Saturday, 14 January 2012

Endo Sushi ゑんどう寿司

สวัสดีค่ะ รอบนี้ขอข้ามฟากมาเป็นซูชิทางฝั่งคันไซบ้างนะคะ ชื่อร้าน Endo Sushi เป็นร้านซูชิเก่าแก่ของเมือง Osaka ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ปี 1907 โน่นแน่ะ ถึงตอนนี้ก็เกิน 100 ปีมาแล้ว จนมาถึงทายาทรุ่นปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 แค่เห็นโพรไฟล์ร้านก็อยากจะไปลองชิมซูชิของเค้ากันแล้วใช่มั้ยคะ ตามมาเลยค่ะ!!


เมนูที่ทางร้านแนะนำคือ Joumaze set เป็นซูชิที่ทางร้านคัดสรรมาให้เป็นพิเศษสำหรับลูกค้า จานนึงมี 5 คำ โดย 1 คำในจานนั้นจะเป็น Toro ซึ่งเป็นส่วนที่มีไขมันมากของปลาทูน่า ราคาแพงมาก ปกติซูชิที่เป็นโทโร่จะราคาคำละประมาณ 300-500 เยนขึ้นไป แล้วแต่คุณภาพ แต่ที่นี่เค้าคิดราคาแค่จานละ 1,050 เยน ที่ว่าพิเศษก็คือ เมื่อเราสั่งจานที่ 2, 3, 4, 5 เชฟจะเปลี่ยนซูชิเป็นอย่างอื่นให้ไม่ซ้ำกับจานก่อนๆ และจะมี Toro อยู่ 1 คำในทุกๆจาน ถ้าเราสั่งจนถึง 5 จาน พอจานที่ 6 เมนูก็จะวนกลับมาเหมือนจานแรกค่ะ





เมื่อปี 2009 พิมมิยะกับนาโอะได้ไปเยือนร้านนี้เป็นครั้งแรก จำได้ว่าครั้งนั้นตื่นตาตื่นใจกับเมนูและบรรยากาศของร้านพอสมควรเลย




ร้านนี้ไม่ให้เทโชยุใส่ถ้วยเหมือนร้านอื่นนะคะ เค้าแค่ให้เอาแปรงจุ่มโชยุแล้วแตะๆซูชิพอเป็นพิธี



พิมมิยะไม่ปลื้มขิงดองร้านนี้เลยค่ะ ไม่หวาน แถมยังเค็มอีกตะหาก

จานแรก: Anago (ปลาไหลทะเล)-Uni (ไข่หอยเม่น ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ไข่ค่ะ แต่เป็น gonad คือส่วนที่เป็นอัณฑะหรือรังไข่ของหอยเม่น)-Tai (ปลากะพง)-Toro-Kanpachi (ปลาคัมปาจิ)





จานที่ 2: Unagi (ปลาไหลน้ำจืด)-Akagai (หอยแครง)-Hamo (ปลาทะเลชนิดหนึ่ง ก้างเยอะมากจนต้องใช้เทคนิคขั้นสูงในการบั้งปลาให้ก้างละเอียด เป็นหนึ่งในซูชิที่แสดงให้เห็นฝีมือของเชฟค่ะ)-Toro-Salmon





จานที่ 3: Ebi (กุ้งต้ม มีปลาหวานๆรองอยู่ข้างล่าง)-Tamagoyaki (ไข่หวาน)-Awabi (หอยเป๋าฮื้อ)-Negitoro (โทโร่สับผสมต้นหอม)-เห็ดอะไรซักอย่างที่ไม่น่าจะใช่เห็ดหอม เพราะพิมมิยะไม่ชอบกลิ่นเห็ดหอม





จานที่ 4: Hamo-Ikura (ไข่ปลาแซลมอน)-Hotate (หอยเชลล์)-Toro-แล้วก็ปลาอะไรซักอย่าง ไม่รู้จักชื่อ





วันนั้นพิมมิยะจัดการไปได้แค่ 4 จานก็จอดแล้วค่ะ เสียดายที่ไม่สามารถจัดเต็มถึงขั้นครบ 5 จานได้ อยากรู้เหมือนกันว่าจานที่ 5 เค้าจะให้อะไรมาน้อ~

รอบแรกประทับใจมากค่ะ เพราะได้ทานซูชิคุณภาพดีและหายากหลายอย่าง แถมคุณลุงเจ้าของร้านก็น่ารักมาก ปัจจุบันไม่ได้เป็นเชฟเองเพราะให้ลูกชาย (ซึ่งหน้าตาเหมือนคุณลุงอย่างกะแกะ) เป็นเชฟใหญ่ของร้านแทน คุณลุงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตรงเกี๊ยะประจำตัวแกนี่แหละ สูงมากซะจนน่าสงสัยว่าแกสามารถทรงตัวอยู่บนนั้นได้ยังไง แต่แกน่ารักนะคะ ครั้งแรกที่ไปทานแกก็มาชวนคุยว่ามาจากไหน พร้อมทั้งชี้ชวนชมหนังสือที่ลงแนะนำร้านเอนโดซูชิ แถมยังชวนออกมาถ่ายรูปคู่กันที่หน้าร้านเป็นที่ระลึกอีกด้วย เลยตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสจะต้องไปกินที่ร้านนี้อีก





คนที่ใส่แว่นนั่งหันข้างให้เคาน์เตอร์คือคุณลุงเจ้าของ

เมื่อต้นเดือนมกราที่ผ่านมาก็ได้โอกาสจัดซ้ำที่ร้านนี้สมความตั้งใจ โดยไปพร้อมนาโอะอีกเช่นเคย เป็นวันแรกที่ร้านเปิดหลังจากหยุดปีใหม่ แอบเศร้าเล็กน้อยเพราะว่าปลาของทางร้านไม่หลากหลายเท่าไหร่ คงเป็นเพราะช่วงปีใหม่ชาวประมงเค้าหยุดฉลองอยู่ที่บ้านงดออกไปจับปลากันหลายวัน เลยทำให้มีปลาน้อย กินไปถึงจานที่ 4 ก็ซ้ำกับจานก่อนๆซะแล้ว จากตอนแรกที่พิมมิยะตั้งใจว่ารอบนี้จะสู้ตายถึงจานที่ 5 ก็กลับกลายเป็นว่าต้องหยุดไว้แค่จานที่ 4 เท่านั้นเองค่ะ เสียดายเหมือนกัน โอกาสหน้าค่อยแก้ตัวกันใหม่เนอะ

มาดูเมนูรอบนี้กันดีกว่าค่ะ จานแรก: Anago (ปลาไหลทะเล)-Uni (ไข่หอยเม่น)-Tai (ปลากะพง)-Toro-Kanpachi (ปลาคัมปาจิ) เหมือนรอบแรกที่ไปเด๊ะเลย









จานที่ 2: Unagi (ปลาไหลน้ำจืด)-Akagai (หอยแครง)-Hotate (หอยเชลล์)-Toro-Salmon ขอบอกว่าแซลมอนของเอนโดซูชิอร่อยมว้ากกกกก เนื้อหวานและมันสะใจจริงๆ





จานที่ 3: Tamagoyaki (ไข่หวาน)-Ikura (ไข่ปลาแซลมอน)-Ebi (กุ้งต้ม มีปลาป่นหวานๆรองอยู่ข้างล่าง)-Negitoro (โทโร่สับผสมต้นหอม)- Awabi (หอยเป๋าฮื้อ)





มื้อนั้นพิมมิยะชอบแซลมอน ไข่หอยเม่น หอยแครง และเป๋าฮื้อมากที่สุดค่ะ เป๋าฮื้อเค้าไม่เหนียวเลย อร่อยเชียว

ร้านนี้มี 2 สาขา สาขาแม่อยู่ที่ตลาดกลางของโอซาก้า ส่วนสาขาที่ 2 อยู่ที่ Kyobashi พิมมิยะเคยไปแต่สาขาแม่นะคะ วิธีไปก็ไม่ยากค่ะ ลงรถไฟที่สถานี JR Noda ออกจากสถานีเลี้ยวซ้ายจะเจอสี่แยกที่มี Family Mart อยู่ตรงหัวมุม เลี้ยวขวาที่สี่แยกนั้น เดินตรงไปเรื่อยๆจะเห็นสะพานข้ามแม่น้ำ ก่อนข้ามสะพานให้เลี้ยวเข้าตลาดกลางโอซาก้าทางขวามือ เดินเข้าไปในเขตตลาดกลางเลย แต่ยังไม่ต้องเข้าตึกไหน มองไปทางซ้ายมือเกือบด้านในสุดของตลาดจะมีห้องแถวหลังคาเขียวๆเรียงกัน ร้านอยู่ช่วงกลางๆของห้องแถวแถบนั้นนะคะ หน้าร้านตามรูปข้างบนสุดเลย สาขานี้ปิดทุกวันอาทิตย์ ส่วนสาขา Kyobashi เปิดทุกวันค่ะ


สำหรับความประทับใจของร้านนี้อยู่ที่เมนูของร้านที่แหวกแนวไปจากร้านอื่นนิดนึง ทำให้เราต้องลุ้นว่าจะได้กินอะไรบ้างในแต่ละจาน ข้าวที่ใช้ปั้นซูชิของเค้าก็รสชาติดี ปลาที่ใช้ก็สด

ส่วนเรื่องความอร่อย ที่จริงแล้วมีร้านซูชิที่อร่อยกว่าเอนโดอีกหลายร้านค่ะ เดี๋ยวจะทยอยลงนะคะ โดยเฉพาะโทโร่ของเอนโดไม่ได้อยู่ในขั้นเทพมากนัก (ไม่รู้เพราะว่ารอบล่าสุดเป็นหลังวันหยุดยาว เลยหาปลาดีๆยากรึเปล่า) ขิงดองเค้าก็ไม่อร่อยในความเห็นของพิมมิยะ แต่โหวตให้แซลมอนของร้านนี้เป็นอันดับ 1 ของซูชิทุกร้านที่เคยกินมาเลยค่ะ สึโก้ยมากๆ ถ้าอยากพิสูจน์ว่าพิมมิยะโม้เกินไปรึเปล่า ต้องไปลองชิมเองนะคะ :D

ピム宮 ~ pimmiya

Credit: เอสซัง สำหรับข้อมูลและคอมเมนท์เกี่ยวกับซูชิ ประดุจ sushipedia ฉบับเคลื่อนที่ อะริกะโต้วเนะ

2 comments:

  1. แซลม่อนอร่อยมากจริงๆ ค่ะ ละลายในปากเลยทีเดียว โฮก

    ReplyDelete
  2. จดลงแพลนสำหรับsummer trip!

    ReplyDelete