ในช่วงฤดูร้อน ปีที่ผ่านๆมานี่ฮิตกันมากถึงขั้นไม่พอบริโภค เลยต้องนำเข้าปลาไหลจากไต้หวันด้วย แน่นอนว่าคุณภาพและราคาสู้ปลาไหลญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ของร้านที่จะพาไปชิมในเอนทรี่นี้ใช้ปลาไหลที่เลี้ยงในญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ


ว่ากันว่า Unagi มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงสำหรับท่านชาย ว้ายยยย.. อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงรึเปล่านะคะ >_<

พิมมิยะพลาดจากปลาไหลร้านนี้ไปถึง 2 ครั้ง 2 คราด้วยกัน เหตุเพราะ.. ดันไปวันที่ร้านปิดค่ะ ฮ่วย.. ไม่เช็คให้ดีเอง -"- รอบสองนี่เลยได้ไปทานเมนูโชยุราเมงของร้าน Ippudo สาขาอิเคะบุคุโระแทน

อีกค่อนปีให้หลังมีโอกาสกลับไปโตเกียวอีกรอบ เลยทำการบ้านมาอย่างดี เช็คมาแล้วว่าไปวันที่ร้านไม่ปิดชัวร์ สุดท้ายเลยได้ทานสมใจอยาก ครั้งนั้นไปพร้อมกับนาโอะและเอสซังเหมือนเคย (เป็นกขค.ตลอด ฮ่า~)

ร้านนี้อยู่ใกล้กับสถานี Ikebukuro ค่ะ เดินไปทางเดียวกับ Ikebukuro Post Office พอถึงไปรษณีย์แล้วให้เดินต่อไปอีกนิดนึง จะเจอปากซอยหน้าตาแบบนี้ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปได้เลย


ถัดเข้ามาไม่กี่ช่วงตึกก็ถึงหน้าร้านแล้ว พอดีพวกเรามาตอนเปิดร้านพอดี (5 โมงเย็น) ยังไม่มีลูกค้าเลย ร้านเป็นตึกแค่ห้องเดียวเอง ถ้าไม่รู้ว่าเป็นร้านเด็ดก็คงเดินผ่านไปแล้วแหละค่ะ ฮ่า~



พอพวกเราเข้าไป คุณลุงเจ้าของร้านซึ่งเป็นเชฟหลักกับคุณลูกชาย (หน้าตาดีซะด้วย อิอิ) ก็ถามพวกเราว่าจองไว้รึเปล่า พอบอกว่าไม่ได้จองก็ปรึกษากันว่่าจะให้พวกเรานั่งตรงไหนดี เพราะมีลูกค้าโทร.มาจองไว้ตอนค่ำๆเต็มเลย สุดท้ายพวกเราก็ได้นั่งตรงเคาน์เตอร์ ที่หน้าเขียงพอดีเลยค่ะ 

จากนั้นคุณลูกชายก็พยายามอธิบายเมนูด้วยภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นๆ >_<

เมนูก็ตามรูปข้างล่างเลยค่ะ มีแต่ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ สรุปว่าสำหรับจานหลักมีอยู่ 3 แบบให้เลือก 

-แบบแรก Kabayaki แบบราดซอสเค็มๆหวานๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี

-แบบที่ 2 Shirayaki อันนี้เป็นอันที่ลูกชายคุณลุงเจ้าของร้านเชียร์สุดฤทธิ์ บอกว่าอร่อยมว้ากกก เป็นแบบย่างธรรมดา ไม่ราดซอส แต่ให้จิ้มกับเกลือ sea salt (ตอนเธอออกเสียงซีซอลท์นี่น่ารักมากเลย หุหุ น่าเอ็นดู๊..)

-สุดท้าย Unajyuu ปลาไหลย่างราดซอสเสิร์ฟบนข้าวในกล่องไม้สี่เหลี่ยมๆ 

ทั้ง 3 แบบนี้ราคาเท่ากันค่ะ ไซส์เล็ก 2,100 yen ได้ปลาไหลครึ่งตัว, ไซส์กลาง 3,000 yen ปลาไหล 3/4 ตัว แล้วก็ไซส์ใหญ่สุด 4,000 yen สำหรับคนทานจุ อันนี้ได้ปลาไหลไปเต็มๆทั้งตัว (และหัวใจ) หุหุ.. คอยติดตามชมตอนต่อไปนะคะ ^^" 

แล้วก็มีส่วนต่างๆของปลาไหลเสียบไม้ย่าง อยู่ทางด้านขวาสุดของเมนู


สุดท้ายพวกตัดสินใจสั่งแต่แบบราดซอสค่ะ เล่นเอาคุณลูกชายทำหน้าเหวอเลย ก็แบบว่าแนะนำซะขนาดนั้น ทำไมพวกเราไม่สั่ง Shirayaki ล่ะจ๊ะ

พอสั่งปุ๊บ คุณลุงเจ้าของร้านก็เอาปลาไหลออกมาจากถัง แต่ยังเป็นปลาไหลเป็นๆ ยังว่ายไปว่ายมาอยู่นี่สิคะ โอ๊ย.. เริ่มสยองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น



อย่างไม่ทันให้ปลาไหลได้ตั้งตัว คุณลุงก็คว้ามาวางไว้บนเขียง แล้วสับหัวฉับทันที ปลาไหลสิ้นชีวิตภายในชั่วพริบตา โฮ~ ที่แย่สุดๆคือ ที่นั่งของพิมมิยะนั่งอยู่หน้าเขียงพอดีค่ะ ช็อคกุ!!!! เพราะเหตุนี้แหละค่ะที่ทำเอาพิิมมิยะเกือบจะไม่รีวิวร้านนี้แล้ว ไม่รู้ว่าบาปรึเปล่านะคะ อารมณ์คล้ายๆเหมือนยืนชี้ปลาในตู้ที่ร้านซีฟู้ดเลย เพียงแต่อันนี้เราไม่ได้เลือกว่าจะเอาตัวไหน -*-



ว่าแล้วคุณลุงก็เลาะก้างออกด้วยเทคนิคและความไวขั้นเทพ ตอนแล่ปลายังดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่เลย ใครที่ใจกล้าพอ ดูในคลิปนี้ได้ค่ะ


ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาระหว่างนาโอะและพิมมิยะ ระหว่างที่ยังช็อคไม่หาย
นาโอะ: ชั้นรู้แต่แรกแล้ว ว่าลุงต้องทำแบบนี้
พิมมิยะ: รู้ได้ไงอะ
นาโอะ: ชั้นดูคลิปในยูทูป มีคนถ่ายไว้ แบบนี้เป๊ะเลย (นางเลยไหวตัวทัน)
พิมมิยะ (หน้าซีด): .... แล้วไมไม่บอกชั้นแต่แรก (ฟะ)....
นาโอะ: ใครจะไปรู้ว่าเค้าจะมาสับหัวอยู่ตรงหน้าพวกเรา 
นาโอะ & พิมมิยะ (มองหน้ากัน ทำตาปริบๆ ตามด้วยแผ่เมตตาให้ปลาผู้เคราะห์ร้าย)

และแล้วคุณลุงก็เอาไม้เสียบเนื้อปลาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวเดียวปลาก็ขึ้นไปอยู่บนเตาซะแล้ว คิดไปคิดมา เจ้าปลาน้อยคงขาดใจไปก่อนที่จะรู้สึกเจ็บนะคะ เฮ้อ~


แอบมองไปด้านหลังเคาน์เตอร์ เห็นกระดาษโน้ตจดคิวที่มีคนจองไว้ คิวยาวไปถึง 2 อาทิตย์ข้างหน้าเลย ขายดีซะจริงๆ



ระหว่างนั้น คุณลุงก็หันมาหาพวกเรา พูดอะไรเป็นภาษาญี่ปุ่นยาวยืดไม่รู้ ถามว่าเอามั้ยๆ พิมมิยะฟังไม่รู้เรื่อง ได้แต่พยักหน้าตอบ ไฮ่!!

ว่าแล้วคุณลุงก็ไอ้เจ้าจานจิ๋วๆนี่วางตรงหน้าพวกเราค่ะ สรุปว่าเป็นหัวใจปลาไหล ยังเต้นตุบๆอยู่เลย โอ้ว.. ช็อคอีกรอบ.. ลมแทบจับ.. ได้หัวใจมา 2 อันเพราะพวกเราสั่งปลาไหลรวมกัน 1 3/4 ตัว คุณเจ้าของให้เอาเข้าปากแล้วกลืนน้ำตามไปเลย แล้วถ้าทานพร้อมเหล้าจะแจ่มมาก พอดีพวกเราไม่ได้สั่งเหล้า เค้าเลยบอกว่าใช้น้ำแทนก็ละกัน



พวกเรามองหน้ากันไปมา สรุปว่าเอสซังเป็นหน่วยกล้าตาย กลืนลงไปก่อน พอถามว่าเป็นไงมั่ง เอสซังบอกเฉยๆ เหมือนกลืนน้ำเปล่า ไม่คาวเลย ส่วนนาโอะขอบาย สุดท้ายพิมมิยะเลยต้องรับผิดชอบอีกอันที่เหลือซะเอง ทำใจอยู่นานมากค่ะ กว่าจะกลืนลงไปได้ รู้สึกตัวเองเหมือนซีอุย ว่าแล้วก็ขออโหสิจากปลาไหลตัวนั้นด้วยนะคะ ฮือ~ ที่จริงเอสซังถ่ายคลิปหัวใจปลาเต้นตุบๆไว้ด้วย แต่ขอเซนเซอร์ไปละกันค่ะ เดี๋ยวจะโหดเกิน แต่แอบเห็นคลิปหัวใจปลาที่มีคนเอามาอัพโหลดในเนต ใครอยากรู้ว่าเป็นไง ลองเสิร์ชในยูทูบดูนะคะ

อีกไม่นานจานหลักก็มาค่ะ จานนี้ Unagi kabayaki ของพิมมิยะ มีข้าวมาให้ต่างหากถ้วยนึง



Unajyuu ของนาโอะ



ซุปเครื่องในปลาไหลรสชาติกลมกล่อม มาในเซต



แบบ 3 ชิ้น (3/4 ตัว) ของเอสซัง




ปลาไหลของร้านนี้สุดยอดสมคำร่ำลือจริงๆค่ะ ปลาไม่คาวเลย แถมยังย่างเกรียมๆกำลังดี ซอสที่ราดก็รสชาติดีมาก

ระหว่างที่พวกเราเอร็ดอร่อยกันอยู่ ลูกค้าคนอื่นๆก็ทยอยมา พวกเราสังเกตว่าส่วนใหญ่เค้าสั่งแบบ Shirayaki กับเซตแบบเสียบไม้กัน

คุณเจ้าของกับคุณลูกชายกำลังเสียบปลาไหลเข้ากับไม้สำหรับปิ้งด้วยสปีดอันรวดเร็ว แต่คุณลูกยังไม่ไวเท่าคุณพ่อนะ หุหุ



สุดท้ายพวกเราอดรนทนไม่ไหว อยากลองบ้าง เลยสั่ง Shirayaki จานเล็ก กับเซตเสียบไม้ปิ้งย่าง Kushiyaki hitotori 7 ไม้ 1,250 yen มาแบ่งกัน แบบเซตนี่มีทั้งเนื้อส่วนต่างๆของปลาไหล (ส่วนใหญ่เป็นเนื้อตรงที่ติดกระดูก) แล้วก็เครื่องในส่วนต่างๆ เอามาเสียบไม้ย่าง รวม 7 ไม้ 7 อย่าง เรียกว่ารับประทานได้ทุกสัดส่วนจริงๆ

ปรากฏว่าเจ้า Shirayaki นี่อร่อยมากค่ะ ทานเปล่าๆก็หอม อร่อย ยิ่งจิ้มซีซอลท์ยิ่งเริ่ด ส่วนเกลืออีกอันประมาณเกลือผสมเครื่องเทศ ออกหอมๆหน่อยๆ สรุปว่าเมนู Shirayaki นี่เด็ดซะยิ่งกว่าแบบ Kabayaki ที่พวกเราสั่งไปตอนแรกอีกค่ะ สมกับเป็นเมนูแนะนำของร้าน คุณเจ้าของกำชับว่าให้ทานไล่ไปจากส่วนที่เป็นด้านหัว แล้วต่อด้วยส่วนหาง เพราะรสชาติไม่เหมือนกัน แล้วมันก็ไม่เหมือนกันจริงๆอย่างที่เค้าว่าเลยค่ะ พิมมิยะแอบชอบส่วนหางมากกว่า เพราะว่าไขมันเยอะ ทานแล้วอร่อยยยยย :D



แบบไม้ๆก่อนเอาไปปิ้ง อันล่างเป็นส่วนหางของปลาไหลเอาไปพันๆเข้ากับไม้



ปิ้งออกมาแล้วหน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ พิมมิยะจำไม่ได้ว่าเป็นส่วนไหน



อีกส่วนนึง



จานนี้มีทั้งส่วนเนื้อติดกระดูก เครื่องใน แล้วก็ส่วนหางอยู่ซ้ายมือสุด ไม้นี้อร่อยมากค่ะ ออกแนวมันๆหน่อย



และแล้วก็มาถึงไม้สุดท้าย เป็นตับปลาปิ้ง พิมมิยะชอบไม้นี้เป็นอันดับ 2 รองจากหาง



ระหว่างที่รีวิวไปนี่ พิมมิยะก็ยังแผ่เมตตาให้ปลาไหลเหล่านั้นอยู่นะคะ ไม่รู้จะบาปรึเปล่าเนอะ เอามาแนะนำกันอย่างนี้ เป็นร้านที่พิมมิยะขอยกให้ความอร่อยๆอยู่ในระดับ Top 3 สำหรับร้านอาหารในญี่ปุ่นที่เคยทานมาเลย (ที่จริงทุกร้านที่เอามารีวิวนี่ถูกปากพิมมิยะทุกร้านนะคะ แต่ว่าร้านนี้สุดยอดกว่าร้านอื่นจริงๆ) เพียงแต่จะออกแนวโหดเลือดสาดหน่อยๆ ใครที่คิดว่าทำใจได้ก็เชิญไปชิมกันนะค้า~ :D




ปล.1 ร้านนี้เปิดเฉพาะตอนเย็น 17 - 22 น. เท่านั้นค่ะ ใครที่อยากไปทานควรจะโทร.ไปจองล่วงหน้า ไม่งั้นอาจอดนะเออ ร้านมีแค่ที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ 8 ที่ กับโต๊ะอีก 4 โต๊ะเอง

ปล.2 ร้านเค้าปิดวันอาทิตย์ จันทร์ พฤหัส แล้วก็พวกวันหยุดราชการทั้งหลาย ประมาณว่ารวยแล้ว ขายขำๆแค่สัปดาห์ละ 4 วันก็พอ อย่าลืมเช็ควันหยุดให้ดีก่อนไปนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน :D

ピム宮 ~ pimmiya

1 comment:

  1. ปกตินาโอะไม่ค่อยชอบทานปลาไหลเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ของร้านนี้มันสุดยอดจริงๆ เสียอย่างเดียว....สดเกิน โฮ

    ReplyDelete