Sunday, 1 January 2012

Akaitori 赤い鳥

สวัสดีปีใหม่ 2555 ค่ะทุกท่าน.. ขออนุญาตประเดิมบล็อกแรกของปีด้วยการพาคุณผู้อ่านไปชิมอาหารญี่ปุ่นกันอีกแล้วนะคะ

ช่วงนี้ขยันอัพบล็อกเป็นพิเศษเพราะกำลังตะลอนทัวร์ปีใหม่อยู่ในนาโงยา อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ ร้านไหนชิมแล้วชอบใจต้องรีบเอามาลงก่อนที่จะถูกลบจากความจำที่ยิ่งกว่าปลาทองของพิมมิยะ -*-

วันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ ห้างร้านต่างๆในนาโงยาปิดกันหมดค่ะ บรรดาร้านอาหารต่างๆที่อยู่ในโพยก็ดันปิด พิมมิยะเดินโต๋เต๋หิวโซอยู่ในสถานีนาโงยา ตั้งใจจะหาอาหารเช้าควบเที่ยงใส่กระเพาะก่อนไปไหว้พระที่วัดชื่อดังของเมือง ระหว่างที่เดินเซ็งๆอยู่ สายตาก็ไปปะทะเข้ากับทางเข้าโซนร้านอาหารซึ่งอยู่ใต้ดินของสถานี JR Nagoya เข้าให้


อย่างไม่ต้องคิด 2 ขาของพิมมิยะก็พาก้าวลงบันได เนื่องจากเห็นป้ายของร้านๆนึง ซึ่งไม่เคยปรากฏอยู่ในลิสท์รายการร้านอาหารชวนชิมในนาโงยาที่ได้ทำการบ้านมา


ร้านชื่อ 赤い鳥 อ่านว่า Akaitori แปลได้ความว่า ไก่สีแดง ที่เลือกร้านนี้เพราะอยากทานไก่ย่าง บวกกับสายตาเห็นแว้บๆว่าร้านนี้ขาย Nagoya cochin (名古屋コーチン) ซึ่งเป็นไก่สายพันธุ์ดีที่เลี้ยงไว้ละแวกเมืองนาโงยา เค้าว่ากันว่าเป็นไก่ที่เนื้อสีแดงกว่าไก่ทั่วไป เนื้อนุ่มมาก แล้วก็รสชาติดีด้วย เปรียบได้กับเนื้อวัวก็ต้องเป็นเนื้อมัตสึซากะ หมูก็ต้องคุโรบุตะ ประมาณนั้นเลย ฟาร์มที่จะเลี้ยงไก่พันธุ์นี้ได้ต้องได้รับการจดทะเบียนด้วยนะคะ ไม่ใช่หากันได้ง่ายๆ เห็นแบบนี้ปุ๊บ ไม่รอช้า รีบก้าวเข้าร้านเลยค่ะ



หลังจากพินิจพิจารณาเมนูอาหารกลางวันของทางร้าน ซึ่งก็มี Oyakodon (ข้าวหน้าไก่ราดไข่), Yakitori (ข้าวหน้าไก่่ย่าง) ฯลฯ พิมมิยะก็ตัดสินใจเลือกข้าวหน้าไก่ย่างแบบ Hitsumabushi ค่ะ

ชื่อ Hitsumabushi มีที่มาจากข้าวหน้าปลาไหลแบบฮิทสึมาบุชิ ซึ่งเจ้าต้นตำรับไม่ได้ไกลที่ไหน Atsuta Houraiken ของเมืองนาโงยานี่เอง เดี๋ยวได้ไปชิมถึงร้านสาขาแม่แล้วจะมาเล่าอีกทีนะคะ เมนูนี้จะมีวิธีรับประทานโดยแบ่งข้าวออกเป็น 4 ส่วน แล้วปรุงให้เป็นแบบต่างๆกัน ซึ่งแม้กระทั่งร้านในตลาดซึคิจิที่โตเกียวยังเอาไปทำข้าวหน้าปลาดิบ Kaisendon เวอร์ชั่น Hitsumabushi เลยค่ะ ถ้ามีโอกาสจะเอามารีวิวให้อ่านกันนะคะ

รอไม่นาน Hitsumabushi ก็ถูกนำมาเสิร์ฟถึงที่



ดูกันใกล้ๆ ส่วนประกอบก็มีข้าว ไก่ย่าง ไข่เจียวหั่นฝอยๆ ราดด้วยซอสสูตรของทางร้าน

เร่ิมแบ่งข้าวกันเลยดีกว่าค่ะ ส่วนแรก ก็เอาข้าวคลุกให้เข้ากันกับไข่เจียวฝอยและไก่ ตักใส่ชามเล็กอีกทีนึง แล้วรับประทานทั้งอย่างนั้น จานนี้รสชาติดีค่ะ ไก่ย่างกำลังได้ที่ ส่วนซอสที่เค้าราดมาก็กลมกล่อม


ส่วนที่ 2 ให้ใส่ต้นหอมซอย สาหร่ายหั่นฝอย และต้นหอมคลุกวาซาบิ (ปกติกิน Hitsumabushi ร้านไหน เห็นเค้าให้แต่วาซาบิแบบเพียวๆ มีร้านนึ้แหละที่เอาวาซาบิมาคลุกต้นหอมก่อน)



โปะลงไป


แล้วคลุกให้เข้ากัน ก็จะได้หน้าตาแบบนี้

จานนี้รสจัดจ้านกว่าจานแรกค่ะ เข้ากันมากถึงมากที่สุด

ส่วนที่ 3 เอามาคลุกกับมันสำปะหลังขูดละเอียดและไข่ดิบ หน้าตาแหยะๆ ดูไม่น่าทานเอาซะเลย ครั้งแรกที่พิมมิยะได้ทานข้าวหน้าปลาไหลฮิทสึมาบุชิ ก็มีเจ้านี่ด้วยเหมือนกัน กลืนลงไปครั้งแรก มันเป็นเมือกลื่นๆจืดๆ ชวนให้แหวะออกมาเป็นที่สุด แต่เห็นเพื่อนคนญี่ปุ่นทานกันอย่างเอร็ดอร่อย แถมพูดอีกว่าอร่อยจัง พิมมิยะเลยสงสัยยิ่งนัก ว่าทานกันเข้าไปได้ยังไงเนี่ย หรือต่อมรับรสของกะเหรี่ยงอย่างเรามันยังไม่ถึงขั้น


ทีแรกพิมมิยะกะจะไม่ผสมมันสำปะหลังแล้วแหละค่ะ แต่ก็นึกเสียดาย เลยเอามาแตะๆชิมๆก่อน ต้องขอบอกว่าร้านนี้ทำได้ดีมาก ปรุงรสให้ออกหวานๆ เลยตัดสินใจเทมันลงไปทั้งถ้วยเลย ฮ่าๆๆ


ปรากฏว่าจานนี้ก็อร่อยอีกแล้วค่ะ นี่พิมมิยะหิวจัดหรือยังไงกันแน่ ชักเริ่มสงสัยตัวเอง

ส่วนสุดท้าย เอาข้าวที่เหลือมาเทน้ำซุปในกาซึ่งเป็นน้ำชาลงไป บางร้านที่เคยทานน้ำชาเค้าจืดมาก จนพิมมิยะหรือแม้กระทั่งเพื่อนคนญี่ปุ่นทนไม่ไหวต้องแอบเอาโชยุเติมลงไป แต่ร้านนี้ไม่ค่ะ! น้ำซุปเค้ารสชาติกำลังดีเลย เข้าใจว่าเค้าเอาน้ำซุปจากไก่ผสมกับน้ำชาอีกที จานนี้ก็อร่อยไปอีกแบบ


ที่จริงพิมมิยะแอบโกงค่ะ แบ่งข้าวเป็น 5 ส่วนตั้งแต่แรก กะว่าแบบไหนอร่อยจะได้จัดซ้ำรอบ 2 อิอิ.. สุดท้ายเลยเอาส่วนที่เหลือมาผสมวาซาบิ สาหร่ายแล้วก็ต้นหอมลงไปอีกรอบ เพราะชอบแบบนี้มากที่สุด พอทานไปจนใกล้จะหมด เลยทดลองเติมน้ำชาแถมลงไปอีก กลายเป็นแบบที่ 5 (วาซาบิพร้อมสาหร่ายและต้นหอม+ซุป) อันนี้ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ แปลกไปอีกแบบนึง นับว่าคุ้มมากค่ะเมื่อเทียบกับราคา 1,200 เยน คนอื่นได้ทานของอร่อย 4 แบบ แต่พิมมิยะจัดไป 5 แบบ แฮ่~

ร้านนี้หาง่ายมากค่ะ เดินในสถานี JR Nagoya ลองมองหาป้ายในรูปบนสุด แล้วเดินลงไปได้เลย ร้านอยู่ช่วงกลางๆของถนนนั้นค่ะ

สำหรับเมนูนี้ พิมมิยะให้คะแนนเรื่องของรสชาติ เป็น Hitsumabushi ที่รสชาติดีที่สุดตั้งแต่เคยทานมา (ไม่รู้จริงๆแล้วจะเอาไปเทียบกับฮิทสึมาบุชิปลาไหล หรือปลาดิบได้มั้ย) ติแค่เนื้อไก่ไม่นุ่มชุ่มฉ่ำอย่างที่คิด ถ้ามีโอกาสจะขอลองร้านขาย Nagoya cochin อันดับ 1 ของนาโงยาอีกที แอบเล็งไว้แล้ว ร้านอยู่เยื้องกับโรงแรมที่พักนี่เอง แต่อยากรอให้นาโอะมาร่วมแจมด้วย

นอกจากที่นาโงยาแล้ว ร้านนี้ยังมีสาขาที่จังหวัดกิฟุและจังหวัดมิเอะด้วยนะคะ เข้าไปดูในลิงค์ Akaitori ได้เลยค่ะ

ピム宮 ~ pimmiya

1 comment:

  1. อยากกินโอยาโกะด้งงงงงงงง

    ReplyDelete